Chulhu Gonfalon ตอนที่ 2: ไล่ล่าและสังหาร

Cthulhu-Gonfalon.jpg
Chulhu Gonfalon
ตอนที่ 2: ไล่ล่าและสังหาร
Translator: keep_reading
พูดถึงผู้ล่า สิ่งที่น่าอับอายที่สุดคืออะไร?


ฉุยเซียงได้ล่องหนอย่างหมดจด เป็นอีกครั้งและอีกครั้งที่เขาไม่สามารถจับเหยื่อด้วยขาสั้นๆของเขาได้


ดี นี่คือเหตุการณ์ตอนนี้


เวลานี้ เขาได้นำตัวเองเข้าไปวิ่งในทะเลเพื่อไล่ล่าหลังจากพบเจอปลาตัวใหญ่เบื้องหน้า นอกจากนั้นไม่มีอะไรยากที่จะวิ่งเข้าหา ระยะห่างระหว่างเขากับปลาตัวนั้นเริ่มใหญ่ขึ้น และใหญ่ขึ้น และทุกๆสิ่งก็สิ้นหวังอย่างรวดเร็วที่สุด


ดังนั้นเขาจึงได้ยอมแพ้และถอนหายใจ


ระหว่างที่เขาได้ตามล่าอยู่นั้น เขาได้จับกินวิญญาณปลาตัวเล็กๆไปได้หลายตัว แต่ยังไม่สามารถจับปลาตัวใหญ่ตัวไหนได้เลย


เขาไม่ได้รู้จักปลาชนิดไหนในระแวกนี้ ทำได้จากการสังเกตความใหญ่ด้วยสายตาอย่างเดียว ใครไวกว่าก็ได้ไป ปลาเล็กพวกนี้มีสติแค่ครึ่งเดียว พวกมันไม่รู้สึกอะไรเมื่อเขาวางแขนลงไป จากนั้นมันก็ง่ายที่จะหยิบวิญญาณและจบชีวิตพวกมัน ความแตกต่างระหว่างปลาเล็กและปลาใหญ่คือปลาใหญ่มันรู้สึกตัวง่ายเมื่อพบอันตราย นอกจากนั้นเมื่อเขาเข้าใกล้ปลาตัวใหญ่ มันอาจจะหลบหลีกและหนีไปไกลจากเขา


แน่นอนว่าเขาได้ลองเข้าไปใกล้พวกมันอย่างลับๆแต่กลับล้มเหลว มันเหมือนหิ่งห้อยในตอนกลางคืน เขาไม่อาจซ่อนพลังงานที่มีอยู่ได้ เขายังพยายามไล่ล่าเหยื่อพวกนั้นแต่ทั้งหมดกลับไร้ผล เขาค้นพบตัวเองว่าเขาช้าจริงๆ


“มันเป็นไปไม่ได้เลย!” หลังจากไล่ล่ารอบล่าสุดล้มเหลว เขาคิดขึ้นกับตัวเอง “นี่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะจับพวกมันเลยน่ะสิ!”


ดังนั้นเขาได้ใช้ตาของเขาจ้องมันอีกครั้งบนเหล่าปลาเล็กโง่ๆนั้น


แม้แต่จำนวนวิญญาณในพวกปลาเล็กๆพวกนี้ก็มีนิดเดียว มันยังไม่เป็นไรถ้าเขากินทั้งฝูงพวกมัน…


การไปพาลกับเหล่าปลาเล็กพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่าภาคภูมิใจ แต่ถ้าเพื่อความอยู่รอดมันก็คงจะแตกต่าง ธรรมชาติมันไม่สำคัญว่าจะเป็นสัตว์กินเนื้อ เมื่อเป็นคนล่า ก็อาจจะเลือกตัวที่แก่ อ่อนแอ และพิการเป็นสิ่งแรกที่จะโจมตี


ฉุยเซียงต้องการใช้รูปแบบความคิดนี้เพื่อให้ตัวเองรู้สึกสบาย แต่ผลลัพธ์ที่เขาพิสูจน์มันไม่ได้ต่างไปจากความเป็นจริง


ในโลกแห่งธรรมชาติของเหล่าสัตว์กินเนื้อ พื้นฐานแล้วจะไม่มีผู้เล่นที่มีไอคิวสูงเหมือนเขา นี่ทำให้ชายหนุ่มกลายเป็นเศร้าหมองและดูอกหัก


ในอีกนัยหนึ่ง พวกมันไม่ได้ล่องหนและพลังโดดเด่นน่ากลัวเหมือนที่เขาทำ การล่าและพักผ่อนเป็นวงจรของ ‘ชีวิต’ พวกมันไม่มีเวลาที่ ‘เสียใจเมื่อผ่านฤดูใบไม้ผลิ หรือรู้สึกเศร้าเมื่อใบไม้ร่วงมาถึง’


ยืนอยู่ใจกลางซากปลาที่ไหลไปตามทะเลตอนนี้ ฉุยเซียงถอนหายใจอย่างเศร้าๆ


“ถ้าฉันยังต้องฆ่าปลาเล็กปลาน้อยพวกนี้ ฉันจะทำลายสมดุลระบบนิเวศให้ดู!”


ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เมื่อฉุยเซียงเห็นเหล่าปลากลุ่มใหญ่ เขาก็คิดได้ว่าผิดพลาด ผู้ล่าตัวเล็กเหมือนเขาไม่มีทางทำลายสมดุลระบบนิเวศที่ล่าและกินง่ายเช่นนี้


ไม่เห็นว่าวาฬยักษ์เขาเดียวเติมเต็มท้องหรอกหรือ? หนึ่งมื้อของมันแต่เพียงพอให้ฉันอิ่มไปครึ่งปี ถ้านั่นไม่ได้ทำลายสมดุลระบบนิเวศ ทำไมฉันต้องรู้สึกเศร้าใจขนาดนั้น


ฉุยเซียงคิดเข้าข้างตัวเอง ทันใดนั้นเขารู้สึกถึงอันตรายอย่างใหญ่หลวง


มันเป็นความรู้สึกแบบ ‘หนามข้างหลัง’ ไม่สิ ‘หนามข้างหลัง’ ก็ไม่ถูก เป็นเข็มที่แทงทะลุเข้าเบ้าตาฉันด้วยพลังเล็กน้อย มันจะแทงผ่านตาจนฉันจะกลายเป็นคนตาบอด นั่นคือความอันตรายที่ว่า


ความอันตรายนี้มาจากไหน?


ฉุยเซียงมองไปรอบๆเพื่อหาต้นตอความอันตราย


เขาไม่ได้มองไปทางไหนเพราะว่าคำตอบก็อยู่ข้างหน้าสายตาเขาแล้ว


วาฬยักษ์เขาเดียวกำลังว่ายน้ำมาทางฉุยเซียง ฉุยเซียงมีกลุ่มก้อนอาหารน่าดึงดูดขนาดใหญ่ เพื่อเหตุผลไม่รู้บางอย่าง ไม่ต้องใส่ใจกับเขาและแค่ล่าเหล่าฝูงปลาเล็กพวกนี้เลย


“เหี้..ย!”


เหมือนโดนคำสาปจากนั้นหันไปรอบๆเพื่อวิ่งหนี


นี่เป็นเดือนที่สิบสองในปฏิทินดวงจันทร์ ฉันได้วิ่งหนีอย่างรวดเร็ว (มันหมายถึงเดือนโชคร้ายในภาษาจีน) ก่อนนี้ฉันได้เป็นคนล่าคนอื่น ตอนนี้ถึงตาของตัวเองที่เป็นฝ่ายโดนไล่ล่าและโดนสังหาร


ไม่ต้องคิดเลย ฉันแน่ใจได้ว่าไม่สามารถเอาชนะวาฬขนาดมหึมานี่ได้ ถ้าฉันเอาชนะไม่ได้ นั่นก็มีเพียงตัวเลือกเดียวคือการวิ่งหนี


ถึงอย่างนั้นหลังจากก้าวออกไปไม่กี่ก้าวเขาก็หยุดและก็คิดขึ้นมาได้


ความเร็วของวาฬยักษ์มันเร็วแบบนี้ แล้วฉันจะหนีด้วยขาเล็กๆไปได้ยังไง?


แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ มีแต่ผีเท่านั้นที่ทำได้น่ะ!


งั้น ฉันควรจะทำยังไงดี?


เหตุการณ์ความเป็นความตายมาเผชิญหน้า ฉุยเซียงจมอยู่ในความคิด


คำถาม : เมื่อคุณอยู่เดียวดายในป่าและไม่มีการขนส่งอะไรเลย หรืออาวุธสักชิ้น สัตว์น่ากลัวกำลังกระโจนเข้าหาคุณและต้องการคุณเป็นมื้อค่ำ จากนั้นคุณจะทำอะไร?


ค้นหาออนไลน์ อะไรก็ได้ที่เร่งด่วน


แต่ไม่ควรด่าเพราะว่าตอนนี้ไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าเขาจะรอนานแค่ไหน ไม่มีอะไรจะมายกเว้นเจ้าวาฬยักษ์เขาเดียวนี่ แต่มันก็ไม่ไกลนัก


ทุกความรู้สึกทุกอย่างของความเชื่อและไม่เชื่อได้ดิ้นพล่านข้างในเขา ฉุยเซียงกวาดตาอย่างบ้าคลั่งไปทางตะวันตกและตะวันออกเพื่อหาโอกาสหนี


เขาไม่สามารถหาอะไรเจอ


ถ้าเขาลงไปในทะเลลึก เขายังหาช่องว่างระหว่างหินไว้ซ่อนตัวได้ วาฬเขาเดียวตัวนั้นคงไม่สามารถพลิกพื้นทะเลเพื่อหาเขาได้ แต่ว่า…เขาไม่ได้ดำอยู่ในทะเลลึก ตื้นของทะเลมันแค่สองเมตร


ถ้าเขาบินบนฟ้าได้ เขาคงหนีนักล่าทางทะเลตัวนี้ได้ จากนั้นเขาจะลอยในอากาศ แสยะยิ้มให้มัน และเยาะเย้ยความอ่อนแอนั้น


ยังสิ ฉุยเซียงบินไม่ได้


จริงๆเขาลองพยายามบินแล้ว แต่มันแค่การกระโดดออกจากพื้นผิวทะเลเพียงแวบเดียว นอกจากนั้นน้ำหนักวิญญาณไม่ได้ต้านทานเขาจากการขึ้นบิน เขาโดดสูงสุดได้แค่สองเมตร


ถ้าเขายังอยู่บนพื้นโลก การกระโดดถึงสองเมตรอาจจะทำลายสถิติโลกได้ นั่นเพียงพอให้เขาไปโอลิมปิก กลายเป็นตำนาน


ถึงอย่างนั้นตอนนี้ เหตุการณ์ตอนนี้มันยากกว่ากัน นี่มันไร้ประโยชน์สิ้นดี


ระยะความสูงในปากที่เปิดอยู่ของสัตว์ยักษ์ตัวนี้มากกว่าห้าเมตร ดังนั้นความสูงสองเมตรไม่ควรเอ่ยถึง


“บางทีชีวิตฉันต้องจบลงตรงนี้? หลังจากถูกวาฬยักษ์เขาเดียวกิน ฉันจะกระโดดกลับมาอีกครั้งได้ไหมนะ?”


ระยะห่างระหว่างเขาและวาฬยักษ์เริ่มใกล้ขึ้น และใกล้ขึ้น เนื่องจากเร่งรีบ ฉุยเซียงช่วยไม่ได้ที่จะพูดอย่างไร้สาระ


ขณะนั้น เขาเห็นแมงกะพรุนยักษ์ลอยบนผิวทะเล


ยกเว้นแค่ขนาดใหญ่โตนั้น แมงกระพรุนตัวนี้ไม่มีอะไรแตกต่างจากแมงกระพรุนตัวอื่นที่เคยกินมาก่อนหน้านี้


แต่ด้วยความไม่มีเหตุผล มีกระแสไฟฟ้าจุดประกายข้างในหัวและทันใดนั้นเขาก็คิดขึ้นได้


บางที…ฉันจะลองทำมันดูสักหน่อย…


วินาทีต่อมา ฉุยเซียงลองหดตัวเองให้เล็กที่สุดและจากนั้นพุ่งออกไปที่แมงกระพรุนตัวนั้น


รอบๆด้านราวกับสั่นสะเทือน จากนั้นไม่ช้าการเขย่าก็หยุดลง ทุกๆสิ่งในระยะสายตาเป็นปกติ


ท้องฟ้า ทะลสีฟ้า อาหารกองเล็ก


เขาได้กลืนกินแมงกระพรุนทันทีโดยไม่ได้คิด จากนั้นด้วยความทรงจำของเขา เขาได้ลองหาตำแหน่งและว่ายน้ำ


การว่ายน้ำของเขาดูเงอะงะ ถ้ามีการแข่งขันตัวตลกว่ายน้ำแมงกระพรุนโลก เขาคงชนะรางวัลเหรียญทองแน่ๆด้วยท่าว่ายน้ำของเขาเวลานี้


ชั่วครู่บนพื้นผิวทะเลไม่ไกลจากที่นี่ได้สั่นอย่างรุนแรง ร่างยักษ์ที่ว่ายมารอบๆเหมือนกับมองหาอะไรบางอย่าง แต่อีกครั้งที่มันจมลงไปในน้ำหลังจากเจออะไรบางอย่าง


เขาเดิมพันว่าเขาจะชนะ!


จากการสังเกตุเมื่อเขาเข้าสิงร่างแมงกระพรุนนี้และไม่ได้เป็นวิญญาณเปลือยอีกแล้ว วาฬยักษ์เขาเดียวนั้นก็ไม่สามารถหาเขาเจอได้


หลังจากวาฬเขาเดียวจมลงทะเล ฉุยเซียงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้ว่าเขายังใจเย็นไม่ได้ เขาได้ลองเคลื่อนไหวหนวดและว่ายน้ำเข้าหาตำแหน่งที่วาฬยักษ์เขาเดียวออกไป


ถึงแม้ว่าความเร็วของเขาไม่ได้เร็ว เขาก็ไม่กล้าหยุดแน่ๆ


ไม่รู้ว่าท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยเล็กน้อย


พระอาทิตย์ตกดิน นกทะเลหลายตัวกลับมาบ้าน ปลายังมีนอนพัก งั้นตอนนี้เขาก็ปลอดภัยสิ?


เขายังไม่แน่ใจเพราะว่าเขาไม่ได้ศึกษาชีววิทยาทางทะเลมาก่อนดังนั้นจึงได้แต่เดาสุ่ม


ถึงอย่างนั้นตอนดึกก็ดีอย่างมากสำหรับเขา จากในนิทานหรือตำนานหลายเรื่อง พวกผีมักจะออกมาตอนดึก


นอนบนทะเลเพื่อพักผ่อน เขาต้องการออกไปจากร่างแมงกระพรุนผู้โชคร้ายตัวนี้ ตัวเขานี้มันอ่อนแอแถมความเร็วก็ยังช้าอีก กระทั่งเมื่อเขาควบคุมร่างก็รู้สึกว่าจะหาปลาได้ดีขึ้น ปลาตัวใหญ่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด


แต่ไม่นาน เขาค้นพบปัญหาอย่างรวดเร็ว นี่เป็นปัญหาใหญ่มาก


เขาไม่มีทางออกไปจากร่างแมงกระพรุนตัวนี้


มันเหมือนกับไม่สามารถออกไปได้ เขาไม่มีทางออกจากร่างตัวนี้ได้สำเร็จ ร่างนั้นบอบบาง อ่อนแอและแตกกระจายได้ถ้ามีอะไรกระทบมัน ส่วน ณ ตอนนี้ เขาแข็งแกร่งจนจินตนาการไม่ถึง ไม่ว่าเขาจะลองฉีกแรงๆ ดึงแรงๆ มันเป็นเหมือนกาวเหนียวแน่นกับเขา ไม่มีทางแบ่งตัวเองออกจากมัน อีกด้านหนึ่งถ้าเขาไม่ระวังตัว วิญญาณเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจหดไปที่แมงกระพรุน แม้สายตาเขาจะเปลี่ยนไปที่ร่างของแมงกระพรุนก็ตาม หลังจากเสียเวลาใช้ความพยายามมานาน ดวงจันทร์ก็โผล่ขึ้นมาแล้ว ฉุยเซียงถอดใจ


“งั้น ตอนนี้ฉันกลายเป็นแมงกระพรุน”


เขามองหน้าไปบนท้องฟ้า ถอนหายใจ เขาช่วยไม่ได้และได้แต่ยอมรับความจริงอันขมขื่น


เขาจำเรื่อง ‘แปดอมตะ’ ที่เคยอ่านมาก่อนได้


มีนางฟ้าคนหนึ่งได้กินศพขอทานเข้าไปจากนั้นก็ได้เป็นขอทานนับตั้งแต่นั้น เขาจะได้ว่าตอนที่ได้ยินเรื่องนี้เขาได้หัวเราะนางฟ้าผู้นี้ เขาพบว่านางฟ้าคนนี้ช่างโง่นัก ถ้ามีโอกาส แม้ว่าจะหาร่างองค์จักรพรรดิไม่เจอ อย่างน้อยคงจะหาหินที่อยู่บนภูเขาฮัวโต๋


แม้ว่าในตอนจบ เขาอยู่ในร่างแมงกระพรุน กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ชั้นล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร


เคราะห์ร้ายอะไรเช่นนี้!


หลังจากโศกเศร้าไปสักพัก ฉุยเซียงตื่นขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้งด้วยความหิว


การถอนหายใจไม่ได้ช่วยอะไร เรื่องสำคัญที่สุดตอนนี้คือการเติมเต็มท้อง


“แมงกระพรุนควรจะกินอะไร?” เมื่อเขามองหาอาหาร เขาก็ตกตะลึงในทันที


แมงกระพรุนควรจะกินอะไร? ฉันได้เรียนรู้เรื่องนี้แล้ว!


มันกินปลา?


หลังจากมองร่างอันบอบบางกับหนวดเรียวพวกนี้ ช่วยไม่ได้ที่เขาจะส่ายหัว การกินปลาเป็นทางเลือกที่ดี!


ถ้ากินแพลงตอนหละ?


แล้วจะหาแพลงตอนได้ที่ไหน?


ฉุยเซียงมองซ้ายมองขวา เตร็ดเตร่ไปทุกที่ ค้นหารอบๆกว่าครึ่งวันแต่เขายังไม่พบร่องรอยของแพลนตอนสักที่


ความหิวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆและเขาเริ่มค่อยๆกระวนกระวาย


เกิดอะไรขึ้นถ้าฉันหาอาหารไม่ได้? ฉันคงตายเพราะอดอาหารแน่ๆ


ผีจะตายได้ยังไง? ไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่แมงกระพรุนจะอดอาหารตาย


งั้นถ้าอดอาหารตาย จากนั้นฉันก็ออกจากร่างแมงกระพรุนได้น่ะสิ?


บางที…ไม่น่าใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่…


ฉุยเซียงคิดอีกครั้งและอีกครั้ง เขาเป็นทุกข์มากขึ้น


ขณะนั้น จู่ๆเขาก็ตกใจและรู้สึกบางอย่างได้ว่ามีอะไรมองมาที่เขา


ความรู้สึกนี้เหมือนกับที่เขารู้สึกทุกครั้งที่เจอวาฬยักษ์ตัวนั้นมองมาทางเขา เป็นความรู้สึกอึดอัดเหมือนมีหินอยู่ในรองเท้า


เขาก้มลงต่ำเพื่อตรวจสอบ กลุ่มปลาเล็กได้ว่ายเข้าหาเขาเหมือนฤดูใบไม้ร่วงตบด้วยสีทอง มีความดุเดือดเลือดพล่านบนพื้นผิวทะเล


ปลาพวกนี้ไม่ได้ใหญ่เท่าไหร่ ขนาดใหญ่สุดแค่ฝ่ามือนึงเท่านั้น แต่มันดูค่อนข้างก้าวร้าว พวกมันเปิดปากกว้าง ฟันสีขาวสะท้อนแสงดวงจันทร์ทำให้ดูน่ากลัว


จากการสังเกต พวกมันเป็นศัตรูตามธรรมชาติของแมงกระพรุน


ฉุยเซียงมีอาการตกใจแต่เขาก็กลับมาใจเย็นอีกครั้งได้อย่างรวดเร็ว


เขาเอาชนะวาฬยักษ์ไม่ได้ เขาจะเอาชนะกลุ่มปลาเล็กโง่ๆพวกนี้ไม่ได้ได้ยังไง?


มาเถอะน่า มาดูว่าใครจะกินใคร!

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: