พ่อมดแห่งโลกเวทมนตร์ ตอนที่ 15 เหล่านักเวทย์

Chapter 15 เหล่านักเวทย์

keepwalk : แปล

 

ภายใต้ชื่อสถาบันเวทมนตร์หลากหลายชื่อนั้น มีรายละเอียดข้อมูลเช่น พื้นที่พิเศษและจอมเวทที่มีชื่อเสียง สำหรับเหล่านักเวทย์ที่อยากเข้าเอาไว้พิจารณา

“รายละเอียดเหล่านี้เพื่อให้สามารถเลือกสถาบันที่เหมาะกับความสัมพันธ์ธาตุของเรา!”

เรย์ลินพยักหน้า “ความสัมพันธ์ธาตุที่เหมาะกับฉันคือธาตุความมืดและเงาที่สูงที่สุด ธาตุไฟเป็นอันดับสองและสุดท้ายธาตุพืชเล็กน้อย เว้นแต่ฉันต้องการจะอยู่ที่ระดับนักเวทย์ตลอดชีวิต!”

“และ….” เรย์ลินหยิบแหวนที่จอมเวททิ้งไว้ให้ออกมาจากสร้อยคอเขา

“เอไอชิป! สแกนรูปแบบบนแหวนวงนี้และเปรียบเทียบกับรูปของสถาบันเวทมนตร์ทั้งหมดที่ผ่านมา!”

[บี๊บ! ภารกิจถูกสร้าง เริ่มต้นสแกน สแกนเสร็จสิ้น เปรียบเทียบกับฐานข้อมูล…..]

[เปรียบเทียบเสร็จสิ้น ระดับความใกล้เคียง: สถาบันป่าเวทมนตร์อบิซอลโบน 67.3% สถาบันเวทมนตร์เมอซิฟูรา 54.4% กระท่อมผู้วิเศษก็อตธัม 23.1% ….]

“งั้นนี่คือสามสถาบันที่มีโอกาสที่สูงที่สุดสินะ?”

เรย์ลินลูบคาง “จากข้อมูลการแนะนำของสถาบันต่างๆ ฉันจำได้ว่าเมอซิฟูรามีความถนัดเรื่องธาตุไฟ พืชและด้านการสร้างอุปกรณ์เวทย์ กระท่อมผู้วิเศษก็อตธัมไม่ค่อยมีชื่อเสียงด้านธาตุความมืด”

“งั้นก็ต้องเป็นอบิซอลโบนที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด มีชื่อเสียงและความเชี่ยวชาญด้านธาตุมืดและเป็นผู้ริเริ่มการวิจัยจิตวิญญาณ”

“แต่สถาบันอบิซอลโบนทำไมถึงมีชื่อเรียกคล้ายกับศาสนาหนึ่งในโลกเดิมของเรากัน?”

“ดูเหมือนคนที่มีความสัมพันธ์ธาตุมืดและเงาเหมือนฉันจะไม่ชอบใกล้แสงสว่างเท่าไหร่!” หลังจากคิดได้สักพักเรย์ลินก็ตัดสินใจดูก่อน อย่างน้อยๆเราก็ไม่ขัดข้องอะไร

“ตำแหน่งรับสมัครของสถาบันเวทมนตร์อบิซอลโบนอยู่ทางทิศตะวันออกของแคมป์!”

เรย์ลินเดินไปราวๆสิบนาทีก็เห็นเต๊นท์ที่สร้างด้วยกระดูกสีขาวทั้งหมด มีประโยคเด่นหราอยู่ข้างบน “สถาบันป่าเวทมนตร์อบิซอลโบนยินดีต้อนรับคุณ!” ประโยคขนาดใหญ่นี้เป็นสีแดงและปนไปด้วยเลือด ความน่ากลัวนี้ทำให้นักเวทย์หลายคนหนีห่าง ส่วนเอาเรย์ลินมองอย่างเงียบเชียบ

“ทำไมพวกเขาสร้างให้ดูน่ากลัวอย่างนั้น? เอาไว้ขู่คนรึไง? จะมีคนลงทะเบียนสักคนไหมนั่น ไม่อยากนั้นนักเวทย์ทุกคนคงกลัวหมดแน่!”

เรย์ชินส่ายหัวและเดินตรงไปที่เต๊นท์กระดูกขาว

หลังจากเขาเข้าไป ออร่าเย็นๆปกคลุมด้วยเลือดก็ห้อมล้อมเรย์ลินและทำให้เขายืนอยู่ปลายทางเดิน

“ฮิฮิฮี่….หลังจากรอมานาน สุดท้ายก็มีสักคนนึง!”

“คุณอยู่ที่ไหน? ผมกำลังคุยอยู่กับใคร?” เรย์ลินรู้สึกตกใจ

“ขอโทษที! เจ้าเหยียบมือข้าอยู่!” เสียงออกมาจากใต้เท้าเรย์ลินทำเอาเขากระโดดออกอย่างตกใจ

ได้ยินแบบนั้น เขารีบยกเท้าออกจากมือข้างนั้น เรย์ลินรีบกระโดดออกอย่างรวดเร็ว“ขอโทษครับ!”

“ไม่ต้องห่วง แต่เจ้าช่วยย้ายเท้าไว้ที่อื่นได้ไหม? ตอนนี้กำลังเหยียบขาขวาฉันอยู่!”

จากนั้นเรย์ลินรู้สึกว่าพื้นที่รอบเต๊นท์ไม่มีความสม่ำเสมอและมีกระดูกกระจัดกระจายทิ้งไว้ และก่อนหน้านั้นเขาไม่ได้ระวังเท้าเลย

เรย์ลินถอยหลัง กระดูกแขนชิ้นเล็กๆและกระดูกขาเริ่มกระกอบร่างกลายเป็นหุ่นกระดูก

มองใกล้ๆจะมีผิวหนังเลือนลางปกคลุมภายนอก มีกระดูกและกะโหลกที่มีตาสองข้าง แสงไฟสีเขียวข้างนัยน์ตาทำเอาน่ากลัวสุดขีด

“ขอโทษด้วยครับ!” เรย์ลินกลืนน้ำลายและรีบขอโทษอย่างรวดเร็ว

“ไม่เป็นไร!” ฟันกระดูกสีขาวกระทบกันออกเป็นเสียงมนุษย์ “ขอข้าแนะนำตัวเองก่อน ศาสตราจารย์ในหมวดธาตุความมืดและเงา เรียกข้าว่า โดรอท!”

“ด้วยความเคารพ ท่านโดรอท สวัสดีครับ!” เรย์ลินโค้งคำนับอีกครั้ง

“เจ้าเข้ามาที่นี่ นั่นหมายความว่าต้องการจะเข้าสถาบันป่าเวทมนตร์อบิซอลโบนใช่ไหม?” กระดูกสีขาวโดรอทเสกเสื้อคลุมสีดำจากอากาศและปกปิดร่างกายตัวเองทำเอาเรย์ลินตกใจแทบประสาทเสีย

“ก่อนอื่น ฉันจะบอกกฎเหล็กของสถาบันเวทมนตร์อบิซอลโบนก่อน!”

“เอ้านี่!” โดรอทหยิบดระดาษแกะที่เต็มไปด้วยฝุ่นออกมาจากข้างหลังและถือมันให้เรย์ลิน

“ข้อตกลงโบราณหลังจากเลือกสถาบันเวทมนตร์อบิซอลโบน เจ้าสามารถรับการเข้าร่วมบทเรียนพื้นฐานจากสถาบันป่าเวทมนตร์อบิซอลโบน เทคนิคการทำสมาธิระดับเริ่มต้น ที่อยู่อาศัยสำหรับห้าปี ที่พัก และฟรีค่าธรรมเนียมอาหาร เรายังยอมให้เจ้าใช้คริสตัลเวทมนตร์เป็นค่าตอบแทนเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กับศาสตราจารย์”

โดรอทพูดขึ้นไม่หยุดระหว่างที่เรย์ลินอ่านอย่างรวดเร็วและเทียบกับข้อมูลที่ปรากฎข้างหน้าเรย์ลินจากการช่วยเหลือของเอไอชิป

เขาพบว่าที่โดรอทพูดเป็นเรื่องเดียวกันกับกระดาษขนแกะที่เขาถืออยู่ ในเงื่อนไขมันก็คล้ายกับหลายๆสถาบันส่วนใหญ่

การตอบสนองจากเอไอชิปได้ชี้ให้เห็นว่าทำสแกนบุคคลข้างหน้าเขาไม่สำเร็จ โดรอทปลดปล่อยรังสีเวทขึ้นๆลงๆโดยไม่ได้ตั้งใจ บอกเป็นนัยยะว่าความแข็งแกร่งของโดรอทสูงกว่านักเวทย์ชุดคลุมขาวสามคนที่เดินทางมากับกองคาราวานนั่นอีก

“ผมเข้าใจเงื่อนไขพื้นฐานแล้ว ตอนนี้ผมอยากรู้ว่าจะต้องจ่ายยังไงได้บ้างเพื่อเข้าสถาบันเวทมนตร์อบิซอบโบนครับ?”

“สิบสามคริสตัลเวท หรือของที่มีมูลค่าเทียบเท่า!” โดรอทพูด

“ผมจะใช้ของชิ้นนี้แลกเปลี่ยน!” เรย์ลินนึกถึงและถอดแหวนที่ใส่ในสร้อยคอออกมา

“เจ้าดูเหมือนมีของเล่นที่น่าสนใจ!” แสงไฟสีเขียวบนดาของโดรอทกระพริบถี่ๆ

กระดูกมือสีขาวหยิบแหวนไปวางบนมือเขาและหยิบอุปกรณ์คล้ายกับแว่นขยายออกมาตรวจสอบ

“อืม….มันน่าสนใจจริงๆ ฉันไม่เคยเห็นการจัดโครงสร้างแบบนี้มานานแล้ว!”

“อุปกรณ์เวทระดับต่ำ! มันดูเหมือนจะสร้างโดยสถาบันเราและมีสลักจารึกผังเวทอย่างรีบๆ แต่มันพังแล้ว มูลค่าสิบห้าคริสตัลเวท! ”

“โอเค! เด็กใหม่ เจ้าจะจำนองแหวนวงนี้เพื่อเป็นค่าเรียนใช่ไหม? ถ้าเจ้าตัดสินใจได้ก็เซ็นสัญญาโบราณของสถาบันเวทมนตร์อบิซอลโบนได้เลย!” โดรอทพูดเน้นในลำเสียง

“ผมตกลง!” เรย์ลินพูดด้วยเสียงเด็ดเดี่ยว

“ดี! ด้วยเรื่องนี้ฉันจะกรอกฟอร์มให้!” โดรอทพูด “เอาฟอร์มมาสิ!”

หลังจากได้รับกระดาษขนแกะของเรย์ลิน โดรอทหัวเราะ “ความสัมพันธ์ธาตุมืดและเงา ไม่ผิดที่เจ้าจะเลือกสถาบันเรา ในชายหาดแห่งความตายนี้ พวกเราโดดเด่นที่สุดแล้ว!”

“ตั้งแต่เจ้านำอุปกรณ์ที่มีค่ามากกว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องการออกมา ข้าขอประกาศว่าเจ้าผ่านและไม่ต้องทดสอบแรกเข้า! นำการ์ดนี่ไป! กลับไปพักผ่อน พรุ่งนี้พวกเราจะเตรียมตัวออกเดินทางกลับสถาบันกัน!”

โดรอทหยิบของบางอย่างออกมามันคล้ายกับการ์ดเหล็ก เรย์ลินรับมันไว้และเห็นเลข 9 เขียนอยู่บนนั้น

“จบแล้วหรอ? เราไม่ต้องเซ็นสัญญาหรืออะไรอย่างนั้น?” เรย์ลินถามอย่างไม่ตั้งใจ

“ฮา ฮา ฮ่า….ไม่มีใครกล้าหลอกจอมเวทหรอก!” โดรอทขำ ทำเอาเรย์หลินหนาวในใจ

“งั้นผมไปละนะครับ!” เรย์ลินคำนับและเดินออกจากเต๊นท์ เขาเข้าไปพื้นที่ด้านหลังเต๊นสถาบันเวทมนตร์อบิซอลโบน

ด้านหลังพื้นที่รับสมัครของแต่ละสถาบันจะมีกระท่อมไม้ถูกสร้างขึ้นเป็นแถว และตรงกลาง เหล่าผู้เยาว์ทั้งชายหญิงเดินเข้าออกจากตรงนั้น นั่นดูเหมือนว่าจะเป็นพื้นที่พักผ่อนชั่วคราวของนักเวทย์ขั้นต้น

“เฮ้! ยินดีที่ได้รู้จัก นายพึ่งมาใหม่ใช่ไหม?”

แคว่ก!

ประตูไม้หมายเลข ‘6’ เปิดขึ้น นักเวทคนนึงผมสีแดงตาสีฟ้าน้ำทะเลเดินออกมาจากตรงนั้นและทักทายเรย์ลิน

“สวัสดี! ฉันชื่อเรย์ลิน!” เรย์ลินยิ้ม

“ฮา ฮ่า! ฉันเบรุต ส่วนตระกูลฉันมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ถ้ามันใช้ไม่ได้ที่ทวีปอื่น!” เบรุตดูเป็นคนอัธยาศัยดี

“มา! มาแนะนำตัวกัน!” เบรุตหันไปทางกระท่อมทรงใบพัด “พวกเรา! เรามีสมาชิกใหม่!”

เหล่านักเวทออกมาจากประตูไม้และรวมกันเป็นกลุ่ม เรย์ลินนับได้ทั้งหมด 7 หรือ 8 คน

“สวัสดียามบ่าย! ฉันคาลิเวียร์จากอาณาจักรแลนซ์ เกรดสี่” เด็กชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าได้แนะนำตัวเอง

“นายเกือบจะสายแล้ว!” คาลิเวียร์พูด

“เราเจอปัญหานิดหน่อยระหว่างมาถึงที่นี่ ในที่ราบแห่งความตายนั่น!” เรย์ลินพูดคลุมเครือ ไม่อยากลงรายละเอียด

“ที่ราบแห่งความตาย? มันอันตรายมากเลยนะนั่น!” คาลิเวียร์มองไปยังด้านหลังเขา “ให้เราแนะนำตัวก่อน!”

“นี่คือเบรุต นายเจอเขาก่อนหน้านี้แล้ว!”

“คนนี้ชื่อแฮนคอก เกรดสาม!” ชายผิวขาวเกาหัวตัวเองอย่างลำบากใจดูเป็นคนง่ายๆและใสซื่อ

“นี่เรย์นอร์ เกรดสี่!” เขาเป็นชายตัวเล็กร่างกายผอมและมีความหยิ่งในแววตา

“นี่ กัวริซา เกรดสอง! และบนนั้นคือ นิสซา และโดโดเรีย ทั้งสองเป็นเกรดหนึ่ง!” คาลิเวียร์ยั้งเสียงตัวเอง เรย์ลินสังเกตสัญลักษณ์ดูถูกทางคำพูดได้

เกรดหนึ่งและเกรดสอง โดยพื้นฐานแล้วพวกเขาจะเป็นได้แค่นักเวทย์ตลอดชีวิตดังนั้นจะตำหนิเขาเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาแบบนี้ก็ไม่ได้

“แล้ว…นายหละ!” กัวริซาฝืนยิ้มและทักทาย ส่วนนิสซาและโดโดเรียพวกเธอดูยังเด็กทั้งยังมีไขมันเล็กๆบนสองแก้ม ในตอนนี้พวกเธอก้มหน้าลง

“นั่นคือใคร?” เรย์ลินเม้มริมฝีปาก

นอกวงกลมเล็กๆนี้มีเด็กชายสวมชุดดำใบหน้าขาวซีดยืนอยู่ด้านข้าง เขาดูเหมือนจะนอนไม่พอและดูหยิ่งยโส

“เขา! เขาคือเจย์เดน อัจฉริยะของภาคการศึกษานี้ เกรดห้า มีโอกาสเป็นจอมเวทมากที่สุดเวลานี้!” คาลิเวียร์แสดงออกอย่างอิจฉา และมีน้ำเสียงอย่างขมขื่นในประโยค

‘หวาา….นักเวทย์เกรดห้า มีโอกาส 90% ที่จะกลายเป็นจอมเวท ไม่แปลกใจที่เขาจะดูหยิ่ง!’ เรย์ลินคิด ดูดหายใจเย็นเฉียบ ช่วยไม่ได้ที่เจย์เดนจะแสดงออกอย่างนั้น

“ฮึ่ม!” เมื่อสายตาหลายคู่มองไปที่เขา เจย์เดนส่งเสียงในลำคอและเข้ากระท่อมไม้ของตัวเอง กระท่อมไม้นี้ใหญ่กว่าคนอื่นและมีของประดับอย่างปราณีต

“ด้วยเกรดห้านี้ ใครจะรู้ว่าอาจจะมีศาสตราจารย์คนอื่นรับไปเป็นศิษย์ก่อนแล้ว!”

คาลิเวียร์ทำหน้าบูดบึ้งไปอีก (อิจฉาไรนักหนา)

เรย์ลินเข้าใจแล้วว่ากลุ่มนักเวทย์กลุ่มนี้แบ่งออกเป็นอีกหลายกลุ่มย่อย เกรดสามและเกรดสี่ย่อมดีกว่าเกรดสองและหนึ่งแต่ยังต่ำกว่าเจย์แดนที่อยู่เกรดห้า

นักเวทย์เกรดต่ำสุดคือ กัวริซา พวกเขากันเธอออกอย่างน่าสมเพชและรวมเป็นอีกกลุ่มนึง  ส่วนเจย์แดนแยกอยู่อย่างสันโดษ

“สวัสดีทุกคน! ฉันเรย์ลิน และพรสวรรค์ของฉันคือ….เกรดสาม!” เรย์ลินพูด

“ยินดีต้อนรับ!” คาลิเวียร์เผยรอยยิ้มบนหน้า ขณะที่ กัวริซากับสองสาวดูเหมือนต้องช่วยเหลือตัวเองเมื่อทักทายเขา สุดท้ายทุกคนได้กลับไปกระท่อมของตนเอง

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: