Chulhu Gonfalon ตอนที่ 3: การฟื้นฟู

Cthulhu-Gonfalon.jpg
Chulhu Gonfalon
ตอนที่ 3: การฟื้นฟู
Translator: keep_reading  Editor: – –
ดวงจันทร์ส่องลงทะเล คลื่นสีเงินนับไม่ถ้วนโผล่ขึ้นมา ฉุยเซียงไม่รู้หรือเข้าใจผิดไป แต่หลังจากเขามาถึงโลกนี้ ดวงจันทร์ดูจะใหญ่กว่าโลกเสียอีก แสงจันทร์สว่างมาก แม้ตอนนี้จะเป็นเวลากลางคืน ฟ้าฝ่าก็ดูไม่เลว


ฉุยเซียงได้เห็นฟันกรามของเหล่าฝูงปลาเล็กที่กำลังมากลืนกินเขาอย่างชัดเจน


พวกมันเข้าใกล้และกินอย่างเร็วมาก ไม่นานหลังจากนั้น ได้มีการกินแมงกระพรุนบนผิวทะเลทั้งหมด พวกมันดาหน้ามาหาฉุยเซียงอย่างช้าๆ


ฉุยเซียงไม่ได้วิ่งไปไหน เขาลอยบนผิวทะเลอย่างเงียบๆและเตรียมพร้อมต่อสู้แทน


ในเวลาสั้นๆ ปลาเล็กสามตัวได้เข้ามาใกล้พอที่จะโจมตีเขา


ด้วยพวกมันเป็นศัตรูทางธรรมชาติ ปลาพวกนั้นทำให้แมงกระพรุนกลัวอย่างน่าประหลาด อย่างไรก็ตาม เมื่อมีวิญญาณมนุษย์ซ่อนอยู่ในร่างแมงกระพรุนตัวนี้


สิ่งสำคัญที่สุดคือแมงกระพรุนตัวนี้ไม่ได้มีพลังที่จะต่อกรเหล่าศัตรูทางธรรมชาติ! ความอ่อนแอนี้มันแตกต่างมาก!


ฉุยเซียงยิ้มเมื่อเขาเห็นฟันสีขาวของพวกปลาเหล่านั้นที่ต้องการกินเขาทั้งชีวิต


เขาได้เอื้อมมือตัวเองออกไปจับวิญญาณปลา เขาจับวิญญาณปลาสองตัวนี้ได้ง่ายมากและนำเข้าปากตัวเอง


หลังจากนั้นปลาสามตัวก็ตามรอยเพื่อนฝูงมา


แมงกระพรุนที่ฉุยเซียงสิงอยู่ถูกกัดเล็กน้อยเป็นค่าใช้จ่ายที่เขาทำไป


แม้จะเป็นการกัดเล็กๆแต่มันทำให้เขาตื่นตัว


แม้การเผชิญหน้านั้นเขาจะแข็งแกร่งกว่าเหล่าปลาเล็กพวกนี้ ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาจะรับมือในเวลาเดียวกันไหว เขามีแค่สองมือกับเหล่าฝูงปลาหลายร้อยพวกนี้


มีปลาสามตัวทำให้เขารู้สึกตื่นตัวเล็กน้อย ถ้ามีปลานับร้อยเข้ามาหาเขาในเวลาเดียวกัน มันจะเกิดอะไรขึ้น?


ฉุยเซียงเริ่มขวัญหนี เขามองไปอย่างระวังตัวรอบๆจากนั้นค้นพบว่ามีแต่พวกมันเต็มไปหมด


“เหี้…ย! มีพวกมันมากมายจริงๆ ฉันจะน๊อคพวกมันได้ยังไง วีรบุรุษแบบไหนกัน? แน่จริงมาสู้กันหนึ่งต่อหนึ่งสิวะ!” เขาได้แต่สาปแช่งเสียงดัง


มันเป็นเรื่องจริงที่ฝูงปลาพวกนี้ไม่มีความเป็นวีรบุรุษ ในอีกประโยคนึงพวกมันไม่สามารถได้ยินเสียงเขาได้หรือไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเขากำลังพูดอะไรอยู่


ดังนั้นพวกมันจึงเข้ามาจากทั้งสี่ทิศ


เมื่อฉุยเซียงตกใจมาก เขาก็ไม่ได้กังวลปัญหาเรื่อง ‘กิน’ อีกต่อไป


เขาแทนด้วยการเหวียงกำปั้นไปอย่างวุ่นวาย เขาต้องการสังหารเหล่าปลาเล็กปลาน้อยฝูงนี้


ขณะเดียวกัน แสงไฟสามแสงได้กระทบกับผิวทะเล เกล็ดปลาและฟันได้กระทบกับอีกตัว ผีน้ำเกิดใหม่ตัวนี้ได้สาปแช่งไม่หยุด


หลังผ่านไปไม่ได้นาน ในที่สุดผิวทะเลก็ได้สงบอีกครั้ง


ฉุยเซียงได้ยืนข้างซากปลาตัวเล็กที่ลอยขึ้นมาตัวหนึ่ง เขาสำลักเมื่อได้เห็นร่างที่เขาสิ่งทำการโจมตีอย่างหนักไปยังจุดที่สูญเสียร่างแมงกระพรุนไป


“ฉันพึ่งมาถึงโลกนี้ได้วันเดียวและเกือบถูกฆ่าหลายครั้งแล้ว โลกนี้มันอันตรายจริงๆ!”


หลังจากเปล่งเสียงไม่นาน ฉุยเซียงก็เริ่มคิดว่าเขาควรจะทำอะไรต่อไป


ร่างแมงกระพรุนนี้มันอ่อนแอมาก มีเรื่องขำในอินเตอร์เน็ตเล่าว่าพลังโจมตีของโอตาคุเท่ากับ 0.5 ของห่านตัวหนึ่ง แต่พลังโจมตีของแมงกระพรุนอาจจะไม่ได้ดีกว่า 0.1 ของห่านตัวหนึ่ง แม้ว่าพลังต่อสู้ของฉุยเซียงเป็นแบบล่องหนหลังจากเขากลายเป็นผีน้ำไป ไม่ไกล เขาได้ดึงพลังไปโจมตีตรงๆเมื่อพบศัตรู (ยกเว้นวาฬเขาเดียว)


หลังจากนั้นเขาได้ใช้แค่สองมือ เพราะว่าไม่สามารถป้องกันตัวเองจากทุกทิศทุกทางได้
ปลาพวกนี้พึ่งเกิดใหม่ มันไม่พอที่จะเติมเต็มท้องของเขา นี่ทำให้เขามีเวลายากลำบากเช่นนี้ ถ้าฉันเจอพวกดุร้ายกว่านี้ แล้วจะไปพึ่งอะไรได้?


เขาต้องการออกจากร่างไร้ประโยชน์นี้และเปลี่ยนไปร่างที่ยิ่งใหญ่กว่า แต่ขั่วขณะหนึ่งจึงนึกได้ว่าไม่มีทางออกจากร่างแมงกระพรุนตัวนี้ เขาได้แค่ต้องหาวิธีอื่น


“ยังไงก็เถอะ ฉันจำเป็นต้องหาทางแก้ปัญหาร่างกายนี้ก่อน” ฉุยเซียงพึมพำกับตัวเอง ยกหนวดหักครึ่งขึ้นมา “จากความทรงจำฉัน สิ่งมีชีวิตระดับต่ำจะมีความสามารถที่แข็งแกร่งที่รักษาตัวเองได้ — เมื่อได้กินสารอาหารอย่างเพียงพอ”


แต่ จะไปหาสารอาหารได้จากที่ไหน?


โดยความคิดฉุยเซียง มันต้องกินแพลงตอนสิ


ไม่ว่าฉุยเซียงจะมองหามันยากเพียงไหน มันคงไม่เจอแพลงตอนในตำนานพวกนั้น


ฉันจะทำอะไรถ้าไม่มีแพลงตอน? ฉันอาจจะรอจนกว่าจะตายเพราะว่าอดอาหาร? อาจจะก่อนฉันตาย เพราะว่าหิว แมงกระพรุนพิเศษโชคร้ายตัวนี้คงเศร้าใจและบาดเจ็บมาก


ถ้าร่างนี้ตาย วิญญาณฉันจะตายด้วยใช่ไหมเนี่ย?


อาจจะ…มีโอกาส…


ไม่ เรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้! ผู้ชายตัวจริงจะไม่ตายน่าตลกแบบนี้


ฉุยเซียงช่วยไม่ได้ที่จะมองไปซากปลาสามตัวพวกนี้


วิญญาณปลาพวกนี้ได้ถูกเขากินไปแล้ว ถึงอย่างนั้นร่างนี้ยังอยู่ดี ตามหลักแล้วเนื้อปลามีสารอาหารอยู่เต็มเปี่ยมที่จะเติมเต็มความต้องการของร่างแมงกระพรุนตัวนี้ได้


ปัญหาคือ แล้วจะกินมันยังไง?


คำถาม : แมงกระพรุนกินอะไร? ออนไลน์…รออย่างใจจดใจจ่อ
แต่ไม่มีอินเตอร์เน็ต…


ฉุยเซียงคิดได้เมื่อเขาใช้หนวดเข้าใกล้ แล้วแหย่ปลาตายนั้น


หนวดแมงกระพรุนเป็นอาวุธสำหรับโจมตี จากทฤษฎี อาวุธที่ใช้สำหรับโจมตีจะเกี่ยวข้องกับเครื่องมือในการกิน ตัวอย่างเช่นฟันและปาก


แต่เขาค้นพบว่าหนวดแมงกระพรุนจริงๆแล้วมันถือปลาไม่ได้ ไม่ว่าฉุยเซียงจะพยายามควบคุมมันแค่ไหน หนวดแมงกระพรุนก็กระแทกผ่านเกล็ดปลาแข็งๆไม่ได้


“มีอาหารอยู่ข้างหน้าฉัน แต่ไม่มีทางที่จะวางมันลงในปาก นี่ช่างอนาถแท้!” ฉุยเซียงพึมพำกับตัวเอง เขาไม่ต้องการยอมแพ้


เขาสั่งให้หนวดกระแทกซากปลาที่ตายไปแล้วและพยายามค้นหาจุดที่ไม่มีการป้องกันบนร่างนั้น


ยิ่งพยายามยิ่งประสบความสำเร็จ สุดท้ายเขาก็เจอมันได้


ปากของปลา


ร่างข้างนอกปลาปกคลุมไปด้วยเกล็ดแต่ไม่มีเกล็ดข้างในตัวมันเอง เขาแค่ต้องใช้หนวดเข้าไปทางปาก จากนั้นก็กระแทกผ่านร่างกายมันช้าๆ


แต่ฉันควรจะทำอะไรต่อไป?


ฉุยเซียงจมลงในความคิดตัวเองอีกครั้ง


แยกน้ำผลไม้? (แยกน้ำออกจากน้ำผลไม้ = แยกองค์ประกอบ)


หลังจากพยายามอยู่หลายครั้ง เขาไม่รู้ว่าแมงกระพรุนมีความสามารถแบบไหนบ้างหรือไม่ปัญหาของเขามีจำกัด ไม่นาน มันไม่สามารถผลิตอะไรก็ตามที่แยกน้ำผลไม้ออกจากกันได้


กินตรงๆ?


หลังจากพยายามลองทางอื่นไม่กี่ครั้ง เขาไม่รู้ว่าหนวดแมงกระพรุนจริงๆแล้วไม่มีฟันหรือเขาโง่เอง มันไม่สามารถกินอะไรก็ได้


ราวกับเผชิญเหตุการณ์ที่ ‘หนูพยายามจะดึงเต่าออกมา แต่มันไม่มีทางที่จะจับได้’ ฉุยเซียงเริ่มโกรธ


“ณ วันนี้ ฉันจะไม่เชื่อในความเป็นผีอีกแล้ว! ฉันฆ่ามันได้แต่ว่าไม่สามารถกินได้? เนื้อเสิร์ฟตรงหน้าแต่กินไม่ได้!”


เขาต่อสู้อยู่กับตัเองชั่วขณะนึง จากนั้นสุดท้ายเขาได้ขุดเอาประสบการณ์ชีวิตเล็กๆจากสถานที่ในความทรงจำขึ้นมา


กล่องนมวางอยู่บนโต๊ะและฝาไม่ได้เปิด งั้นฉันจะดื่มมันได้ยังไง? แค่ใส่หลอดลงไปสิ


หนวดแมงกระพรุนสามารถปล่อยพิษได้ จากนั้นข้างในมันว่างเปล่าแน่นอนและแล้วทำให้เหมือนเป็นหลอด


มันแค่…คิดว่าวางหลอดลงภายในท้องปลาก็สร้างความรู้สึกน่าคลื่นไส้ให้กับเขาแล้ว


วิธีนี้เป็นไปไม่ได้


ไม่ต้องพูดถึงว่ามีของเสียในซากปลาอีก ทั้งเนื้อและกระดูก สุดท้ายฉุยเซียงยังเลือกวิธีประณีประณอมนี้ ใช้พลังทั้งหมดวางหนวดข้างในปลาให้ไกลที่สุดที่เป็นไปได้เพื่อที่จะกินปลาดิบ


อวัยวะอาจจะมีประโยชน์มากแต่เมื่อเขาคิดถึงอวัยวะภายใน ช่วยไม่ได้ที่รู้สึกอาเจียนออกมา


มันเป็นเนื้อปลาประหลาดที่เป็นของแข็งชัดๆ แต่การดูดซับแบบไหนถึงจะทำให้มันกลายเป็นของเหลวได้ มีการดูดซับแบบไหนที่ง่ายกว่านี้ไหม? ความสามารถแบบไหนที่แมงกระพรุนมี? แมงกระพรุนของโลกนี้ทำได้ไหมนะ?


มองไปความสำเร็จรอบๆของเขา ฉุยเซียงคิดชั่ววินาที ขอบคุณเครดิตทั้งหมดของเหล่าเหตุการณ์ประหลาดที่ปรากฎในโลกบ้าๆแบบนี้


คุณค่าทางโภชนาการที่พึ่งดูดซึมมาจำเป็นต้องใช้อย่างเต็มที่


แต่แล้วเขาจะใช้มันได้ยังไง?


ฉุยเซียงจมลงไปในความคิดตัวเอง


อันดับแรกเพิ่มความเร็วการเคลื่อนที่ ความเร็วการว่ายน้ำของแมงกระพรุนมันช้าอย่างมาก!


แต่ฉันจะเพิ่มความเร็วไปถึงจุดสูงสุดได้ยังไง?


เพิ่มเกล็ดปลาขึ้นอีก? เป็นไปได้ว่าเกล็ดปลาไม่ได้ช่วยแก้ปัญหานี้


เพิ่มหนวดขึ้น? หรือลดขนาดหนวดลง สร้างให้ดูเหมือนใบพัด?


ไอเดียพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่ดีทั้งนั้น….


ฉุยเซียงคิด คิด คิดแล้วคิดอีก สุดท้ายก็ได้ไอเดียอันนึง


เขาตัดสินใจว่าให้แมงกระพรุนนี้มีสองใบพัด


ใบพัดเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปบนโลก หลักการทำงานไม่ซับซ้อน พูดอย่างตรงไปตรงมา มันเป็นกลุ่มของใบหมุน เมื่อใบพัดหมุนขึ้นมา ของเหลวจะผ่านจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งส่งผลลัพธ์เป็นแรงผลักย้อนกลับ สิ่งนี้พบได้ง่ายในอุปกรณ์ชีวิตประจำที่เป็นพัดลมไฟฟ้า


อากาศก็ดี น้ำก็ดี วิเคราะห์ตอนนี้ว่าดี อย่างน้อยฉุยเซียงก็รู้สึกประทับใจ


“ฉันต้องการล้อแข็งๆสามชิ้นและยังต้องแข็งแกร่งอีกต่างหาก”


ฉุยเซียงพึมพำกับตัวเองจากนั้นนำสารอาหารจำนวนมากเก็บไว้ในแมงกระพรุนเพื่อเปลี่ยนมันเข้าสู่โครงสร้างกล้ามเนื้อ จากนั้นย้อนกระบวนการเดิมจนกว่าเขาจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ


หลังจากการค้นหาวิธีการนี้เขาได้ผ่านเข้าถึงเวลาดึกอีกครั้งแต่ก็ยังไม่พบวิธีการที่ถูกต้อง ผลิตใบพัดสองอันนี้เอาไว้ใช้ไม่นานเท่านั้น


ร่างกายสิ่งมีชีวิตมีความอัศจรรย์อย่างมาก เขาแค่จำเป็นต้องเข้าใจความสัมพันธ์ จากนั้นกระบวนการผลิตคงจะเรียบและง่ายขึ้น เขาต้องการลองอยู่สองสิ่ง


ออกแบบแล้วก็รอ


สร้างใบพัดที่หมุนได้ไม่ใช่เรื่องยาก ง่ายๆแค่วางพลังลงบนล้อจากนั้นมันก็คงทำงานทันที


อาจเป็นไปได้ที่สิ่งมีชีวิตจะเปลี่ยนตัวเองให้มีล้อหมุนจะเป็นเรื่องเจ็บปวด แต่ฉุยเซียงไม่ใช่แมงกระพรุน ไม่ว่าจะเศร้าเสียใจยังไง ร่างแมงกระพรุนนี้อาจจะได้รับความเจ็บปวด แต่เขาจะไม่ปล่อยให้มันทุกข์ทรมานมากนัก


ดังนั้นปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว เขาได้ระบบพลังที่ไม่เลวนักที่เอาไว้ใช้ฆ่าฝูงปลานั่น


สำหรับเพิ่มความเร็วการเคลื่อนที่ ฉันควรจะทำอะไรต่อไป?


พลังโจมตี?​ พลังป้องกัน?


ฉุยเซียงวิเคราะห์อยู่ชั่วขณะจากนั้นวางความสำคัญไปที่การป้องกัน


เขามีเคล็ดการโจมตีแบบล่องหนอยู่แล้ว จนถึงตอนนี้เขาไม่ได้ค้นพบปลาตัวไหนที่สามารถดูดพลังโจมตีอันน่ากลัวของเขาไปได้ นอกจากนั้นเขายังต้องการขยายขอบเขตการป้องกันของตัวเอง


ความคิดแรกที่ผ่านเข้ามาในสมองโดยธรรมชาติคือเกล็ด


บนโลก เมื่อเข้าสู่สงคราม ทหารจะสวมชุดเกราะหนักเพื่อป้องกันตัวเอง ฉุยเซียงตั้งใจว่าจะสร้างเกราะแข็ง — เกล็ด — ที่เอาไว้ปกป้องร่างตัวเองชั่วคราว


ไอเดียนี้ดีมาก เมื่อเขาเริ่มออกแบบเกราะเขาก็พบปัญหา


เส้นใยกล้ามเนื้อแมงกระพรุนไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะทำซ้ำรูปแบบเกล็ด


มันไม่ได้ขาดความแข็ง เกล็ดพวกนี้และใบพัดผอมนี้ต่างมีพื้นฐานเหมือนกัน อ่อนแอเหมือนกัน และขาด ‘ความยืดหยุ่น’


ฉุยเซียงเคยทำงานในค่ายทหารมาก่อน เขารู้จักอาวุธเจ๋งๆที่ต้องการความแข็งแรงแต่ยังยืดหยุ่นอีกด้วย ถ้าแค่เขามีพื้นฐานวิธี ‘แข็ง-ต้าน-แข็ง’ เพื่อป้องกันการโจมตี เขาคงจะสร้างร่างกายให้ดูดพลังโจมตีได้ตรงๆ


เหนือไปกว่านั้น เกราะที่ยืดหยุ่นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก


แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสร้างเกล็ดให้ยืดหยุ่น


หลังจากยืนยันจุดความคิดนี้ ช่วยไม่ได้ที่เขาจะวางไอเดียนี้ลง ตั้งสมาธิไปที่การสร้างเปลือกแข็งแทน


มันง่ายกว่ากันมาก แค่เขาแค่ต้องใช้เส้นใยกล้ามเนื้อซ้ำๆกันเพื่อสร้างบาเรียไว้ครอบคลุมกระดูกทั้งหมด จากนั้นร่างอีกชั้นป้องกันการกระแทก นี่หละ ทุกๆอย่างเสร็จลง


ในที่สุดเขาก็ปรับรูปร่างของแมงกระพรุน


เมื่อดวงอาทิตย์ขนาดยักษ์ทั้งยังใหญ่กว่าโลกมากนัก เริ่มตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ฉุยเซียงจึงได้ทำเสร็จสิ้นการปรับเปลี่ยนชั่วคราวบนร่างกายนี้


รูปร่างทรงหยดน้ำ ผิวกายผอมและสีเทา มีกลุ่มของการป้องกันกระดูกรอบๆใบพัดทั้งสองข้างของร่างกายซึ่งให้พลังงานอันแข็งแกร่งแก่ร่างนี้ สุดท้าย มีหนวดเรียวยาวที่จุดสุดท้ายของร่าง เดิมที่เขาต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งหนวดนี้เหมือนกัน แต่สารอาหารไม่เพียงพอจนเขาต้องจัดการทีหลัง

ไม่ว่าจะมองยังไง มันดูเหมือนสัตว์ประปลาดเสียจริง

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: