พ่อมดแห่งโลกเวทมนต์ ตอนที่ 11 ท่าฟันกางเขน

ตอนที่ 11 ท่าฟันกางเขน

@blue : แปล

keepwalk : เกลาสำนวน

 

เรย์ลินตกใจกับความแข็งแกร่งหลังดาบปะทะกับกรงเล็บของหมาป่า

 

ดาบกางเขนวาดโค้งเป็นเงาแสงหลังจากเอไอชิปได้คำนวณทิศทางการโจมตี เขาแทงตรงไปยังหมาป่าที่อยู่ตรงข้าม

 

ทักษะดาบกางเขน เป็นเทคนิคลับที่ถูกส่งต่อผ่านตระกูลฟาเรียร์ สิ่งสำคัญคือการใช้แรงเหวี่ยงอันทรงพลังในการโจมตีศัตรู

 

ขณะเดียวกันเรย์ลินบิดเอวเพื่อเพิ่มความรุนแรง ดาบกางเขนในมือเขาเกิดเสียงทะลุผ่านอากาศและกระแทกเข้ากับร่างหมาป่า

พรึ่บ!

ดาบกางเขนติดแน่นกับร่างของหมาป่า ผลสะท้อนทำให้ร่างเขาสั่นสะเทือนและพยายามจะดึงดาบกางเขนออกจากมัน

 

“ฮึบ!” เรย์ลินดึงมือกลับ ดาบกางเขนถูกดึงกลับออกมาอย่างรุนแรงส่งผลให้เลือดหมาป่าพุ่งกระจาย

 

หมาป่ากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เรย์ลินสบโอกาสแทงที่ขาของหมาป่าขณะมันอ่อนแรง เมื่อมันกระโดดถอยออกมา ดูเหมือนกรงเล็บข้างหนึ่งจะไม่สามารถใช้การได้อีก

 

เมื่อเรย์ลินเห็นว่าหมาป่าถอยหนี เขาได้แต่มองดูไม่ได้ไล่ตามต่อ

 

“แรงกดดันที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากอัศวินชุดดำ ถ้าวิ่งออกนอกเขตป้องกันเพื่อไล่ล่านั่นเท่ากับการฆ่าตัวตาย ถึงยังไงหมาป่าตัวนั้นก็ไม่สามารถเข้ากลุ่มโจมตีได้อีก มันอาจจะตายหลังจากนั้นหรือ…จบลงด้วยการเป็นอาหาร!”

 

“ทำได้ดีมาก” จอร์จพูดขึ้นมาอย่างเสียงดังจากข้างๆ สภาพเขามีร่องรอยเลือดบนร่าง ท่าทางของเขามีภาพความมั่นใจดูเหมือนเป็นฝ่ายสังหารมากกว่า ความจริงเขาได้จัดการหมาป่าถึงสองตัวและดูเหมือนว่าเขาไม่ได้เสียเปรียบเลยสักนิด

 

‘ทักษะดาบลับที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่นในตระกูลขุนนางนั้นไม่ธรรมดาเลย!’ เรย์ลินคิดอย่างกะทันหันก่อนที่เขาจะจ้องมองไปยังฝูงหมาป่าที่อยู่ตรงหน้าเขา

 

การต่อสู้ที่ระหว่างมนุษย์กับหมาป่ายังดำเนินต่อไปเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ดวงอาทิตย์ค่อยๆส่องสว่างขึ้นและความมืดจางหายลงไปตามทุ่งหญ้า

 

ดวงตาของหมาป่ามีประกายสีน้ำทะเล ทำให้กองคาราวานมีความรู้สึกน่าขนลุกราวกับล้อมรอบด้วยฝูงของดวงตาสีฟ้าอมเหลืองมากมาย

 

“แฮ่ก … แฮ่ก” เรย์ลินหายใจหนัก ตอนนี้เขาดูราวกับปลาที่ถูกจับออกจากน้ำ ใบหน้าของเขาปกคลุมด้วยเลือดไม่มีแม้แต่เวลาเช็ดออก

 

ถึงแม้เอไอชิปจะทำให้รู้วิธีการต่อสู้ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการสังหารหรือทำให้มันบาดเจ็บหนัก แต่กลับกินพลังงานมาก

 

“ถ้าเกิดเป็นแบบนี้ก็ไม่ต้องคิดถึงเหล่าผู้ใช้เวทย์ฝึกหัดคนอื่น ๆเลย แค่เหล่าอัศวินชุดดำเท่านั้นที่ยังมีพลังเหลือเฟือ แต่พวกเขาอาจจะไม่สามารถต่อต้านได้นาน  ในสถานการณ์แบบนี้ ทำไมพวกจอมเวทย์ชุดขาวยังไม่ทำอะไรอีก?”

 

เรย์ลินเหลือบไปเห็นพื้นที่ว่างระหว่างเมกัสฝึกหัดผู้หญิงที่อยู่กลางแคมป์ ตรงนั้นมีชุดคลุมสีขาวสามคนนั่งอยู่และมีแสงออร่ารอบๆราวกับกำลังร่ายเวท พื้นที่บริเวณนั้นไม่มีผู้ใช้เวทย์ฝึกหัดเข้าใกล้ระยะสามเมตร

 

ส่วนหมาป่าก็ยังอยู่รอบๆอาณาเขตการป้องกัน พวกมันได้ตายไปแล้วหนึ่งในสาม อย่างไรก็ตาม จำนวนเมกัสฝึกหัดที่ป้องกันแนวหน้าก็ลดลงอย่างมาก ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บและได้รับการช่วยเหลือจากเมกัสหญิงฝึกหัด

 

“ถ้าฉันเป็นจ่าฝูง จากความเสียหายในตอนนี้ก็เพียงพอให้ถอนกำลังแล้ว บางทีอาจจะมีการโจมตีรอบสุดท้ายเกิดขึ้น!”

 

ดาบของเรย์ลินเกิดประกายแสงวูบวาบเมื่อฟันขาของหมาป่า ในเวลาเดียวกันเขามีโอกาสได้หยิบเอาผลเบอร์รี่ออกมาแล้วโยนเข้าปาก เคี้ยวสองครั้งก่อนที่จะกลืนมันลงไป

 

ผลเบอร์รี่ที่มีสรรพคุณเหล่านี้เรย์ลินเก็บรวบรวมระหว่างเดินทาง สรรพคุณสามารถฟื้นฟูพลังได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาได้วิ่งออกไปจากกลุ่มป้องกัน

 

อวู้วววววววว! หมาป่าส่งเสียงหอนแต่คราวนี้ มันมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป

 

ฝูงหมาป่า เกิดความบ้าคลั่งมากขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนั้น  พวกมันพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต

 

“มันคือการโจมตีระลอกสุดท้าย!” เรย์ลินกระพริบตา  เขาแกว่งดาบกางเขนในมือแล้วก้าวไปข้างหน้า

 

ปัง! เรย์ลินรู้สึกถึงพลังที่ไหลผ่านมือของเขาและดาบกางเขนเกือบจะหลุดจากมือ

 

“ดูเหมือนหมาป่าตัวข้างหน้านี้จะขนาดใหญ่สองเท่า!” เรย์ลินผ่อนคลายกล้ามเนื้อ “เอไอชิปทำการสแกน หมาป่าที่อยู่ข้างหน้า!

 

[หมาป่า

ความแข็งแกร่ง : 2.3

ความว่องไว : 4.1

พละกำลัง : 3.1

รายละเอียด: ในฝูงหมาป่าจะมีตัวที่มีขนาดร่างกายขนาดใหญ่กว่าพวกเดียวกัน  พวกที่ร่างกายใหญ่จะได้รับเลือกให้เป็นผู้คุ้มกัน พวกมันจะมีความแข็งแกร่งมากกว่าตัวอื่นและจงรักภักดีต่อจ่าฝูง]

 

นี่คือรายละเอียดจากความทรงจำเรย์ลินคนก่อน เขาพบได้ในบางจุดและมันถูกดึงออกมาแสดงจากเอไอชิป

 

‘นี่มันเจ๋งจริงๆ ดูเหมือนจ่าฝูงหมาป่าจะลงทุนครั้งใหญ่ในการต่อสู้ครั้งนี้’ เรย์ลินคิด ก่อนที่จะก้าวออกไปเพื่อที่จะสู้กับหมาป่าอีกครั้ง

 

เขาเคยเป็นนักวิทยาศาสตร์ในโลกเดิมและคิดว่าเขาไม่ได้เป็นคนเลือดร้อน แต่ตอนที่อยู่ที่นี่และได้ต่อสู้กับฝูงหมาป่าทำให้เรย์ลินรู้สึกว่าถ้ามีอะไรมากระตุ้นกับร่างกายเขา จะทำให้เขากระหายการต่อสู้

 

ซึ่งแตกต่างจากในโลกเดิม สัตว์ประหลาดเหล่านี้มีสัญชาตญาณดิบซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการมีชีวิตรอด!’ เรย์ลินตระหนักกับสิ่งเหล่านั้น

 

“ฮ่าๆ เข้ามา! เข้ามา!” เรย์ลินได้ฝึกเทคนิคการหายใจของตระกูลในระดับสูง ตอนนี้เขาต้องการเพียงความเข้าใจในการสังหารเพื่อจำลองสถานการณ์เสี่ยงตาย และกลายเป็นอัศวินที่แท้จริง!

 

“ฆ่า!!” นัยน์ตาของเรย์ลินขึ้นสีแดงในขณะเริ่มต่อสู้

 

เขาปลดปล่อยอารมณ์อย่างสมบูรณ์ ในทุกจังหวะดาบของเขาได้ระบายความรู้สึกกลัวที่เขาตายในโลกก่อนหน้านี้และความสับสนที่มายังโลกนี้ทิ้งไป

 

“ฮ่า!”แววตาเขาเป็นประกายขณะที่เขาต่อสู้กับหมาป่าดูเหมือนเขาเริ่มจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

 

ดาบกางเขนในมือฟันลงส่งเป็นประกายแสงสีเงิน

 

ขณะดาบเฉือนไปตามพื้นดิน เรย์ลินบิดตัวเพิ่มความรุนแรงได้จากกล้ามเนื้อส่วนเอวด้วยแรงเหวี่ยงของดาบกางเขน เขาได้ฟันในแนวขนานพื้นอีกครั้ง!

 

ดาบกางเขนดูส่องแสงหม่น การฟันสองครั้งหลอมรวมกันเกิดเป็นแสงรูปไม้กางเขน!

 

ทักษะดาบกางเขน: ทักษะลับสังหาร ท่าฟันกางเขน!

 

ท่าสังหารนั้นมีแก่นก็คือการเคลื่อนไหว การใช้ทักษะที่เชี่ยวชาญจะทำให้สามารถสังหารได้ในดาบเดียว

 

ถึงแม้จะไม่สามารถเทียบกับทักษะลับอัศวินที่เพิ่มสถานะทุกอย่าง เตรียมอัศวินผู้ที่มีความสามารถในการสังหารยังคุกคามอัศวินที่แท้จริงได้

 

ดาบกางเขนได้ฟันอย่างโหดเหี้ยมบนร่างหมาป่า เกิดแผลใหญ่รูปกางเขน  หมาป่าร้องคร่ำครวญขณะที่เลือดไหลเป็นสาย

 

“ตอนนี้แหละ!” เรย์ลินมองต่ำลงขณะที่เขาพุ่งไปข้างหน้า

 

กระโดดฟันระดับสูง!

 

ดาบกางเขนได้เหวี่ยงผ่านและหัวของหมาป่าก็หลุดลอยออกจากลำตัว!!!

 

หมาป่ารอบๆกระโดดออกด้วยความกลัว การโจมของพวกมันก็ชะลอลง แม้แต่อัศวินผ้าคลุมดำที่อยู่รอบๆก็มองด้วยความตกใจ

 

เรย์ลินรู้สึกสะใจ เขาเดินไปที่หัวหมาป่า ช่วยไม่ได้ที่เขาจะคำราม

 

“ฮู่วววว…..” ฉันได้ระบายมันออกไปแล้วดังนั้นได้เวลาที่จะหนีแล้ว

 

หลังจากร้องคำราม เรย์ลินไม่ได้เลือกที่จะเดินหน้าต่อแต่หันไปรอบๆเพื่อกลับไปที่ขอบเขตการป้องกัน มีการอนุญาตให้คนที่ป้องกันได้พักและแทนตำแหน่งเขา

 

“ฉันไม่ใช่คนงี่เง่า ทักษะสังหารตอนนี้มันเหนื่อยมากเกินไปและฉันได้ระบายความรู้สึกที่อยู่ในใจออกมาแล้ว ตอนนี้ควรจะออมแรงไว้ป้องกันตัวเอง”

 

เรย์ลินได้รับขวดน้ำจากเด็กผู้หญิงด้วยมือสั่นๆและดื่มน้ำไปอึกใหญ่

 

เมื่อดื่มน้ำเขาหลับตาลงช้าๆ ‘ฉันได้ฆ่าหมาป่าไปจำนวนมากที่สุดนอกจากพวกชุดคลุมดำ ด้วยเหตุนี้ไม่มีใครสามารถบังคับให้ฉันต้องเข้าสู่สนามรบได้อีก ต่อไปฉันต้องออมแรง และดูการกระทำของพวกชุดคลุมสีขาวไปด้วย!’

 

จากการเก็บข้อมูลของเอไอชิปได้คำนวณว่ามีโอกาส 98% ที่ฝูงหมาป่าจะผ่านขอบเขตการป้องกันนี้ได้และเกิดการตายกับเหล่าผู้ใช้เวทย์ฝึกหัด ในจุดนี้ไม่ว่าเมกัสชุดขาวต้องการที่จะพัก พวกเขาก็ต้องทำอะไรสักอย่าง

 

“อวู้วววว!” เสียงหอนไม่หยุดที่มาจากหัวหน้าหมาป่า ซ่อนอยู่ท่ามกลางฝูงของมัน ฝูงหมาป่าก้าวร้าวมากขึ้นกว่าเดิม มีผู้คุ้มกันหมาป่าตัวใหญ่ปรากฎตัว คอของผู้ใช้เวทย์ฝึกหัดถูกฉีกออก และเขาล้มลงกับพื้น

 

“เราไม่สามารถทนรอได้อีกต่อไป! เปิดใช้ทักษะลับของนายซะ! “ชุดคลุมดำแองเจโลตะโกนขึ้น

 

ขณะเดียวกัน ชุดคลุมดำหลายคนมีเสียงแคว่ก เป็นเพราะกล้ามเนื้อขยายพองโตขึ้นในเวลาไม่นาน กล้ามเนื้อที่เติบโตขึ้นราวกับยักษ์ย่อมๆนี่เอง

 

“แสดงออกมาแล้ว! ทักษะลับของอัศวิน! “ตาของเรย์ลินไม่กะพริบ “เอไอชิปรวบรวมข้อมูล!”

 

[บี๊บ! สร้างภารกิจ! การเก็บข้อมูลกำลังดำเนินการ!]

 

[ทักษะลับอัศวิน(ประเภทพลัง?): หลังจากการกระตุ้น พลังชีวิต ความแข็งแรงและการป้องกันเพิ่มขึ้น ความว่องไวลดลง! การเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับเส้นการไหลเวียนพลังงานชีวิต บันทึกได้ 43% ข้อมูลที่เหลือไม่เพียงพอ ไม่สามารถวิเคราะห์!]

 

เมื่อหน้าต่างปรากฎด้านหน้าเขา เรย์ลินรู้สึกเสียใจ “ฉันยังไม่เข้าใจว่าพลังชีวิตของอัศวินถูกเปิดใช้งานยังไง แต่ถ้าฉันมีสักอัศวินคนหนึ่งไว้ทดสอบ ตอนนั้นฉันอาจจะสามารถเข้าใจมันได้….”

 

ส่วนอัศวินผ้าคลุมดำที่ได้ใช้ทักษะลับ ไม่เฉพาะกล้ามเนื้อที่เพิ่มความแข็งแกร่งขึ้น การป้องกันของพวกเขาดูเหมือนจะเพิ่มมากเช่นกัน องครักษ์หมาป่ายังต้องหลีกหนี อัศวินหลายนายได้ใช้ดาบใหญ่สับกลางหน้าผากของหมาป่าจนแยกออกจากกันไปหลายตัว

 

การเพิ่มขึ้นขององค์รักษ์หมาป่า ในที่สุดเหล่าหมาป่าก็ได้ผ่านช่องว่างและได้คลุกวงในของผู้ใช้เวทย์ฝึกหัด

 

“อ๊า! ช่วยด้วย! ”

 

” พ่อจ๋า! แม่จ๋า! “

 

” ฉันยังไม่อยากตาย!”

 

เสียงร้องไห้และเสียงกรีดร้องระงมไปทั่ว ในที่สุดกองคาราวานตกก็อยู่ในความโกลาหล

 

“สุดท้ายพวกเขาก็เหลือเพียงกลุ่มของเด็กสิบสามและสิบสี่ปี!” เรย์ลินถอนหายใจ

 

“อวู้วววว!” ราวกับปฏิกิริยาลูกโซ่ หมาป่ายักษ์ตัวหนึ่งทำลายการป้องกันเข้าไปในพื้นที่ของกองกำลังเฟอร์เซ่

 

“เรย์ลิน มาเถอะ มาฆ่ามันด้วยกัน!” คอของจอร์จเต็มไปด้วยผ้าพันแผล ไม่ทราบว่าขุนนางสาวคนไหนที่พันมันไว้ ไม่เพียงแต่มันหนาแต่มันผูกกลายโบว์ เรย์ลินอยากจะหัวเราะลั่นออกมา

 

“ไม่จำเป็น! เอาหน้าไม้มาให้ฉัน!”

 

“ไอ้นี่น่ะหรอ?” จอร์จเอาหน้าไม้ออกจากหลังและส่งมันไปให้เรย์ลิน  “ฉันกลัวว่าจะไม่มีประโยชน์! เจ้าพวกนี้มีผิวและหนังหนามาก ถ้านายไม่โจมตีที่จุดอ่อน…..โอ้! เชี่ย! ว๊อททททท!”

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: