พ่อมดแห่งโลกเวทมนตร์ ตอนที่ 1 เกิดใหม่

ตอนที่ 1 เกิดใหม่

Keepwalk แปล

‘ปวดหัว…’

ความรู้สึกแรกของฟางหมิงตั้งแต่เริ่มรู้สึกตัว เขารู้สึกว่ามีอะไรโดนตัดออกจากหัวตัวเอง ความเจ็บบาดลึกราวกับโดนเข็มมาเจาะกะโหลก

และแล้วสติของเขาก็เด่นชัดขึ้น ชายหนุ่มตระหนักได้ว่าเขากำลังขี่บนอะไรสักอย่างที่เหมือนรถม้า ร่างกายเขาสั่นกระเพื่อมไปตามจังหวะ กระทบไปยังบาดแผลที่เจ็บอยู่ ทั้งยังทำให้รู้สึกหายใจอย่างติดขัด

เขาเปิดตาตัวเองขึ้นทั้งหันมองไปยังรอบๆ

สิ่งที่เขาเห็นเต็มสองตาคือกำแพงที่ก่อรูปจากไม้กระดาน และคนที่โดยสารไปกับเขาคือเหล่าเด็กผมสั้นและตาสีฟ้า ดวงตาพวกเขาต่างแสดงอาการตกใจ ไม่มีใครที่กล้าจ้องหน้าเขาตรงๆ

เขารู้สึกว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นของรถโดยสาร ความรู้สึกเจ็บแสบจากความหนาวของไม้ ฟางหมิงรู้ได้ว่าร่างกายเขาไม่สามารถทนนอนได้อีกต่อไป เพื่อแก้อาการนี้เขาลุกขึ้นมาอย่างเร่งรีบ

ในขณะนั้นเองเขาก็รู้สึกเจ็บหัวราวกับโดนเข็มแทงทีละเล่ม ทีละเล่มจนพรุน!

ความเจ็บที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดความทรงจำที่แปลกประหลาด ดวงตาของฟางหมิงย้อนกลับจนทำให้เขาสลบอีกรอบ

“เรย์ลิน…เรย์ลิน! ตื่นได้แล้ว…เฮ้!” ฟางหมิงได้ยินเสียงในความงุนงงนั้น เขาเปิดเปลือกตาขึ้นมา

‘นี่เรา…เกิดใหม่?’ชายหนุ่มยังงุนงง สมองของเขาว่างเปล่าไปหมดจากผลกระทบของพลังงานระเบิด เรื่องที่เป็นไปไม่ได้คือการรอดชีวิตจากระบบป้องกันภัย นอกเหนือจากนั้น รถโดยสารของที่นี่ยังทำจากไม้กระดานที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเดิมของเขา และอาจจะเป็นไปได้ว่าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

หลังจากจัดระเบียบความทรงจำในความคิดของเขาเอง ฟางหมิงจึงได้รับรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับร่างกายของเขาและโลกใบนี้

โลกนี้เป็นจักรวาลที่คล้ายๆกับยุโรปช่วงยุคกลางแต่ว่ามีบางอย่างนอกเหนือจากนั้น  พลังงานลึกลับ การปรากฎตัวของ…เวทมนตร์

เจ้าของร่างกายนี้ถูกเรียกว่า เรย์ลิน ฟาเรียร์และเขาเป็นลูกชายของตระกูลขุนนางชั้นสูงตระกูลหนึ่ง เขาได้ทดสอบว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่จะเป็นจอมเวท เหมือนพ่อของเขา ‘วิสเคาท์ จอห์น ฟาเรียร์’ ได้ผลักเขามาเพื่อที่จะเป็นผู้ใช้เวทย์ มีเหล่าผู้ใช้เวทย์ ม้าและโดยสาร ในขณะนี้เพื่อที่จะพาไปสถาบันเวทมนตร์

คนที่ปลุกเขาเมื่อสักครู่ เป็นเด็กผู้ชาย

ดวงตาใหญ่ของเขาล้อมรอบไปด้วยขนคิ้วหนา จมูกยาวและผมสีทองประกาย

ถึงอย่างนั้นใบหน้าของเขาก็ฉายแววประหลาด แสดงให้เห็นว่าเป็นบุรุษหนุ่ม ร่างกายแข็งแรง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ภาพลักษณ์มีความเป็นผู้ชายวัยฉกรรจ์

เขามองไปยังฟางหมิงที่ตื่นขึ้น เด็กคนนั้นหัวเราะอย่างมีความสุข “ฮ่าๆ เรย์ลิน ในที่สุดแกก็ตื่น! ถ้าแกช้ากว่านี้ไปอีกไม่กี่นาที คงอดมื้อเย็นไปแล้ว นายไม่อยากอดมื้อกินมื้อใช่ไหม?”

ฟางหมิงมองไปยังตาของเขา หลังจากคิดได้ชั่วครู่ เขาก็นึกออกได้ว่าคนข้างหน้าเป็นใคร “ขอบคุณมาก! จอร์จ”

เหล่าเด็กที่อยู่บนรถโดยสารนี้ได้ทดสอบแล้วว่ามีเข้ากันได้กับพลังเวท จอร์จเป็นลูกของเคาท์ที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีชื่อเสียงคนหนึ่ง เมื่อพรสวรรค์ของเขาถูกพบขึ้น ท่านเคาท์ก็ได้ให้ทรัพยากรแก่จอร์จอย่างมาก ทั้งยังได้จ่ายหลายๆอย่างเพื่อให้เขาเข้าสถาบันเวทมนตร์ให้ได้

‘เคาท์?’ ฟางหมิงคิดขึ้นได้

ในความทรงจำเกี่ยวกับพ่อของเรย์ลิน วิสเคาท์ จอห์น ฟาเรียร์ มีพื้นที่ปกครองราวๆเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง และมีทหารใต้บังคับบัญชานับพันนาย

ในโลกนี้ อับดับของขุนนางจะหมายถึงความแข็งแกร่งของบุคคลนั้นๆด้วย พ่อของจอร์จเป็นถึงเคาท์ นั่นหมายถึงว่าเขาได้ปกครองเมืองหลายเมืองและนั่นก็เป็นรายรับที่มีมูลค่ามหาศาลหลายพันเหรียญทอง และเช่นกันกับสถานะทางการเงินและความแข็งแกร่งของเขา นั่นทำให้เขานำทรัพยากรเหล่านั้นมาลงที่จอร์จ ฟางหมิงไม่สามารถบอกได้ แต่แปลกใจว่าทำไมพ่อของเรย์ลินถึงได้จัดการแบบเดียวกันกับจอร์จ

ขณะที่เขาเริ่มไตร่ตรองคำถามเหล่านั้น ความเจ็บปวดที่รุนแรงก็ไหลผ่านหัว ฉากต่างๆปรากฏขึ้นในสายตาและภายในจิตใจ

เขาอยู่ในห้องมืดที่มีชั้นวางของเก่าๆ ด้านข้างปกคลุมเต็มไปด้วยความรู้สึกสมัยโบราณ สภาพแวดล้อมรอบตัวเต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ

ใต้แสงสลัวนั้น จอห์น ฟาเรียร์ได้ส่งแหวนวงหนึ่งให้แก่เขา พูดขึ้น

“เรย์ลิน ลูกรักของพ่อ นี่เป็นมรดกสืบทอดจากตระกูลฟาเรียร์ หนึ่งคำสัญญาจากจอมเวทท่านหนึ่ง ปู่ของลูกได้ช่วยจอมเวทท่านนั้นไว้และนี่เป็นของตอบแทนคือแหวนวงนี้

แหวนนี่เป็นเสมือนหนึ่งในคำสัญญา ถ้าหากลูกหลานของปู่มีพลังเวท สามารถใช้แหวนวงนี้เพื่อเข้าสถาบันเวทได้ฟรี! รับแหวนวงนี้ไว้ ตอนนี้ลูกเป็นความภาคภูมิใจในตระกูลฟาเรียร์ รักษามรดกของเราไว้….”

‘แหวน!’ ฟางหมิงตาถลนพลันมือขวาของเขาเคลื่อนไปในเสื้อผ้า

และเมื่อมือจับไปโดนของด้านใน เขาก็รู้สึกโล่งใจ แหวนโลหะยังอยู่ที่เดิม

‘พู่วว! อย่างน้อยพวกนั้นก็ไม่รู้จักสมบัติชิ้นนี้หรือไม่เห็นมัน ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ขอบคุณพระเจ้าที่มันไม่ได้หายไป’

ฟางหมิงเป็นนักวิทยาศาสตร์ในชีวิตที่แล้วและทุกๆครั้งที่เกี่ยวกับเรื่องพลังงานลึกลับเช่นพลังเวท เขารู้สึกเติมเต็มและปรารถณาที่จะวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้เต็มที่

นอกจากนี้เขาไม่ได้ต้องการจะกลับไปโลกเดิมเพราะว่าฟางหมิงได้ของสำคัญในการมาโลกนี้ไปแล้ว

แม้ว่าเขาจะครอบครองร่างกายนี้และกระทั่งความทรงจำ เขายังรู้สึก

แตกต่างออกไปจากเรย์ลินคนเดิม ครอบครัวของเขาที่ใช้โอกาสหลายปีเพื่อเขา อาจจะง่ายถ้าจะบอกว่ามีอะไรแตกต่าง ถ้าพวกเขาเข้าใจผิดว่าเรย์ลินถูกครอบงำด้วยปิศาจ อาจจะขอให้จอมเวทผู้ลึกลับเหล่านั้นมาตรวจสอบ ซึ่งแท้จริงแล้วเราอาจจะถูกเจอตัว

‘ถ้าเราเข้าสถาบันเวทมนตร์ได้ เราอาจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกหลายปี ถึงเวลานั้นพฤติกรรมของเราที่เปลี่ยนไปจะเป็นเพราะการเรียน จอมเวทเป็นที่รู้กันว่ามีพฤติกรรมแปลกๆและไม่ค่อยปกติดีเท่าไหร่ ถึงเวลานั้นถ้าเราไม่เปลี่ยนอะไรเลยจะดูน่าสงสัยมากกว่า!’

แค่เขาคิดไปไกลกว่านั้นสองมือคู่ใหญ่ก็ปรากฎขึ้นบนเท้าของเขา

“นายคิดอะไรอยู่?”

“มะ..ไม่มีอะไร!”ฟางหมิงสบัดหัวอย่างรวดเร็วแต่เขาลืมไปว่ายังเจ็บอยู่

เรย์ลินมองไปยังจอร์จ ความรู้สึกเหมือนหัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะและยังรู้สึกราวกับถูกงูพิษกำลังจ้องมาที่เขา

ฟางหมิงกรอกตาและพูดขึ้น “จอร์จเพื่อนรัก ทำไมแกไม่ปลุกฉันให้ไว ปล่อยให้นอนบนพื้นนั้นมาตั้งนาน?”

“เฮ่ะ เฮะ! ฉันเห็นแกกำลังหลับสบายและคิดว่าแกคงอยากจะนอนบนพื้นนี้นี่ไง!” จอร์จเกาศีรษะอย่างเขินอาย ถึงอย่างนั้นดวงตาเขาก็ส่องประกายครุ่นคิด

ภายใต้การคาดเดาของฟางหมิง สุดท้ายเขาก็ยกมือขึ้นยอมแพ้ “ดีมาก ดี! ใครบอกแกให้ไปมีอะไรกับนางเทพธิดา ความผิดของแกยังมีอยู่ จะบอกอะไรให้ ฉันก็ไม่ใช่คนดีเท่าไหร่ ตอนนี้คนในกองคาราวานทั้งหมดปฏิบัติกับแกเป็นศัตรูไปหมดแล้วและฉันก็จะไม่แยกตัวออกไปหรอก!”

“เซ็กส์? นางเทพธิดา?” ฟางหมิงเกาหัวเล็กน้อย แต่ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเขาทำอะไรลงไป

ผู้หญิงคนนั้นชื่อ เบสสิต้า

นอกเหนือจากอายุที่ 15 ปีแล้ว ร่างกายเธอยังโตไปมากกว่าอายุและมีความเย้ายวนถึงที่สุด เหนือจากดวงตากลมโตคู่นั้นมันยังเป็นเหตุผลให้เรย์ลินเผด็จศึกเธอในครั้งก่อน

เรย์ลินคนเก่าไม่ใช่สุภาพบุรุษ เขาเสียบริสุทธิ์ตอนอายุ 12 และหลังจากนั้นเขายังล่อลวงหรือบังคับหลายๆคนอีกด้วย ทั้งยังหลับนอนกับผู้หญิงมากกว่าร้อยคนมาแล้ว เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างว่าเขาเป็นสวะของพ่อของเขา

เมื่อฟางหมิงค้นในความทรงจำจบลง เขากรอกตาอีกครั้ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าร่างกายนี้อ่อนแอแค่ไหน มันไม่ใช่แค่เพราะอาการบาดเจ็บเท่านั้น

เมื่อคิดย้อนกลับไปเห็นได้ชัดว่าเรย์ลินได้ก่อปัญหาให้กับดินแดนของตัวเองมากเกินไปและเขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เมื่อเห็นเบสสิต้า

ในครั้งแรกที่เขายังปกติดี เขาเจ้าชู้และสร้างความสัมพันธ์กับเธอ ในที่สุดเขายังใช้วิธีรุนแรงกับเธออีก เมื่อฟางหมิงเห็นความทรงจำเหล่านี้ เขาอดไม่ได้ที่จะตราหน้าเรย์ลินคนเก่าว่าเป็นไอ้เศษสวะสังคม

เบสสิต้าเป็นถึงเจ้าหญิงในประเทศเล็กๆ! และเรย์ลินยังต้องการจะข่มขืนเธอ มีสมองไว้กั้นกะโหลกหรือข้างในมีแต่ขยะกัน?

ชิส์!

เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากที่ออกไปโดยไม่ได้บอกกล่าวอะไรกับเธอทำให้เรย์ลินได้รับบทเรียนอันโหดร้ายของกลุ่ม ‘องครักษ์พิทักษ์ดอกไม้’ สุดท้ายเรย์ลินก็ได้รับบทเรียนจนตายและฟางหมิงก็เกิดใหม่ในร่างเรย์ลิน

‘เฮ้ เบสสิต้าคนนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็นภายนอก เธอน่าจะวางแผนไว้แล้ว!’ ฟางหมิงหัวเราะในลำคอหลังจากคิดขึ้นได้

‘ก็ดี ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันก็จะแก้ปัญหาด้วยร่างนี้แทน ในเมื่อฉันได้รับโอกาสอีกครั้ง ฉันจะแก้แค้นให้คุณเอง หลังจากเรื่องทั้งหมด ตอนนี้ฉันคือ เรย์ลิน ฟาเรียร์’ ฟางหมิงสาบานภายในใจ

เรย์ลินพบว่าไม่มีใครพูดถึงคนที่คล้ายกับคนเอเชียในความทรงจำของเขา หรืออะไรที่เกี่ยวกับประเทศจีน ในโลกตะวันตกยุคใหม่นี้การใช้ชื่อจีนคงจะอันตรายมาก!

เรย์ลินมองไปรอบๆเพื่อหาคนอื่นๆ แต่ว่าไม่มีใครอยู่ข้างในรถโดยสารอันกว้างขวางเลยสักคน ขณะนั้นจอร์จได้เรียกเขาขึ้นมา

“ไม่ว่าอะไรก็ตาม ฉันยังต้องขอบคุณนาย! จอร์จ มียาบ้างไหม?”ฟางหมิงลุกขึ้นยืนและเหยียดตัวเอง ถึงแม้จะยังเจ็บอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางการเคลื่อนไหวและแผลที่ด้านหลังศีรษะก็ตกสะเก็ดแล้ว

“เฮะ เฮ่ะ ฉันรู้ว่าแกต้องใช้นี่!” จอร์จหัวเราะพร้อมกับโยนขวดเล็กๆมาหาเขา “นี่เป็นสินค้าลับในตระกูลฉัน ฉันได้ยินมาว่าปกติจะอัศวินจะใช้ระหว่างฝึกฝน และมันมีประโยชน์มากที่จะใช้รักษาบาดแผล!”

เมื่อจอร์จพูดขึ้นนั้น เขาได้มองไปรอบๆ “เอาหล่ะ ถึงเวลามื้อเย็นแล้ว ฉันจะออกไปก่อน แกควรจะใช้ยาเร็วๆได้แล้วและรีบออกมาด้วยนะ อ้อ จำไว้ว่าอย่าบอกใครเกี่ยวกับการเป็นเพื่อนของเรา!”

หลังจากพูดจบเขาก็วิ่งออกไปเหมือนสายลม

เมื่อมองไปยังร่างจอร์จที่ห่างออกไป เรย์ลินไม่สามารถช่วยได้ ได้แต่เอามือนวดหน้าผาก มันดูเหมือนว่าเรย์ลินคนก่อนจะวางไข่ไว้เยอะจริงๆ นี่ก็เป็นผลประโยชน์? ความทรงจำของเขาได้บอกว่าโลกนี้มีการเปิดเผยอย่างมากโดยเฉพาะเรื่องเซ็กส์…

เขาไม่สามารถทำอะไรเพื่อแก้ไขสถานการณ์ในตอนนี้ได้ เรย์ลินถอดเสื้อผ้าตัวเองออกแล้วทายาไปยังแผลบนร่างตัวเอง

“ฮึ่ม…ไอ้จอร์จจจจจ ทำไมแกไม่ช่วยทายาก่อนที่จะออกไปซะหน่อยเล่าาา?”เรย์ลินหายใจอย่างหนักหน่วงเมื่อเริ่มทายาเข้าไป

ยาตัวนี้ให้ประสิทธิภาพที่ดีมาก ในไม่ช้าความรู้สึกเย็นและความเจ็บปวดก็หายไป(ตาย นั่นเอง! เอ้ย ไม่ใช่ละ)

หลังจากเขาจัดการกับแผลบนร่างกายของตัวเองเรย์ลินก็ใส่เสื้อผ้าและเปิดประตูรถโดยสารออกไป

วูสสส! สายลมอ่อนๆตีกระทบหน้าเขาเบาๆ พระอาทิตกำลังละเส้นขอบฟ้าราวกับทุกอย่างเป็นเพียงภาพวาด

ดวงตาของเรย์ลินปิดลงและเขาพึมดำ “ไม่ว่าอะไรก็ตาม ฉันรู้สึกดีที่มีชีวิตอยู่!”

มองไปรอบๆด้าน เขาได้พบกับรถม้าโดยสารขนาดใหญ่หลายๆคันล้อมรอบเป็นวงกลมเพื่อตั้งแคมป์เฉพาะกิจขึ้น มีแคมป์ไฟอยู่ตรงกลางค่าย

มีเหล่าเด็กรอบๆแคมป์ไฟ นั่งและพักผ่อนบนพื้น พวกนั้นหัวเราะและเล่นด้วยกันขณะที่กำลังกินขนมปังบนมือ

เรย์ลินเดินไปข้างหน้าโต๊ะที่มีขนมปังและน้ำผลไม้บนนั้นไม่กี่อัน จากความทรงจำของเขานี่คือที่แจกจ่ายอาหาร

เมื่อเขาเดินเข้าไปในพื้นที่นั้น เขาเห็นคนไม่กี่คนเข้าแถวอยู่ พวกนั้นมองไปยังเรย์ลินด้วยสายตาเยาะเย้ย แม้เรย์ลินคิดว่าตัวเองจะหน้าด้าน แต่มันก็ยังยากที่จะทนได้เช่นนี้

ยังหรอก เขาจะไม่หนีไปไหน ไม่ว่าอะไรก็ตามเขายังต้องกิน

“เร็วเข้า!” เสียงแหบพร่า ดังออกมา

“ข…ขอโทษ เลดี้แองเจล่า!” เด็กหนุ่มที่ตกใจรีบขอโทษอย่างรวดเร็ว และเขารับอาหารที่แบ่งมาก่อนที่จะวิ่งไปให้ไกล

[บี๊บ! อันตราย! อันตราย! ร่างกายโฮสกำลังเข้าใกล้แหล่งอันตรายอย่างมาก ขอแนะนำให้อยู่ห่างอย่างน้อย 1000 เมตร!]

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: