พ่อมดแห่งโลกเวทมนตร์ ตอนที่ 18 ปะทะ

ตอนที่ 18 ปะทะ

keepwalk แปล

ไม่ช้าก็ถึงตาของป่าเวทมนต์อบิซอลโบนและโดรอทก็นำเหล่านักเวทย์ก้าวเข้าไปในประตูเป็นคนแรก

เหล่านักเวทย์เดินตามอย่างรีบเร่ง เมื่อเรย์ลินวางเท้าแรงๆพลันมีเสียงสะท้อนทึบกลับมาจากพื้นรองเท้า นี่ราวกับเขากำลังก้าวไปบนพื้นหินปูน

“วัสดุแปลกๆ! มันดูเหมือนไม้แต่แข็งแรงกว่า หรือมันคล้ายกับโลหะผสม? ”

เรย์ลินมองไปพื้นสีเทา ลวดลายบนพื้นและอดคิดไม่ได้

“เราอยู่ที่นี่! ด้านฝั่งระเบียงนี้ตั้งแต่เลข 13 ถึง 32 เป็นบริเวณสำหรับป่าเวทมนต์อบิซอลโบน พวกเจ้าทั้งหมดสามารถเลือกห้องของตัวเองได้ จำไว้ว่า ห้องของฉันคือเลข 14 ต้องการอะไรก็มาหาฉันได้!”

หลังจากเขาพูดจบ โดรอทสวมเสื้อคลุมสีดำเดินออกไปพร้อมกับคนรับใช้ของเขาสองคน

“เอาหล่ะ! มาเลือกห้องกันเถอะ!” คาลิเวียร์พูดขึ้นอย่างโดดเด่น

“ฮึ่ม!” เจย์เดนส่งเสียงในลำคอและเลือกห้องนึง หมายเลข 18 และเดินเข้าไปข้างใน

คาลิเวียร์ใบหน้าขึ้นสีแดงและกลายเป็นปกติ เขากำหมัดแน่นอยู่หลายครั้งแล้วปล่อยวาง “ก็ดี! เจย์เดนเลือกห้องหมายเลข 18 ต่อไปเปรุต นายห้องหมายเลข 15 เรย์นอร์นายหมายเลข 16 …”

เนื่องจากเจย์เดนออกไปและเหลือเหล่านักเวทย์ เปรุต เรย์นอร์และเรย์ลินจึงได้อยู่กลุ่มเดียวกับคาลิเวียร์ ส่วนกัวริชาและกลุ่มของเธอไม่ได้เข้าร่วมด้วย

เรย์ได้ถูกจัดให้อยู่ห้องหมายเลข 20 เขาไม่ได้พูดอะไรมากและรีบเร่งเข้าห้องของตัวเอง

ห้องค่อนข้างเล็กถูกแบ่งเป็นส่วนๆ มีพื้นที่พอสำหรับวางเตียงเท่านั้นและแทบจะไม่มีจุดไหนที่จะยืนได้เลย

นี่ทำให้เรย์ลินนึกถึงเตียงบนขบวนรถไฟในโลกเดิมที่ทั้งแคบและแทบจะไม่พอที่จะให้เขาเหยียดแขนขา

“มีเตียงให้ก็ถือว่าดีหละนะ ฉันอยากจะหลับสักหน่อยหลังจากเดินทางในที่ราบแห่งความตายมานาน!” เรย์ลินปลอบตัวเอง

“สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษทั้งหลาย! ยินดีต้อนรับเข้าสู่เรือเหาะ ฉันเป็นกัปตันของเรือลำนี้ – เคิร์กวูล ครอฟ ลีบาร์ ฉันหวังว่าพวกคุณจะเดินทางโดยสวัสดิภาพ

“มีเรื่องที่ต้องประกาศสักเล็กน้อย จากเหล่าศาสตราจารย์ ห้ามไม่ให้เดินบนดาดฟ้าเรือเว้นแต่เรือกำลังบินลงจากน่านฟ้า!….โรงอาหารอยู่ในโถงเลข 1 และห้องน้ำอยู่ที่โถงเลข 2 ส่วนโถงเลข 3 เป็นสถานที่นั่งพัก เรายินดีต้อนรับทุกคนที่นี่”

เสียงแหลมต่ำดังผ่านแต่ละห้อง เรย์ลินมองไปรอบๆและเสียงประกาศมาจากท่อทองแดงเหลือง แต่ไม่รู้ว่ามันคือท่อกาศหรือโทรโข่ง

“เรากำลังบินขึ้น!” เรย์ลินรู้สึกตัวเบาไปชั่วขณะและเรือโยกไปมาก เขารีบไปเกาะหน้าต่าง

หน้าต่างขนาดเล็กเท่าลูกฟุตบอลและบางมาก มันยากมากที่จะมองเห็นอะไรข้างนอก

เมื่อเรือเหาะได้บินสูงขึ้น พื้นด้านล่างก็กลายเป็นเล็กลง ค่อยๆเล็กลงเรื่อยๆ จนแคมป์ที่เรย์ลินเห็นได้กลายเป็นแค่จุดสีดำ

เรย์ลินวางดาบกางเขนและหน้าไม้ลงข้างเตียง

“ฉันได้ยินจากศาสตราจารย์โดรอทว่าการเดินทางจะใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน นี่มันช่างยาวนานอะไรแบบนี้! ครึ่งปีที่ผ่านมาตั้งแต่ออกจากตระกูลแต่เรายังไม่ถึงสถาบันเวทมนต์เลย!”

เรย์ลินปิดตาตัวเองอย่างใจลอย

 

“ติ๊ง….ติ๊งต่อง…..”

เสียงไพเราะดังขึ้นปลุกเรย์ลินจากความฝัน เรย์ลินลุกออกจากเตียงและมองออกไปนอกหน้าต่างและความมืดได้ทักทายเขา

“นี่มันดึกแล้ว!”

“สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ สวัสดีตอนเย็น! โรงอาหารกำลังจัดเตรียมอาหารเย็น เมนูวันนี้ไก่ย่างพร้อมตับห่าน ขนมปังขาว เนื้อกระรอก….”

เสียงน่ารื่นรมย์นี้เป็นเสียงผู้หญิง

เรย์ลินลูบท้องตัวเองและยืนขึ้นอย่างเร่งรีบ เขาจัดเสื้อให้เป็นระเบียบและวิ่งไปทางห้องอาหาร

ทางเดินสลัวๆประดับประดาด้วยตะเกียงอันเล็กทุกๆฝีก้าว พวกมันเปล่งแสงสีเหลืองอ่อน

ประตูไม้รอบด้านถูกเปิดออกและเหล่านักเวทย์ต่างออกมาจากประตูเหล่านั้น

ตอนนี้โถงหมายเลขหนึ่ง คับคั่งไปด้วยเหล่านักเวทย์แต่เรย์ลินไม่เห็นพวกศาสตราจารย์ที่นี่ เขาสงสัยว่าน่าจะมีห้องพิเศษสำหรับพวกเขา

เพดานโถงแห่งนี้เป็นหินสีขาวใหญ่มากมีแสงสีขาวส่องสว่างออก เหมือนกับดวงอาทิตย์

ห้องอาหารเต็มไปด้วยโต๊ะยาวและเก้าอี้สีขาวและมันดูคล้ายกับโรงอาหารมหาวิทยาลัยเล็กน้อย

“เฮ้เรย์ลิน! ทางนี้!” ในมุมหนึ่ง เบรุตกวักมือเรียกเขา ข้างๆมีเหล่าป่าเวทมนต์อบิซอลโบนไม่กี่คน

“ฉันมาแล้ว!” เรย์ลินหยิบถาดสีเงินกับมีด และหลังจากคิดอยู่นาน เขาก็ยิบขนมปังหั่นมาไม่กี่ชิ้น ไก่ทอดหนึ่งไม้ สลัดผลไม้และไวน์แอปเปิ้ล พลันนั่งลงข้างเบรุต

“พวกนายมาเร็วจริงๆ!” เรย์ลินทักทาย

“นายมาสายต่างหาก นายนอนเยอะเกินไปหรอ?” เบรุตพูดเล่น

เรย์ลินนั่งลงและดื่มไวน์แอปเปิ้ลไปครึ่งแก้ว “คงใช่ ฉันนอนเยอะไปนิดหน่อย!”

เมื่อมองไปรอบๆอีกครั้ง “เรากำลังเดินทางไปพร้อมกันเหล่านักเวทย์พวกนี้ใช่ไหม?”

ตอนนี้ ข้างๆเหล่านักเวทย์ของป่าเวทมนต์อบิซอลโบน โถงนี้เต็มไปด้วยนักเวทย์จากสถาบันอื่น ทั้งหญิงและชายนั่งด้วยกันแต่ละสถาบันตามละดับ ดูเหมือนมีระยะห่างหนึ่งช่วงตัว

“ถูกแล้ว เราอยู่ในเรือเหาะเดียวกันกับพวกกระท่อมผู้วิเศษก็อตแฮม และสถาบันอื่นๆเล็กน้อย ส่วนวงแหวนหอคอยงาช้าเอนเนียร์ พวกเขาไปเส้นทางต่างจากเรา ดังนั้นเราจึงแยกกันคนละทาง!” เรย์นอร์อธิบาย

“เป็นเช่นนี้เอง!” เรย์ลินพูดด้วยความรู้สึกเสียใจ “จอร์จและพวกๆได้ขึ้นไปเรือเหาะด้านขวา และดูเหมือนว่ามันจะห่างไกลจากอบิซอลโบนค่อนข้างมาก ฉันคิดว่ามีปัญหาเมื่อติดต่อกันครั้งหน้า”

หลังมื้อค่ำ ผู้คนต่างกลับไปยังห้องนอนของตัวเองเพื่อพักผ่อน

ทุกๆวันนอกจากกินข้าวและหลับ ก็ไม่มีอะไรให้ทำอีก มีแต่ความน่าเบื่อมาสิบห้าวันแล้ว

เย็นวันหนึ่ง กลุ่มหนึ่งไม่ได้กลับห้องรูหนูของตัวเองหลังจากมื้อค่ำ พวกเขานั่งรอบๆโต๊ะและเริ่มพูดคุยกัน

“เบรุต นายมีปัญหาอะไรรึเปล่า?” เรย์ลินมองไปที่เบรุต เขาดูเหมือนไม่สุขสบายเล็กน้อยและได้ถามขึ้น

สิบวันมานี้ เบรุตเหมือนเกิดใหม่เพื่อมาเป็นคนช่างพูด เขาพูดไปหลายหัวข้อตั้งแต่ต้นตระกูลของเขายันเรื่องการผลิตจานในเมืองหลวง ราวกับเขากำลังพูดถึงคนรัก

เรย์ลินและคนอื่นๆได้ปรับตัวแล้ว จากเสียงรำคาญที่เขาพูดไปเป็นหาทางใช้ประโยชน์แทน และตอนนี้พวกเขากำลังเบื่อการเดินทางนี่

“ใช่แล้ว! ฉันยังอยากฟังความสัมพันธ์ที่ผ่านมาของนาย!” เรย์นอร์เริ่มเชียร์

“ฉันเล่าจบหมดแล้ว!” เบรุตกรอกตา “ฉันคิดว่าไม่มีอะไรจะเล่าอีกแล้ว!”

“น่าเบื่อจังเลย!” เบรุตพูดอย่างอาลัยอาวรณ์

“อดทนซะ เหลืออีกครึ่งเดือน! มันไกลทีเดียวจากบ้านนายมาถึงแคมป์ แล้วนายใช้เวลาเท่าไหร่หละนั่น?” เรญ์ลินเสริมแม้จะอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย

“บ้านของฉันอยู่อาณาจักรพอเตอร์ อยู่ขอบของที่ราบแห่งความตายน่ะ ดังนั้นเราจึงมาที่แคมป์ได้หลังจากเดินทางครึ่งเดือน!” เบรุตพูด เขาได้กรอกตาอีกครั้ง

“ไม่สงสัยเลย!” เรย์ลินพยักหน้า

“เจย์เดน ฉันเห็นมันก่อน นายต้องการอะไร?” ถาดสีเงินกระทบกันบนพื้นเสียงปล่อยเสียงคมชัด

เรย์ลินมองไปทางนั้นและเห็นคาลิเวียร์กำลังคำราม ผมของเขาดูตั้งตรงเหมือสิงโตทีเดียว

อีกด้านนึง เจย์เดนเสียบไก่ย่างบาร์บีคิวด้วยส้อม “มันขึ้นอยู่กับว่าใครได้มันก่อน!”

มวลชนข้างๆไม่ได้หยุดพวกเขา แต่กลับรอให้เกิดการแสดงดีดีขึ้น

การเดินทางที่น่าเบื่อนี้ คาลิเวียร์และเจย์เดนรู้สึกทั้งสองฝ่ายไม่พอใจกับสายตากันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจย์เดนพยายามจะจับลูกน้องสองคนของคาลิเวียร์

พวกเขาเกือบจะได้หยุดความขัดแย้งกันก่อน เนื่องจากกลัวจอมเวทย์ที่อยู่รอบๆ ถึงอย่างนั้นดูเหมือนจะเกินการควบคุมแล้ว

เรย์ลินขมวดคิ้ว

“เพราะนายที่ทำให้ฉันต้องทำแบบนี้!” คาลิเวียร์คำรามและกล้ามเนื้อเขาได้แน่นขึ้น มันดูเหมือนการเพิ่มชั้นกล้ามเนื้อบนร่างกาย

พูดถึงขุนนาง ปกติจะฝึกเทคนิคของอัศวิน คาลิเวียร์จึงดูเหมือนได้รับการจุดพลังงานชีวิตภายในแล้ว ดังนั้นจึงเป็นอัศวินเต็มตัว

[เอไอชิป! สแกนเป้าหมาย!]

[บิ๊บ! คาลิเวียร์

ความแข็งแกร่ง: 2.5

ความว่องไว: 2.7

พละกำลัง: 3.0

สถานะ: กำลังใช้เทคนิคลับ!]

[การตรวจสอบเทคนิคลับ: หลังจากไหลเวียนพลัง ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น ความว่องไวเพิ่มขึ้น!]

“วันนี้ฉันจะให้นายรู้ว่านายต้องก้มหัวและเชื่อฟังคำสั่งเมื่อเจอข้าคนนี้” คาลิเวียร์ตะโกนและเคลื่อนไหวเป็นภาพติดตาพุ่งเข้าหาเจย์เดน

[คำเตือน! คำเตือน! ตรวจพบการแผ่รังสี! สถานะ: แนะนำให้อยู่ห่างจากต้นกำเนิด!] เสียงเอไอชิปดังขึ้นในหูเรย์ลิน

“ต้นกำเนิดรังสี? ไม่ใช่ว่าต้องเป็นจอมเวทย์เท่านั้นหรอที่จะทำแบบนี้ได้?”

“ฮ่าฮ่า! ฉันจะให้แกรู้วันนี้ว่าใครจะเป็นอันดับหนึ่งในเหล่าเด็กใหม่!” เจย์เดนหัวเราะเสียงดังและหยิบเหรียญสีเขียวจากกระเป๋าหน้าอกของเขา

“พิลลิส-ดูวาซา! ผู้สร้างเหล่าสีเขียว! เมื่อได้ยินเสียงเรียกของฉัน จงออกมายังโลกมนุษย์!” เจย์เดนร่ายเวทย์โทนเสียงประหลาด

เขาได้ใช้ภาษาที่หายากมาก แต่น่าแปลกใจที่เรย์ลินเข้าใจทุกคำพูดนั้น

ด้วยเวทมนตร์นั้น แสงเป็นชั้นๆจากเหรียญสีเขียวและเถาวัลย์สีน้ำตาลอ่อนปรากฎขึ้นบนพื้นได้ยืดออก เหมือนงูกำลังเต้นอย่างคึกคะนอง

* ชี่ ชี่ !*

เถาวัลย์ส่ายไปส่ายมาเป็นเชิงป้องกันเจย์เดนจากด้านหน้า และเถาวัลย์เส้นหนึ่งได้ถูกส่งไปข้างหน้า มันรัดคาลิเวียร์ลงกับพื้น

แต่ละชั้นของเถาวัลย์ได้เริ่มม้วนตัวรอบๆเขา และในไม่นาน คาลิเวียร์ก็ถูกมัดสำเร็จเหลือแต่เพียงใบหน้าที่เผยออกมา

“อุปกรณ์เวทมนตร์!” เหล่านักเวทย์ร้องอย่างตกใจ

“การที่จะใช้อุปกรณ์เวทมนตร์ได้ ต้องมีอย่างน้อยนักเวทย์ ระดับ 1 ! เขา….เขาได้เลื่อนเป็นนักเวทย์ระดับ 1 แล้วหรอ?”

เหล่าผู้คนส่งเสียงอื้ออึงและจ้องมองเจย์เดนด้วยความนับถือ นี่ทำให้ใบหน้าคาลิเวียร์โกรธจัดขึ้นไปอีก

“เป็นไงบ้าง? ถ้านายสาบานว่าจะเชื่อฟังฉัน ฉันจะปล่อยนายไป!” เจย์เดนเดินไปที่คาลิเวียร์

“ไม่….ไม่มีทาง! ความภาคภูมิใจของตระกูลสิงโตทองคำจะไม่มาเสื่อมเสียที่มือฉัน!” เส้นเลือดคาลิเวียร์ปูดโปนขึ้นราวกับจะปะทุออกมาทุกเวา

“ถ้าเป็นแบบนี้ ฉันก็ไม่มีทางเลือก!” เจย์เดนยักไหล่และเถาวัลย์ก็รัดแน่นขึ้น และเสียงกร๊อบก็ดังออกมา มันดูเหมือนกระดูกคาลิเวียร์หักไปหลายแห่ง

เหล่านักเวทย์รอบๆไม่สามารถทนดูได้นานและต้องการจะชักชวนเจย์เดน

ปัง! เรือเหาะเอนเอียงและแสงสว่างได้หม่นลง

เหล้านักเวทย์ส่วนนึงได้ล้มลงไปกับพื้น “เกิดอะไรขึ้น? นี่เรายังจะเจอความวุ่นวายอีกหรอ?” เรย์ลินกระพริบตา

“ฮู่!” “ฮู่!”

หน้าต่างหลายบานได้เปิดออกและลมกรรโชกสีม่วงได้พุ่งเข้ามา

สิ่งที่มาพร้อมกับเสียงลมนั้นต่างมีสายฟ้าสีน้ำเงินจำนวนนับไม่ถ้วนกระจายไปทุกทิศทุกทาง

มองภาพเหล่านี้ เรย์ลินหดตัวลีบเท่าเข็ม “พายุสายฟ้า? เหล่าจอมเวทบนเรือเหาะหายไปไหน?”

“เจ้าพวกน่ารังเกียจ เจ้ากล้าที่จะบุกรุกอาณาจักรเพนดราอันเกรียงไกร!”

เสียงก้องเสียงหนึ่งดังขึ้น มันมาพร้อมกับพายุสายฟ้าสีม่วง

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: