ตอนที่  10  ฝูงหมาป่า

@nae แปล

Keepwalk เกลา

 

“เยี่ยม!  เราได้ใช้ผลไม้อสรพิษที่เหลือไปหมดแล้วสำหรับการเพาะบ่มร่างกาย  เราจะออกไปหาผลไม้อสรพิษพวกนี้ในป่า  แต่ก็ไม่แน่ใจว่าในที่ราบแห่งนี้จะมีผลไม้ชนิดนี้รึเปล่านะ…….”  เรย์ลินคิดในใจพร้อมเดินออกจากคณะเดินทาง

 

“เอไอชิป  ตรวจสอบค่าพลังของฉันหน่อย”

 

[บี๊บ!  เรย์ลิน  ฟาร์เรียร์  

ความแข็งแรง: 1.6  

ความว่องไว: 1.7  

พละกำลัง: 1.5  

สถาพร่างกาย: แข็งแรง.]

 

เอไอชิปแสดงผลข้อมูลตอบกลับแก่เรย์ลิน

 

“ค่าพลังของเรามันแทบจะไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย  เฉลี่ยแล้วเพิ่มขึ้นแค่ 0.1 เท่านั้นเอง!” เรย์ลินยักคิ้วขึ้น

 

“นับตั้งแต่ที่ทุกคนเริ่มเข้ามาอยู่ในรถม้ารวมกันเยอะๆ  ฉันก็ไม่สามารถหาสถานที่ที่เหมาะในการเพาะบ่มเทคนิคหายใจได้เลย  นอกจากนั้นผลกระทบจากยาก็เริ่มที่จะลดน้อยลงไปทุกที  ตามข้อมูลที่คำนวณดู การฝึกเทคนิคการหายใจแบบลัด มันน่าจะทำให้ฉันมีค่าเฉลี่ยของพลังอยู่ราวๆ 1.9 นะ  และหลังจากนั้นฉันจะสามารถนำตัวเองเข้าสู่ภาวะเสี่ยงตายเพื่อกระตุ้นพลังงานชีวิตจนไปถึงระดับอัศวิน … “

 

เรย์ลินมองไกลๆไปยังขุนนางสาวที่อยู่ในกลุ่มเฟอร์เซ่  พร้อมทั้งยังคงมองหาสมุนไพรและวัตถุดิบที่มีประโยชน์ไปด้วย

 

หลังจากที่เขาหาอยู่นานจึงเงยหน้าขึ้นด้วยความผิดหวัง

 

“สถานการณ์ในตอนนี้มันทำให้ฉันกลัว!  ที่นี่มีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป ผลไม้อสรพิษที่ฉันต้องการไม่มีอยู่ในที่ราบแห่งนี้เลยและฉันก็ไม่สามารถหาสมุนไพรที่ใช้งานได้ในพื้นที่นี้อีกด้วย!”

 

เฮ้! เรย์ลิน! ถึงเวลาขึ้นรถม้าแล้ว!”  เสียงตะโกนของจอร์จดังมาจากระยะไกล

 

“บ้าเอ้ย!” การเดินทางออกมาจากกลุ่มคนเดียวแบบนี้นอกจากจะเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำแล้วมันยังเป็นสิ่งที่อันตรายอีกด้วย  เรย์ลินตัดสินใจยกเลิกความตั้งใจของเขาและรีบกลับไปยังรถม้า

 

[คำเตือน! คำเตือน!  สิ่งมีชีวิตที่เป็นอันตรายกำลังใกล้เข้ามา!]

 

ทันใดนั้นเองเสียงจากเอไอชิปดังขึ้นพร้อมปรากฏคำเตือนสีแดงขึ้นในตาของเขา นั่นทำให้เขาตกใจมาก

 

“เร็วเข้า! แสดงแผนที่ออกมา!”

 

เรย์ลินตื่นเต้นโดยแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน  เขาวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดของเขาและในมือขวากำดาบไว้แน่น

 

แผนที่จำลองปรากฏขึ้นข้างหน้าดวงตาของเขา  มันปรากฎเป็นจุดสีแดงอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มกำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้าและจุดสีแดงเหล่านั้นก็เริ่มกระจายพื้นที่ไปล้อมรอบคณะเดินทางของเรย์ลิน

 

[บี๊บ!  อ้างอิงจากฐานข้อมูล มีความเป็นไปได้ถึง  97.8%  ที่สิ่งมีชีวิตที่เป็นอันตรายพวกนี้จะเป็นฝูงหมาป่า!]

 

“หมาป่า!”  เรย์ลินได้ยินสิ่งที่เอไอชิปรายงานพร้อมนึกถึงข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้ได้ก่อนหน้านี้

 

หมาป่า: เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในที่ราบแห่งความตายนี้  พวกมันดุร้ายและก้าวร้าว  ส่วนใหญ่พวกมันจะออกล่าเหยื่อเป็นกลุ่ม  สำหรับความแข็งแรงของพวกมันอยู่ราวๆ 2-3  ความว่องไว 3-4  และพละกำลังอยู่ราวๆ 3-4

 

“ไม่น่าเชื่อ  ความแข็งแกร่งพวกนั้นมันอะไรกัน  ความแข็งแกร่งระดับนี้มันต้องเป็นระดับอัศวินที่ได้รับการฝึกแล้วเท่านั้นถึงจะรับมือไหว”  เรย์ลินเร่งฝีเท้าและมุ่งหน้าไปหาจอร์จพร้อมพูดในโทนเสียงต่ำว่า  “งานเข้าแล้วเพื่อน  เราเจอปัญหาแล้วหละ!”

 

จอร์จมองไปรอบและพบว่าเหล่าขุนนางแต่ละคนยังคงจัดการตัวเองยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี  เขานำขวดน้ำของตัวเองออกมาพร้อมถามเรย์ลินกลับไปว่า “มีอะไรงั้นหรอ?”

 

“ฝูงหมาป่า!  ฉันพบร่องรอยของพวกมัน”  เรย์ลินพูดอย่างรวดเร็ว

 

“ฉันจัดการเอง!”  จอร์จกระดกน้ำเพียงเล็กน้อย  และส่งสัญญาณมือออกไป

 

สมาชิกคนอื่นๆในกลุ่มเฟอร์เซ่ที่ได้รับหน้าที่ให้เป็นหน่วยคุ้มกันตกใจเล็กน้อยกับสัญญาณจากจอร์จแต่พวกเขาก็ไม่ลืมแผนที่วางเอาไว้ก่อนหน้านี้  เหล่าหน่วยคุ้มกันเริ่มจากการป้องกันเหล่าขุนนางผู้หญิงก่อนและกระซิบที่หูของพวกเขาถึงสัญญาณภัยอันตราย  ขั้นตอนทั้งหมดถูกทำอย่างรวดเร็วและเงียบสงบ  แม้ว่าจะมีขุนนางบางส่วนที่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นและทำตามขั้นตอนทุกอย่างตามที่คนอื่นทำ  พวกเขาส่วนใหญ่ก็ยังคงลืมความหมาย

 

ในบางครั้งเมื่อเกิดอันตรายขึ้น  สิ่งเดียวที่คุณต้องทำคือการทำอะไรสักอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าคุณนั้นวิ่งเร็วกว่าคนอื่น!         

 

“ไปกันเถอะ!”  หลังจากที่เห็นว่าทุกคนเริ่มที่จะล่าถอยไปกันหมดแล้ว  จอร์จและเรย์ลินจึงตามไปด้วย

 

“เรย์ลิน  ไม่น่าเชื่อว่านายจะเป็นหน่วยลาดตระเวนที่สุดยอดขนาดนี้!”  จอร์จพูดเสียงเบากับเรย์ลิน  หลังจากที่พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันมาค่อนข้างมากและเข้าใจซึ่งกันและกัน  จอร์จรู้ทันทีว่าเรย์ลินจะไม่พูดเล่นหรือโกหกกับเรื่องอะไรแบบนี้แน่นอน

 

แม้ว่าเหล่าสมาชิกของกลุ่มเฟอร์เซ่จะดำเนินการตามขั้นตอนที่วางไว้อย่างเงียบๆและเป็นระเบียบเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย แต่ก็ยังมีบางส่วนที่หัวหมอและทำการล่าถอยไปอย่างรวดเร็วไม่เป็นระเบียบ

*ปัง…ปัง*!

 

มีเสียงดังขึ้น “ท่านจอมเวทได้ตระหนักถึงภัยอันตราย  เหล่าขุนนางทุกคนรีบขึ้นรถม้าให้หมด!”

 

อัศวินดำคนหนึ่งตระโกนขึ้นราวกับเสียงสายฟ้าฟาด ทำให้เหล่าขุนนางทุกคนได้ยินชัดเจน  พวกเขาตะลึงอยู่ในความเงียบกับสิ่งที่ได้ยินสักพัก ก่อนที่ทุกคนจะทำการหนีกระเจิงอย่างบ้าคลั่งเพื่อกลับไปยังรถม้า

 

“ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนแล้ว!  ทุกคนวิ่ง!”  จอร์จตะโกนพร้อมชักดาบ

 

หลังจากที่ทุกคนได้ยินเช่นนั้นแล้วต่างก็รีบวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดจนมาถึงรถม้า

 

“อะหวูววววววววววววววววว” ในขณะนั้นเองเสียงหอนโหยหวนได้ดังขึ้น  เสียงนั้นเต็มไปด้วยความโหดร้ายไร้ปราณี

 

ฝูงหมาป่าที่อยู่รอบๆต่างหอนด้วยเสียงที่ฟังดูน่าขนลุก  หลังจากที่เหยื่อของพวกมันรับรู้ถึงการมาของพวกมัน

 

เงาสีดำโผล่ออกมาวิ่งตามด้านหลังเหล่าผู้ใช้เวทย์ พวกมันลำตัวยาวสองถึงสามเมตร และความเร็วพวกมันแวววาวสีดำหลังจากติดตามผู้คนที่หนีอยู่

 

“ฝูงหมาป่า!” หนึ่งในเหล่าขุนนางร้องไห้ออกมาด้วยความสิ้นหวัง

 

ในขณะที่ขุนนางหนุ่มคนนั้นร้องไห้ทันใดนั้นเองมีเงาขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่ร่างของขุนนางสาวอีกคนนึงจนล้มลงไปกับพื้น  และพอเธอเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับกรามขนาดใหญ่ที่กำลังอ้าปากพุ่งเข้ามาพร้อมกับฟันที่แหลมคมกัดเข้าที่คอ

 

ขุนนางสาวตายด้วยสีหน้าอันเศร้าหมองพร้อมกับน้ำตา

 

ขุนนางคนอื่นๆที่กำลังหนีต่างก็ถูกดึงดูดด้วยเสียงร้องของขุนนางสาวผู้นั้นและหันกลับไปมองถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาวิ่งหนีต่อพร้อมกับร้องไห้ออกมาหลังจากที่ได้เห็นภาพอันน่าสยดสยองเช่นนั้น

 

ขุนนางสาวอีกคนหนึ่งที่ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตากำลังวิ่งหนีและตะโกนขึ้นว่า  “แม่จ๋า! แม่! ช่วยหนูด้วย … !”

 

“เหล่าขุนนางที่น่าสงสารพวกนั้น  มีคนตายเกิดขึ้นแล้วหรอเนี่ย?”  ตอนนี้เรย์ลินวิ่งกลับมาถึงรถม้าแล้วและเขาได้เห็นถึงเหตุการณ์วุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้น

 

* วูบ * * วูบ *

 

ในเวลานั้นเองมีเงาสีเข้มทั้งเจ็ดดวงพุ่งออกมาจากรถม้า  แต่ละคนใช้ดาบขนาดใหญ่ฟาดฟันอากาศออกไปพร้อมพุ่งเข้าไปหาเหล่าฝูงหมาป่า

“เหล่าอัศวินผ้าคลุมดำ!  พวกเขาเริ่มโจมตีแล้ว” เรย์ลินคิดในใจกับตัวเอง

 

ค่าพลังของหมาป่าแต่ละตัวนั้นอยู่ราวๆ 3 ซึ่งแน่นอนว่าใกล้เคียงกับระดับของอัศวิน  อย่างไรก็ตามเหล่าอัศวินมีทักษะการใช้อาวุธพร้อมกับสติปัญญาในการแก้ไขสถานการณ์  รวมทั้งยังมีวิชาลับที่สามารถเพิ่มพลังให้กับพวกเขาในยามจำเป็น  แม้จะเป็นการสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งหรือหนึ่งต่อสาม  แน่นอนว่าพวกหมาป่าไม่มีทางสู้เหล่าอัศวินได้แน่นอน  แต่จำนวนของหมาป่าในตอนนี้มัน………..”

 

เรย์ลินแสดงอาการกังวลหลังจากที่เห็นจุดสีแดงหลายร้อยจุดกำลังล้อมรอบเหล่าอัศวินจากแผนที่จำลองในตาของเขา

 

“ก่อนหน้านี้แค่เพียงฝูงหมาป่าไม่ถึงร้อยตัวก็สามารถสร้างความเสียหายให้กับรถม้าได้แล้ว  แต่ในครั้งนี้มีมาหลายร้อยตัว…..บางทีวันนี้เราอาจจะได้เห็นเหล่าจอมเวทได้แสดงความสามารถของพวกเขาบ้างแล้ว!”

 

“ฟิ้ววว”  อัศวินคนหนึ่งโจมตีหมาป่าด้วยพลังดาบของเขา  มันเป็นพลังปราณดาบสีเงินที่พุ่งผ่านไปในอากาศจู่โจมเข้าใส่หมาป่าจนขาดเป็นสองท่อน

 

“ฮี่  ฮี่!”  อัศวินผู้นั้นทำการเลียเลือกที่ริมฝีปากของเขามันช่างดูน่ากลัว “เข้ามาเลย  เหล่าของรักของข้า!”

 

“ขอบ….ขอบคุณท่านมากค่ะ!”  ขุนนางสาวที่ถูกช่วยชีวิตเอาไว้ขอบคุณอัศวินผู้นั้นอยู่หลายรอบ  ในขณะที่คราบน้ำตาของนางยังติดอยู่ที่แก้ม  ใช่แล้วขุนนางสาวผู้นี้คือคนที่ร้องหาแม่ของนางนั่นเอง

 

“นี่บ้ารึเปล่า?  รีบกลับไปสิ!”  อัศวินผู้นั้นตวาดใส่ขุนนางสาวที่ยังไม่รีบกลับเข้าไปในรถม้าโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองด้วยซ้ำพร้อมพุ่งเข้าใส่หมาป่าอีกตัว

 

นั่นทำให้ขุนนางสาวได้สติกลับมาพร้อมกับรู้ว่าตัวเองต้องทำอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้ นางจึงได้วิ่งกลับไปยังรถม้า

 

“เร็วเข้า!  รีบจัดรถม้าเป็นวงกลมเพื่อใช้รูปแบบการป้องกัน  พวกผู้หญิงให้อยู่ข้างหลัง  ส่วนพวกผู้ชายให้ชักดาบออกมาและตั้งค่ายกล” อัศวินที่อยู่ในบริเวณนั้นตะโกนออกมา

 

“ได้เลย!”  จอร์จเป็นคนแรกที่ตะโกนตอบกลับไปและกระโดดขึ้นไปบนรถม้าคันหนึ่งเพื่อทำการสั่งให้สมาชิกในกลุ่ม

 

“ถึงเวลาที่ต้องต่อสู้เพื่อชีวิตของเราเองแล้ว!”  เรย์ลินถือดาบไว้ในมือและพึมพำกับตัวเอง

 

จากสถานการณ์ที่ผ่านมา  เรย์ลินสังเกตเห็นว่าสมาชิกของกลุ่มเฟอร์เซ่มีการสูญเสียเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยเนื่องจากมีการเตือนกันล่วงหน้า  นอกจากพวกที่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากการวิ่งกลับมาที่รถม้าก็ยังไม่มีใครตายหรือได้รับบาดเจ็บร้ายแรง

ในทางตรงกันข้าม  เหล่าขุนนางคนอื่นๆที่ไม่ได้เป็นสมาชิกในกลุ่มเฟอร์เซ่ต่างถูกฆ่าและได้รับบาดเจ็บกันเป็นจำนวนมาก  ยกตัวอย่างเช่นกลุ่มของโอวรินที่ตอนนี้มีคนในกลุ่มหายไปแล้วสองคน ส่วนพวกที่ยังอยู่ต่างก็ได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า  นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเขาแค่โชคดีที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ต่อไป

 

“เอาล่ะ!  เราจะช่วยเหลือพวกที่เราสามารถช่วยได้!”

 

ร่างของแองเจลโล่ปกคลุมไปด้วยเลือดขณะที่เขากลับมาสร้างค่ายกลรูปแบบป้องกัน  เวลาเดียวกันที่เขาเห็นเรย์ลินกำลังจับดาบด้วยมือทั้งสองข้างอยู่ในท่าที่พร้อมสู้

 

“นายไม่กลัวหรอ?”  อัศวินถามขึ้น

 

“ในสถานการณ์แบบนี้ กลัวไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรถูกไหม?”  เรย์ลินตอบกลับ  ในมือของเขากำดาบไว้แน่น  แม้ในชีวิตเดิมของเขาฉากเลือดสาดจะไม่ได้เป็นเรื่องปกติที่มีให้เห็นก็ตาม แต่หลังจากนี้คงต้องสู้แล้ว

 

“ฮี่…ฮี่!  ไอ้พวกหมาป่าพวกนี้มันฉลาดแล้วก็เจ้าเล่ห์มาก  ตราบใดที่เราทำให้พวกมันรู้ว่าพวกเราไม่ใช่เป้าหมายที่พวกมันจะสามารถจัดการได้ง่ายๆ  พวกมันก็จะหนีไปเอง”  แองเจลโล่พูดด้วยน้ำเสียงอดทน แม้เขาจะไม่รู้ว่าอัศวินคนนี้กำลังพยายามปลอบเขาหรือไม่ แต่เรย์ลินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

 

“อะหวูวววววววว”  เหล่าขุนนางบางคนที่โดนโจมตีไปก่อนหน้าเริ่มตายลงเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว  กลิ่นเลือดของพวกเขาฟุ้งกระจายไปทั่วในอากาศ  ฝูงหมาป่ายังคงโจมตีเข้ามาที่รถม้าอย่างบ้าคลั่ง

 

“พวกมันมากันแล้ว!  ทุกคนระวังตัวด้วย!  พวกเราจะพยายามกันอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องทุกคนที่นี่แต่ฝูงหมาป่าพวกนี้มีมากและพวกเราเองก็ล้มตายกันไปบ้างแล้ว  เพราะฉะนั้นจงสู้เพื่อรักษาชีวิตของตัวเอง!”  เสียงของแองเจลโล่ดังขึ้น เขาตวัดดาบและออกมายืนด้านหน้าพร้อมกับเหล่าอัศวินคนอื่น

 

“ฆ่ามัน!”  อัศวินตะโกนดังขึ้นและเรย์ลินก็เห็นแสงจางๆรอบดาบขนาดใหญ่ของพวกเขา

 

หมาป่าที่พุ่งเข้ามาถูกเสียบด้วยดาบจากเหล่าอัศวิน ทำให้มีรูฉีกขาดอยู่ตรงกลางอกของพวกมันและเลือดฟุ้งกระจายบนอากาศเต็มไปหมด

 

การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป เหล่าอัศวินปะทะกับฝูงหมาป่าและยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง

 

“พวกเราควรจะสู้ด้วย! ต้องช่วยพวกอัศวินและลดภาระของพวกเขา!”  จอร์จเดินไปหาเรย์ลินและพูดขึ้น

 

“ใช่  ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปพวกอัศวินจะต้านเอาไว้ไม่ไหวแน่ๆและพวกเราทุกคนจะลำบาก!” เรย์ลินพยักหน้าตกลง

 

ภายใต้การนำของจอร์จ เหล่าขุนนางในกลุ่มเฟอร์เซ่ได้ชักดาบออกมาและคอยสนับสนุนเหล่าอัศวินจากทางด้านข้าง

 

“อะหวูว”  เสียงหมาป่าตัวหนึ่งดังขึ้นและตอนนี้เรย์ลินกำลังเผชิญหน้ากับหมาป่าตัวใหญ่ที่มีขนาดกว่า 2 เมตร

 

ในขณะที่หมาป่ายังคงเห่าหอนอยู่นั้นเรย์ลินได้กลิ่นเหม็นจากหมาป่าตัวนี้

 

“เอไอชิป!  ตรวสอบสนามรบและหาทางสังหารหมาป่าด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด!”

 

[เริ่มต้นการจำลอง! เข้าสู่โหมดช่วยเหลือ!]  มีแสงเกิดขึ้นและมีภาพพาโนรามาสามมิติปรากฏขึ้นต่อหน้าเรย์ลิน

 

หมาป่าหันหน้ามาทางเขาจนมันเริ่มโจมตีด้วยกรงเล็บที่เต็มไปด้วยเลือดและคลื่นความร้อน

 

[ร่างโฮสต์ถูกโจมตี! วิธีที่รับมือที่ดีที่สุด: ใช้ดาบป้องกันด้วยการตั้งฉาก 50 องศาออกไปทางขวาจากนั้นให้แทงสวนกลับไป!]

 

“ฮ่า!” เรย์ลินตะโกนออกขณะที่เขาใช้เทคนิคการหายใจไปด้วย เขาส่งพลังไปที่กล้ามเนื้อแขนพร้อมกับทำตามคำแนะนำจากเอไอชิปด้วยการกวาดดาบไปทางขวาที่มุม 50 องศา  และแน่นอนว่าเขาสามารถปัดกรงเล็บออกไปได้

 

* ปังงงง * เรย์ลินรู้สึกตกใจกับความแรงจากกรงเล็บของหมาป่าที่เปรียบเสมือนกับเหล็กกล้าปะทะเข้ามา

 

“หมาป่าตัวนี้แข็งแกร่งกว่าที่คิด  ถ้าขืนยังเป็นอย่างนี้ต่อไปเราจะหมดแรงเสียก่อน  ต้องรีบจบการต่อสู้ครั้งนี้อย่างรวดเร็ว!”

Facebook Comments