พ่อมดแห่งโลกเวทมนตร์ ตอนที่ 16 หมู่เกาะเชอร์โนบิล

ตอนที่ 16 หมู่เกาะเชอร์โนบิล

@blue แปล

“อย่าห่วงเลยน่าพวกเรา ศักยภาพสูงสุดของพวกเขาอยู่ในระดับของนักเวทย์เกรดสามเท่านั้น!

เรย์เนอร์พูดแบบดูถู

“ใช่แล้ว! สำหรับเหล่านักเวทย์ เรื่องพรสวรรค์มีความสำคัญมาก!” เรย์ลินเห็นด้ว

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่กำลังแบ่งกลุ่มของตัวเองเด็กวัยเยาว์กลุ่มนี้เงียบเชียบ ขณะเดียวกันเรย์ลินทำตัวอย่างเป็นธรรมชาติซึ่งมันเป็นประโยชน์สำหรับเข

ท่ามกลางพวกนักเวทย์ เจย์แดนมีความสามารถที่จะอยู่อย่างอิสระ แต่เรย์ลินคิดว่าไม่ใช่ความคิดที่ดี ดังนั้นเขาจึงเข้าร่วมกลุ่มนักเวทย์ด้วย นอกจากนั้นการเปรียบเทียบกับกลุ่มที่มีคาลิเวียร์เป็นหัวหน้านั้นมีอนาคตดีกว่าอยู่คนเดีย

“ฮ่าฮ่า…. ยินดีต้อนรับ! ยินดีต้อนรับ! การเข้าร่วมกลุ่มของนายทำให้กลุ่มของพวกเรามีความแข็งแกร่งขึ้นมาก สักวันนึงฉันคิดว่าจะมีใครสักคนเสียใจอย่างแน่นอน!

คาลิเวียร์กล่าวอย่างกัดฟันไปด้วย ภายหลังจากนั้นบางคนได้นัดแนะพูดคุยกันหลังอาหารเย็น และสุดท้ายก็กลับไปที่กระท่อมของตนเอ

“เบรุต นายพูดว่าที่นี่มันเป็นทวีปที่ต่างกันออกไป นั่นหมายความว่าอะไร?” เรย์ลินมองอย่างเป็นมิตรและถามสิ่งที่เขากังวลไว้ก่อนหน้านี

“อ้อ…นายก็รู้นี่! จริงๆแล้วทวีปที่เราอยู่ค่อนข้างเล็ก มองจากมุมมองภายนอกจะเรียกที่นี่ในชื่อ หมู่เกาะเชอร์โนบิล!

“หมู่เกาะ?” เรย์ลินอ้าปากค้าง จากการเดินทางของเขาในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เขาแทบจะแน่ใจว่าทวีปนี้มีขนาดใหญ่พอๆกับทวีปยูเรเชียนในโลกเดิม แต่ที่นี่มันเป็นเพียงเกาะหรอกหรอ

“โอ้! ขอโทษที! วิชาภูมิศาสตร์เป็นเรื่องที่ฉันไม่ค่อยเก่งและมันมักจะทำให้ครูส่วนตัวของฉันโกรธอยู่บ่อยๆ!” เรย์ลินอธิบา

ความจริงก็คือตระกูลฟาเรียร์เป็นเพียงตระกูลขุนนางเล็กๆและมีมรดกตกทอดค่อนข้างน้อย มันไม่สามารถเทียบกับขุนนางของตระกูลขนาดใหญ่เหล่านั้นได้ เนื่องจากความรู้พวกนี้ไม่ใช่เรื่องหายา

“ฮ่า ฮ่า!” เมื่อได้ยินเรย์ลินพูด เบรุตหัวเราะอย่างเริงร่า “ฉันด้วย! ฉันทำให้อาจารย์สอนมารยาททั้งห้าคนออกไปด้วยความโกรธ! จนสุดท้ายพ่อของฉันเสนอเงินเดือนเพิ่มให้ก็ยังไม่มีใครอยากสอนฉันเลย นี่เป็นสิ่งที่พ่อของฉันเล่าให้ฟัง ก่อนที่ฉันจะออกมา!

“คุยกันต่อเรื่องหัวข้อก่อนหน้านี้ พวกเราอยู่ในเกาะเชอร์โนบิลและโลกข้างนอกเรียกอีกชื่อว่า หมู่เกาะบาร์เร็น

“บาร์เร็น?” เรย์ลินเกิดความสงสัยเล็กน้อย “ที่นี่ยังมีผู้คนและอาณาจักรมากมาย เป็นไปได้ไหมว่าชื่อนี้อาจจะบ่งบอกถึงการขาดทรัพยากรธรรมชาติบางอย่าง?

“ใช่แล้วหละ! ที่เกาะเชอร์โนบิล ด้วยสภาพแวดล้อมที่นี่หรือปัจจัยบางอย่างทำให้เกาะนี้ไม่สามารถผลิตวัสดุใดๆ ที่จอมเวทย์ต้องการได้ นอกจากนักเวทย์ที่มีความตั้งใจบางคนและนักเวทย์ที่ต้องการอยู่อย่างสันโดษ จะไม่มีร่องรอยแบบอื่นของนักเวทย์ในทวีปนี้เลย

“อย่างนั้นหรอกหรอ!” เรย์ลินพยักหน้า แม้ว่าในบ้านเกิดของเรย์ลินจะมีตำนานของจอมเวทย์ ที่มีเพียงผู้ก่อตั้งของตระกูลฟาเรียร์ที่ได้เห็นพวกเขา ด้วยเหตุนี้การได้เห็นจอมเวทย์จึงเป็นเรื่องยากมา

“และเพื่อให้เข้าใจ พวกเราต้องไปที่อีกฟากหนึ่งของทะเลก่อน พวกเราถึงสามารถค้นหาทวีปหลักได้! ฉันได้ยินมาว่าไม่เพียงแต่มีทรัพยากรชนิดต่างๆที่จอมเวทต้องการ แต่มีร่องรอยของความลับและเศษซากจากการทดลองมากมาย ทั่วทั้งทวีปมีสถาบันเวทมนตร์หลายแห่งและกระทั่งองค์กรการค้าเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเวทมนตร์!

“ในทวีปนั้น จอมเวทไม่ได้เป็นแค่ตำนาน! ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่บางทีมนุษย์ธรรมดา ๆ ก็อาจจะเห็นได้! ที่นั่นทำให้ความสามารถของนักเวทย์อย่างเราจะมีความก้าวหน้ามากขึ้น!” เบรุตมีสายตาที่มุ่งมั่นอย่างชัดเจ

“ถ้าเป็นตามนั้น! ชื่อของทวีปนั้นชื่ออะไร?”เรย์ลินถา

“ฉันไม่รู้!”เบรุตส่ายหัว “ทวีปนั้นใหญ่เกินไป ไม่เคยมีชื่อสำหรับมัน ส่วนพวกเราจะเดินทางไปทิศใต้ของทวีปและมันเป็นที่รู้จักกันว่าชายฝั่งแคบๆ ทางใต้! เพียงแค่บริเวณชายฝั่งทางใต้เพียงอย่างเดียวก็ใหญ่กว่าเกาะเชอร์โนบิลที่เราอยู่หลายเท่า!

“หือออออ!” เรย์ลินสูดลมหายใจเอาอากาศเย็นๆเข้าไ

“ใหญ่มากขนาดนั้น?

“โลกนี้กว้างใหญ่กว่าที่คนๆนึงจะคาดถึงแต่ก็สามารถมองเห็นมันได้! นี่เป็นวลีจากกวีที่ฉันชอบมาก” เบรุตปิดท้า

“ขอบคุณที่เล่าให้ฟัง! ฉันคิดว่าฉันต้องการเวลาที่จะแยกแยะข้อมูลสักหน่อย!” เรย์ลินกล่าวอำลาและกลับไปที่กระท่อมของตัวเอ

ที่ประตูมีแผ่นโลหะติดอยู่ที่ประตูไม้สีเหลืองซึ่งเขียนว่า “9” และมันดูค่อนข้างจะมีสนิ

เมื่อเปิดประตู กลิ่นของเน่าและสนิมพุ่งเข้าสู่จมูกของเข

เรย์ลินจามออกมาอย่างช่วยไม่ได

“มันดูเหมือนว่านี่จะเป็นห้องเก็บของ และเป็นที่พักแบบง่ายๆ” นอกจากเตียงและเก้าอี้ในกระท่อมไม้ มันไม่มีอะไรอื่นอีกเล

เรย์ลินพบเสื้อตัวหนึ่ง เขาเอาไปเช็ดเก้าอี้และนั่งล

*ครึก ครึก* เก้าอี้ไม้ถูกขยับไปมาอย่างต่อเนื่อง เรย์ลินกังวลว่าเก้าอี้มันจะพังลงไม่มีชิ้นด

“คืนนี้ถือว่าโชคดี! อันดับแรก สภาพแบบนี้คงจะดีกว่าหากมีการทำความสะอาดสักเล็กน้อยก่อน!

เรย์ลินปัดฝุ่นออกจากร่างกายและเดินออกจากกระท่อมไม้ เขาวางแผนจะไปพบจอร์จและคนอื่นๆ เพราะตั้งแต่ตอนที่เขาเลือกสถาบันการศึกษา เขาควรบอกพวกเพื่อนๆให้เขียนจดหมายถึงกันและกันได้

สำหรับกลุ่มนักเวทย์ที่เรย์ลินตามกองคาราวานมาด้วย พวกเขาได้รับการพิจารณาให้เป็นกลุ่มสุดท้ายที่มาถึงค่าย หลังจากที่กลุ่มเรย์ลินได้เลือกสถาบันของเขาแล้ว เต้นท์ต่างๆของสถาบันการศึกษาก็ดูเหมือนจะมีผู้เข้าชมน้อยลงและเงียบกว่าเดิมมา

“หอคอยวงแหวนเอนเนียร์ ใช่ที่นี่แหละ!” เรย์ลินเดินไปที่ด้านหลัง และระหว่างทางได้เจอสาวคนหนึ่งที่เคยร่วมเดินทางมาด้วยกั

“สวัสดีลิซ่า เธอรู้ไหมว่าจอร์จอยู่ไหน?” ลิซ่าเป็นสาววัยรุ่นผมสีแดงที่โตก่อนวัย ส่วนเว้าส่วนโค้งบนร่างกายเต็มไปด้วยจุดน่าช

“เรย์…เรย์ลิน!” ลิซ่าหน้าแดง เธอมีความประทับใจดีดีต่อเรย์หลินที่ช่วยเหล่านักเวทย์ระหว่างเดินทางหลายต่อหลายครั้

“จอร์จอยู่ในห้องเบอร์ 13 เดี๋ยวฉันจะเรียกเขาให้นะ!” ลิซ่าจับกระโปรงของหล่อนและรีบวิ่งออกไ

น้ำหอมของหล่อนยังอยู่ในมวลอากาศ เรย์ลินเริ่มใจสั่นไม่เป็นจังหว

“เรย์ลิน!” ความคิดนี้ถูกทำลายลงโดยเร็วด้วยเสียงยินด

เห็นได้ชัดว่าจอร์จอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าของเขาแล้ว ทั้งยังโกนหนวด ทำให้หน้าตาดูเกลี้ยงเกลาและหล่อเหลาเอากา

“นายเลือกสถาบันเสร็จแล้ว?” จอร์จพูดเสียงดัง เขาตบไหล่เรย์ลินเบา

“ใช่ ฉันเลือกสถาบันป่าเวทย์มนตร์อบิซอลโบน!” เรย์ลินตอ

“ป่าเวทย์มนตร์อบิซอลโบน!” จอร์จเอามือลูบคางตัวเอง “ฉันได้ยินจากรุ่นพี่ผู้หญิงของฉัน ดูเหมือนว่าสถาบันนี้จะมีชื่อเสียงในเรื่องเวทมนตร์ธาตุมืดและเงา ฉันคิดว่านายคงไม่ฉี่ราดเพราะว่าเจอโครงกระดูกตอนกลางคืนหรอกนะ!

“รุ่นพี่ผู้หญิง?” เรย์ลินส่ายหัว เขาชื่นชมความสามารถในการหลอกล่อผู้หญิงเสียจริ

“ฮี่ฮี่….ในบรรดาขุนนางขั้นสูงที่จะเข้าร่วมในการทดสอบพรสวรรค์ทั้งหมด นั่นทำให้ฉันได้พบกับญาติห่าง ๆ เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง!” จอร์จยิ้มขำราวกับได้อะไรบางอย่า

“พูดถึงเหล่าโครงกระดูก ฉันคิดว่าเราจะเห็นพวกมันแค่ตอนกลางคืน แต่ไม่คิดว่าจะมีตอนกลางวันด้วย!” เรย์หัวเราะอย่างเจ็บใจเมื่อเขาได้ทำสัญญาต่อหน้าโครงกระดูกตัวนึงไม่นานมานี

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ตราบเท่าที่นายอยู่ทีนั่น! ในอนาคตเราจะติดต่อหากันเสมอ!” จอร์จพูดอย่างจริงจังเปลี่ยนโหมดไปเหมือนกับคนละคนก่อนหน้านี

“เราจะติดต่อหากัน!” เรย์ลินพยักหน้

“อ้อ ใช่! นายรู้รึเปล่าว่าเบสสิต้าเข้าที่สถาบันไหน?” จอร์จถามต่อทันท

“เบซิต้า?” เรย์ลินส่ายหั

หลังจากที่ต่อสู้กับพวกหมาป่าครั้งก่อน เบสสิต้าที่เป็นสาวสวยสดใสก็เป็นคนเงียบมากขึ้น แต่อย่างน้อยเธอได้อดทนและมาถึงที่นี่อย่างปลอดภั

“ใช่ ฉันได้ยินจากเพื่อนคนอื่น ๆ ว่าความถนัดของเธอไม่ดีเท่าไหร่ เธอจึงถูกจัดให้เป็นนักเวทย์เกรดสอง ดังนั้นเธอจึงเลือกเข้าที่สวนเวทมนตร์เว็ตแลนด์

“ขอบใจมาก เพื่อนรัก!!” ไม่ค่อยสนใจเรื่องของผู้หญิงคนนี้มากนั

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะเป็นคนที่เรย์ลินชื่นชอบจริงๆ แต่ก็ผู้หญิงอายุ 13หรือ 14 ก็ยังเป็นแค่เด็กอยู่! และการเจอหน้าล่าสุดก็ทำให้ทั้งสองฝ่ายเสียหา

“เป็นไงหละ? นายคงรู้สึกสิ้นหวังเล็กน้อยเพราะไม่สามารถเอาเธอมาอยู่ในอ้อมกอดได้สินะ…?”จอร์จเปลี่ยนอารมณ์เป็นลามกอีกครั้

“ไปละ……

“เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว…

หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงท้องฟ้าก็มืดลง เรย์ลินอยู่ในค่ายของป่าเวทมนตร์อบิซอลโบนและเพลิดเพลินกับอาหารเย็นที่ทางสถาบันจัดไว้ให

อาหารเย็นเวลานี้หรูหรามาก และเพราะพวกเขาต้องออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ พวกเขาจึงแบ่งปันเรื่องราวต่างๆร่วมกั

ไวน์และน้ำผลไม้ ไก่ย่างบาร์บีคิว เห็ด ผลไม้และสลัดทุกอย่างอยู่ในท้องของเรย์ลินแล้ว เขาไม่ได้กินเยอะขนาดนี้ตั้งแต่ที่เดินทางในทุ่งหญ้

นักเวทย์ต่างดื่มกินอิ่มหนำสำราญกันอย่างเต็มที่ สายตาของเรย์ลินมองไปที่มุมหนึ่งและพบกับศาสตราจารย์โดรอทกับเจย์เดนยืนด้วยกัน เจย์เดนพูดบางอย่างกับเข

“มีนักเวทย์เกรดห้าในภาคการศึกษานี้ พวกเราโชคดีจริงๆ!

เบรุตฉีกต้นขาไก่บาร์บีคิวและและกัดมันคำใหญ

“ตั้งแต่เจย์เดนมาถึง ศาสตราจารย์โดรอทกับเขาพูดกันสองสามครั้ง ฉันสงสัยว่าพวกเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไร?

“สำหรับนักเวทย์ พรสวรรค์จะเป็นตัวกำหนดความก้าวหน้าของการเป็นจอมเวทย์ ที่ศาสตราจารย์โดรอททำค่อนข้างเป็นเรื่องปกติ เบรุตกินไก่ย่างบาร์บีคิวของนายไปแล้ว!

คาลิเวียร์พูดเสียงเย็นชา หลังจากที่เห็นเบรุตดื่มน้ำผลไม้และก้มลงของตัวเองแล้วกลับหันกลับไปจ้องบาร์บีคิวอี

“ถึงแม้ว่าพรสวรรค์จะมีความสำคัญสำหรับจอมเวทย์ แต่มันก็ไม่ใช่ทุกอย่าง มีเพียงแค่รวบรวมและทำความเข้าใจข้อมูลนั้นเป็นสิ่งผลักดันและเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มพลังของนักเวทย์!

นักเวทย์เกรดสามเพิ่มขึ้นหนึ่งค

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความจริง บรรยากาศในกลุ่มเริ่มมืดมนเมื่อเห็นเจย์เดนและศาสตราจารย์กำลังคุยกันอยู่ ในกลุ่มต่างกินอาหารอย่างเงียบๆ ราวกับว่าอาหารสูญเสียรสชาต

“ฮ่า ฮ่า …. กัวริชา เร็วเถอะ เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้นต่อไป?

ที่อีกด้านหนึ่ง พวกนักเวทย์เกรดต่ำนั่งเป็นวงกลม ขณะที่กัวริชานั่งอยู่ตรงกลางกำลังเล่าถึงการผจญภัยที่แสนอันตรา

เขามีคารมคมคายและมีอารมณ์ขันในคำพูด นิสซ่าและโดโดเรียหัวเราะท้องแข็งกันอย่างคึกคักราวกับว่าพวกเขาสองคนมีความสุขกันมา

เทียบกับพวกเขาแล้ว ด้านนี้ตกอยู่ในความเงีย

ทั้งกลุ่มต่างมองหน้ากันและกัน คำพูดกระจุกอยู่ในลำคอเมื่อฟังอย่างตั้งใจ ถึงอย่างนั้นมีเพียงคาลิเวียร์ที่เก็บอาการเอาไว

แม้กระทั่งนักเวทย์เกรดสี่เรย์เนอร์ก็ไม่สามารถทนฟังต่อไป เขาลุกออกและเข้าไปฟังที่กัวริชาเล่า นี่มันเหมือนเป็นการเสียหน้าทำเอาเรย์ลินหัวเราะอย่างเงียบ

“ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็เป็นแค่กลุ่มเด็กๆ!

หลังจากมื้อเย็นจบลง คนในกลุ่มได้บอกลาและกลับไปที่กระท่อมของตนเอ

หลังจากทำความสะอาดอย่างง่ายๆ อย่างน้อยก็ทำให้มีฝุ่นละอองน้อยล

เรย์ลินนอนบนเตียงโดยไม่ถอดเสื้อผ้า เขาจ้องมองเพดานอย่างว่างเปล่าราวกับจมไปในความคิ

“ในที่สุดฉันก็เข้าสถาบันเวทมนตร์! ประตูในการฝึกฝนเป็นจอมเวทเปิดรับฉันแล้ว!”

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: