ตอนที่ 2 เอไอชิป

Keepwalk แปล

“นี่มัน?” เรย์รินเบิกตากว้างเมื่อเขาได้ยินเสียงกลภายในความคิด

‘หรือว่านี่คือ เอไอชิป ผู้ช่วยจากชีวิตที่แล้วของเรา? มันมาเกิดใหม่กับฉันได้ยังไง นี่ดูไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย!’

เขาพบว่ามันยากจะเชื่อ เมื่อเขาคิดขึ้น ‘เอไอชิป แสกนความคิด และหาระบบช่วยเหลือ’

หลังจากนั้นไม่นาน เสียงเอไอชิปก็ตอบกลับมา [บี๊บ! แสกนเสร็จเรียบร้อย! ไม่พบสิ่งแปลกปลอมในความคิดโฮสต์]

“หืมม สแกนร่างกายและแสดงผลเป็นตัวเลขทางสถิติ” เมื่อพูดขึ้นก็พบกับเสียงกลอีกเสียงหนึ่ง

[บี๊บ! แสกนเสร็จเรียบร้อย!

ฟางหมิง(เรย์ลิน ฟาเรียร์)

ความแข็งแกร่ง: 0.4

ความว่องไว:0.5

ความอดทน:0.4

สถานะ:มีโลหิตตกค้างด้านหลังศีรษะ มีบาดแผลเล็กๆหลายแห่ง ไม่พบเอไอชิปในร่างกายโฮสต์!]

ภาพโฮโลแกรมสามมิติปรากฎขึ้นเบื้องหน้าเรย์ลิน แสดงสัดส่วนของร่างกายเขาและสถิติด้านข้าง ‘ไม่มีเอไอชิป?’ เอไอชิปเทียบได้กับวัสดุชิ้นหนึ่ง นี่มันตามเรามาพร้อมกับวิญญาณที่มาเกิดใหม่งั้นหรอ?’ เรย์ลินคิดเข้าข้างตัวเอง ‘ดูเหมือนว่าจะเกิดการระเบิดขึ้นระหว่างทำการทดลอง….จากนั้น… หรือการเกิดใหม่และระบบเอไอชิปได้รวมเข้ากับวิญญาณฉัน…’

‘ถ้าฉันยังอยู่โลกเดิม นี่จะเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่เฉพาะเรื่องของจิตวิญญาณเท่านั้นแต่ยังเรื่องทางกายภาพและเรื่องจิตวิญญาณที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีกด้วย! ถ้าพวกไอ้แก่ที่อยู่ในสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติรู้เข้าคงคลั่งตายแน่ๆ น่าเสียดายที่ฉันจะไม่ได้เจอพวกเขาอีกแล้ว’

เอไอชิปเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับนักวิทยาศาสตร์ในโลกเดิมของเขา เพราะว่าพวกข้อผิดพลาดที่มนุษย์ทำขึ้นจึงคิดสิ่งนี้ขึ้นได้ เทคโนโลยีชนิดนี้จะไม่มีความคิดเป็นของตัวเองมันทำได้เพียงสองรูปแบบคือเป็นคลังข้อมูลและวิเคราะห์ได้

มันจะวิเคราะห์ข้อมูลจากคำสั่งของโฮสต์ เก็บเกี่ยวข้อมูลจากตัวอย่างและจำลองข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจ

ส่วนความสามารถด้านคลังข้อมูลนั้นง่ายมาก มันสามารถเก็บข้อมูลได้ทุกอย่างจากประสบการณ์ของโฮสต์ผ่านสัมผัสทั้งห้าและบันทึกไว้ ข้อมูลพวกนี้เพียงพอที่จะเก็บได้มากกว่าหนึ่งหมื่นปีในทุกๆเหตุการณ์ประจำวัน

“ทำไมเอไอชิปและวิญญาณของฉันถึงได้รวมกันได้…ฉันอาจจะคิดได้ทีหลัง หลังจากที่เก็บเกี่ยวข้อมูลมากขึ้นและข้อมูลมีคุณภาพเพียงพอที่จะตรวจสอบมันได้อีก อย่างน้อยๆเอไอชิปนี้จะเป็นแหล่งข้อมูลมหาศาลของโลกใบนี้”

ริมฝีปากของเรย์ลินขยายขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้าง เขาจึงรู้ว่าในยุคกลางแห่งนี้ การครอบครองเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตจะสามารถสร้างเส้นทางข้างหน้าได้อย่างไร้ที่สิ้นสุด

“ถึงอย่างนั้น ค่าสถานะของเรย์ลินมันก็…” เรย์ลินไม่มีคำพูดใดๆออกมา หลังจากเห็นค่าสถิติด้านหน้าเขา

ค่าสถิติที่แสดงอยู่นั้นมีพื้นฐานมาจากมาตรฐานร่างกายผู้ใหญ่ทั่วไป ในทางทฤษฎี ค่าเฉลี่ยของผู้ใหญ่จะแสดงค่าราวๆ 1 แม้ว่าเรย์ลินจะอายุประมาณ 13-14 ปี ค่าสถิติของเขายังต่ำเกินไป

“หืม? นี่มันไม่ถูก มันอาจจะเป็นไปได้ว่าร่างกายของคนในโลกนี้ปกติจะอ่อนแอ! เอไอชิป แสกนร่างกายของคนที่อยู่รอบๆฉันและแสดงสถิติออกมา”

[บี๊บ! กำหนดภารกิจเรียบร้อย เริ่มการเก็บข้อมูลสถิติ] เกือบจะทันทีทันใด ภาพโฮโลแกรมสามมิติก็ปรากฎขึ้นด้านหน้าของเรย์ลินแสดงเป็นสถิติเสร็จเรียบร้อย

[ชื่อ: ไม่รู้จัก

เพศ: ชาย

ความแข็งแกร่ง: 0.9

ความว่องไว: 1.1

ความอดทน: 0.8]

[ชื่อ: ไม่รู้จัก

เพศ: ชาย

ความแข็งแกร่ง: 1.2

ความว่องไว: 0.8

ความอดทน: 1.0]

[ชื่อ: ไม่รู้จัก

เพศ: หญิง

ความแข็งแกร่ง: 0.8

ความว่องไว: 1.2

ความอดทน: 0.7]

‘ดีมาก เหมือนว่าร่างกายของคนเหล่านี้จะแข็งแรงกว่าโลกเดิมของเรา แม้แต่เรย์ลินยังแพ้ให้กับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ฉันเริ่มจะรู้สึกอายบ้างแล้ว’

เรย์ลินสแกนไปรอบๆเหล่าเด็กทั้งหมดรอบตัวเขา มีสาวๆบอบบางน่ารักที่มีค่าสถานะดีกว่าเรย์ลิน นั่นทำให้เขาเริ่มรู้สึกผิดหวัง

“เรย์ลินคนเดิมนี่เป็นปลิงที่ไร้ประโยชน์เสียจริง ไอ้เศษขยะที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้!”

[ชื่อ: ไม่รู้จัก

เพศ: ชาย

ความแข็งแกร่ง: 3.3

ความว่องไว: 2.5

ความอดทน: 3.2

คำเตือน! คำเตือน! สิ่งมีชีวิตชนิดนี้อันตรายเกินไป

คำแนะแนำ: โฮสต์ควรอยู่ห่างอย่างน้อย 1000 เมตร]

คำเตือนสีแดงกระพริบสามครั้งติดต่อกัน เหตุการณ์นี้ทำให้เรย์ลินรู้สึกช๊อค

“ค่าเฉลี่ย 3.0!” หลังจากเรย์ลินแสกนข้อมูลอีกหลายๆครั้งและทำให้แน่ใจได้ว่าเอไอชิปไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด เขาใบ้ไม่ออกไปชั่วขณะ

“แม้แชมเปี้ยนโลกก็ไม่มีค่าสถานะแบบนี้ได้ ถ้าคนคนนี้อยู่ในโลกเดิมของเราคงได้เป็นซุปเปอร์แมนไปแล้ว…”

ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ เรย์ลินเข้าใจแล้วว่าค่าสถานะเฉลี่ย 3.2 หมายถึงบุคคลที่มีความสามารถในการต่อสู้ ความต้านทาน และอัตราฟื้นฟูร่างกายเร็วกว่าคนปกติถึงสามเท่า

สถิติที่แสดงอยู่เป็นสามเท่า ซึ่งมากกว่าคนปกตินั้นมันไม่ได้เพิ่มขึ้นง่ายๆเลย คนแบบนี้จะถูกเรียกว่าอะไรได้?

นี่มันหมายถึงเขาสามารถฆ่าคนเป็นโหลด้วยมือเปล่าหรือกระทั่งต่อสู้ได้กับคนเป็นร้อย ในโลกเดิมเขาคงเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ไปแล้ว!

‘กลัวว่าบุคคลแบบนี้จะถูกสร้างขึ้นด้วยการดัดแปลงพันธุกรรมในห้องแลปเท่านั้น นอกจากนั้นอาจจะมีเพียงแค่หยิบมือเพียว โลกใบนี้คงไม่ง่ายซะแล้วสิ’เรย์ลินคิด ขณะที่เขามองคนที่ครอบครองสถิติอันน่ากลัวอันนี้อีกครั้ง

เขาคนนั้นสวมชุดคลุมสีดำที่กำลังแจกจ่ายอาหารอยู่ ชายคนนั้นอยู่ในวัยกลางคน มีแผลเป็นบนใบหน้าจากหน้าผากไปจนถึงริมฝีปาก มันแบ่งใบหน้าครึ่งซีกของเขาให้ดูน่ากลัวมากกว่าเดิม

“เขาเป็นผู้รับผิดชอบของทางสถาบันที่มารับเรา ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ใช่จอมเวท แต่ก็น่ากลัวอยู่ดี จอมเวทจริงๆจะหน้าตาแบบไหนกัน?”

เรย์ลินสำรวจความคิดด้วยสมมติฐานที่น่าสนใจและความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับจอมเวทผู้เชี่ยวชาญก็เกิดขึ้นภายในตัวเขา ราวกับจุดที่เขาจะต้องไปให้ถึงตอนนี้และใช้เวลาที่มีคุณค่าให้มากที่สุด

คิวต่อแถวเริ่มสั้นลง และเมื่อถึงตาของเรย์ลิน ชายชุดดำหยิบขนมปังขาวชิ้นนึงและน้ำผลไม้ให้เรย์ลิน เขาส่ายมือเป็นเชิงให้ไปได้ พร้อมด้วยความกระวนกระวายบนใบหน้า

ถ้านี่เรย์ลินคนก่อน อาจจะกล้าลากชายคนนี้ออกมาและทุบตีเขาสักสองสามทีแต่เพราะว่ามันไม่ใช่บ้านที่เขาอยู่และเขายังคงต้องทนกับใบหน้าน่าเกลียดไปก่อน ตามด้วยความโกรธเล็กๆน้อยๆ

แต่เรย์ลินในตอนนี้ไม่ได้โง่ จากความทรงจำของเขา เขาก้มลงอย่างเป็นทางการและพูดขึ้น “ขอบคุณท่านมาก!”

ชายชุดดำมองมาทางเรย์ลินอย่างสนใจก่อนเรย์ลินจะเดินออกไป

“เฮ้ ไม่คิดว่าเรย์ลินจะเป็นขุนนางชั้นสูงอย่างนั้น!” เด็กสองคนด้านหลังเรย์ลินแอบกระซิบให้กัน

“รีบเข้า เราต้องเดินทางต่อ!” ชายแผลเป็นตะโกนขึ้น เสียงของเขาเต็มสองรูหูกับทั้งสองคน

เสียงอันกึกก้องนั้นทำให้หนึ่งในสองคนนั้นทำท่าไม่ดีและสลบลงบนพื้น

เรย์ลินเมินเฉยคำนินทาเหล่านั้น เขาสำรวจพื้นที่ด้วยสายตาที่หนาวเย็นและยิ้มอย่างขมขื่น “เยี่ยมมาก! ฉันคิดว่าจะกลายเป็นคนไม่ดีไปแล้วจริงๆ!”

เมื่อเขามองไปยังจอร์จ จอร์จรีบหันศีรษะไป แขนของเขาใบ้ว่าด้านหลัง

“อ่าหะ ก็ดี ตั้งแต่นายให้ยาฉัน ฉันก็จะไม่เผยตัวตนของนาย” เรย์ลินถอนหายใจ หลังจากเขาเจอสถานที่ที่ห่างไกลจากพวก โดยไม่ต้องสนว่าจะต้องปูพรมบนพื้นหรือไม่ เขานั่งลงและเริ่มกินอย่างเต็มที่

เรย์ลินคิดได้หลังจากเขากินเสร็จ ‘ขนมปังขาวนี้ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่เมื่อเทียบกับโลกเดิม แต่จากความทรงจำของเรย์ลิน อาหารพวกนี้จะได้พบเห็นก็ตอนงานเลี้ยงฉลองเท่านั้น’

จากความทรงจำของเรย์ลินคนเดิม โลกใบนี้ไม่ค่อยมีความสามารถในการผลิตอาหาร ขนมปังขาวเป็นอาหารของขุนนาง ปกติแล้ว ขุนนางธรรมดาจะสามารถเพลิดไปกับขนมปังเช่นนี้ได้ แม้กระทั่งในช่วงเทศกาลสำคัญๆ

สำหรับคนทั่วไป ขนมปังสีดำที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเท่านั้นที่จะกินได้ นี่เป็นความอ่อนโยนที่สุดแล้ว

เมื่อเขาคิดถึงขนมปังสีดำที่แข็งเหมือนกับหินแล้ว เรย์ลินถอนหายใจ “ฉันโชคดีมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นขุนนางหรือจอมเวท ฉันยังคงอยู่ในชนชั้นบนของโลกนี้โดยไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน!”

เขาจัดการขนมปังและน้ำผลไม้อย่างรวดเร็ว จากนั้นเช็ดปากและกลับไปที่รถโดยสาร

จากประสบการณ์ในความทรงจำ ขุนนางวัยเยาว์เหล่านั้นจะเริ่มตั้งเต้นท์ในแคมป์และพักผ่อนสำหรับกลางคืนที่จะมาถึงอีกครั้ง ถึงอย่างนั้นไม่มีใครสักคนอยากจะชวนเรย์ลินเข้าไปร่วมวงด้วย เขาไม่ได้มีเต้นท์เป็นของตัวเอง ดังนั้นเขาจึงนอนในอากาศเย็นๆบนพื้นไม้แข็งๆบนรถโดยสาร

‘ดูจากตอนนี้ เหมือนว่าจะมีเหล่าผู้ใช้เวทย์ 50 คน ชุดคลุมดำ 25 คน และ ชุดคลุมขาวค่าสถานะสูงอีก 3 คน!’ เมื่อเขาคิดได้แบบนั้นเขาจึงบอกตัวเองให้อยู่ห่างเข้าไว้ ขนบนตัวเรย์ลินลุกชันขึ้น

ขณะนั้นเสียงเตือนของเอไอชิปก็ดังขึ้น [ค้นพบแหล่งกำเนิดรังสีที่ไม่รู้จัก] และ [ตรวจพบสนามแรงโน้มถ่วงที่ไม่รู้จัก ไม่สามารถสแกนได้]

นี่เป็นเสียงจากหัวใจเรย์ลิน

“ดูเหมือนว่าแม้แต่เอไอชิป ฉันก็ยังอ่อนแอมากๆในโลกนี้ ดีละ ถ้าฉันอ่อนแอ ฉันจะต้องได้พลังเวทมนตร์มาให้ได้” ดวงตาของเขาลุกวาวราวกับแสงไฟ

“จะดีที่สุดถ้าฉันหลับให้เร็วขึ้น ยังต้องตื่นให้ไวสำหรับการผจญภัยในวันพรุ่งนี้!” เรย์ลินถอดเสื้อออกและนำมันวางลงบนพื้นไม้เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับการนอนของเขา

“นี่มันก็ผ่านมามากกว่าสามเดือนแล้วตั้งแต่เดินทางมานี่ เขาเดินทางผ่านมาหลายอาณาจักรแล้วแต่มันก็ยังไม่ถึงเป้าหมายสักที การเดินทางอันคร่ำครึเหล่านี้…”เขาปิดเปลือกตาของเขาและเริ่มเข้าสู่ความฝัน

หลังจากนั้นไม่นาน ประตูรถโดยสารก็เปิดออก เรย์ลินตื่นขึ้นในทันที เขาได้กลิ่นที่หอมตลบอบอวลไปด้วยกุหลาบ

กลิ่นอันหอมหวานและน่าหลงไหล มากระทบที่จมูก ร่างกายของเขาสั่นและทบทวนความทรงจำ

“เรย์ เรย์ลิน…เธอสบายดีมั้ย?” เสียงผู้หญิงที่น่ารักดังขึ้นมา

“เบสสิต้าหรอ? เข้ามาก่อน!”เรย์ลินย้ายร่างของเขา กลิ่นหอมในรถโดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อสาวสวยคนนี้เข้ามาถึง

เธอมีผิวสวยงามและสวมเสื้อผ้าสีแดงฟิตกระชับกับร่างกายที่เต็มไปด้วยส่วนเว้าส่วนโค้ง เรย์ลินจะลืมไปได้ยังไงกับผู้หญิงผมสีเงินและดวงตาคู่แดงราวกับอัญมณีสีแดงเช่นนั้น รวมกับใบหน้าสุดสวย ขับให้เธอดูมีเสน่ห์ชวนค้นหาอย่างที่สุด

สาวคนนี้คือต้นเหตุของชีวิตเรย์ลินคนก่อนถูกทำร้ายจนเสียชีวิต เธอคือ เบสสิต้า

“เธอต้องการอะไรจากฉัน?” สาวคนนี้มีพัฒนาการทางร่างกายที่ดีมากและดูเหมือนจะล่อลวงได้กับเรย์ลินคนเก่าเท่านั้น ฟางหมิงมาจากโลกที่แตกต่าง เขามีประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับมารยาเหล่านี้ในชีวิตก่อน และผู้หญิงคนนี้ก็ดูจะเข้ากันได้ดีกับเขา

ทัศนคติของเขาเยือกเย็นและไม่แยแสต่อสิ่งใดก็ตาม นั่นจึงทำให้สาวสวยคนนึ้ถึงกับช็อคกับคำพูดที่ไม่คิดว่าจะออกมาจากปากเรย์ลิน

หลังจากเงียบไปอย่างยาวนาน เธอหยิบของชิ้นเล็กออกมา มันเป็นขวดแก้วและวางลงบนมือของเรย์ลิน

“น…นี่เป็นยารักษาบาดแผล ถ้าเธอทามันบนร่างของเธอ มันจะช่วยเธอ ฉ…ฉันขอโทษ!”

หญิงสาวโค้งคำนับ เผยให้เห็นผิวขาวและเส้นโค้งเว้าที่กว้างใหญ่ หิมะสีขาวช่วงบนของเธอทำให้หัวใจของเรย์ลินเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

Facebook Comments