พ่อมดแห่งโลกเวทมนตร์ ตอนที่ 22 เทคนิคทำสมาธิ

ตอนที่ 22 เทคนิคทำสมาธิ

@blue : แปล

 

“ผมเต็มใจ!” เรย์ลินรีบตอบอย่างรวดเร็ว

 

“ดีมาก! เนื่องจากเป็นข้อตกลงของสถาบัน ฉันจะรับเจ้าเป็นศิษย์!” ชายวัยกลางคนตอบพร้อมลูบเคราของตัวเอง

 

“แม้ว่าสภาพแวดล้อมที่นี่ค่อนข้างธรรมดาแต่มันก็เพียงพอที่จะให้เจ้าเริ่มต้นได้!” ครอฟท์กวาดตามองไปรอบห้องทดลองและกล่าวต่อ “อย่างน้อยที่นี่ก็เงียบและเราก็จะไม่ถูกรบกวนแน่นอน!”

 

“เริ่มต้นอะไร?” เรย์ลินสงสัย

 

“เริ่มต้นเส้นทางแห่งจอมเวทย์ไงหละ!” ครอฟท์ตอบ

 

“งั้นเรย์ลิน เจ้าช่วยบอกได้ไหม อะไรคือจอมเวทในความหมายของเจ้า?”

 

“บุคคลลึกลับที่สามารถเรียกสายฟ้าและพายุ เรียกเปลวไฟและควบคุมธรรมชาติได้!” เรย์ลินพูดนิยามตามที่เขารู้ในเกาะเชอร์โนบิล

 

“หึ! ของแบบนั้นมันเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น!” ครอฟท์ติ

 

“จอมเวทย์เป็นชื่อที่เราเรียกคนที่มีพลังในสมัยโบราณ จอมเวทย์เหล่านั้นจะเรียนรู้เกี่ยวกับทฤษฎีการควบคุมและการจัดการกับพลังธรรมชาติ และพวกเขาไม่เคยหยุดแสวงหาความรู้และความเป็นจริง!”

ครอฟท์อธิบายความหมายของนักเวทย์ให้เรย์ลิน

 

“ดังนั้นจึงพูดได้ว่าจอมเวทย์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชาวมนุษย์เท่านั้น!” ตอนนี้เรย์ลินมีความเข้าใจมากขึ้น

 

“จริงด้วย! พวกครึ่งมนุษย์อื่นๆและพวกสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดจะมีเวทมนตร์อยู่ในตัวพวกเขา อย่างจอมเวทย์แห่งเผ่าพันธ์ุทางทะเลหรือกระทั่งจอมเวทย์มังกร!”

 

ครอฟท์พูดขึ้น “เอาหล่ะ! ตอนนี้พวกเราเริ่มพิธีกรรมได้แล้ว ไม่ต้องกลัวและทำตัวตามสบาย!”

 

*พรึบ!* พื้นรอบตัวครอฟท์อ่อนตัวลงและเปลี่ยนเข้าสู่พิธีกรรมในการร่ายเวทย์ มีพลังงานแปลกๆออกมารอบๆ

 

รอบตัวมืดลงและมีเพียงเปลวไฟจุดขึ้นกลางพิธีกรรม

 

“ตอนนี้หละยื่นมือของเจ้ามาที่ฉัน!” เรย์ลินยื่นมือของเขาออกมาและฝ่ามือขนาดใหญ่กว่าเรย์ลินได้กุมมือเขาอย่างเหนียวแน่น

 

“ตามธรรมเนียมพิธีกรรมโบราณ ข้าจะแนะนำเจ้า เรย์ลิน ฟาเรียร์ เข้าสู่เส้นทางของจอมเวทย์!”

 

“ท่องตามฉัน!”

 

“ฉันสาบาน! ฉันจะอยู่เพื่อแสวงหาความจริงตลอดไป!” ครอฟท์ใช้ภาษาที่ไม่คุ้นเคย แต่เรย์ลินสามารถเข้าใจมันได้อย่างสมบูรณ์และปากของเขาก็เอ่ยคำพูดที่เหมือนกันออกมา

 

“ฉันสาบาน! ฉันจะอยู่เพื่อแสวงหาความจริงตลอดไป!” น้ำเสียงของเด็กอายุสิบสามสิบสี่ที่ยังไม่โตเต็มวัยดังออกมา

 

“ฉันสาบานว่าฉันจะไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆของที่ปรึกษาของข้ามอบให้โดยไม่ได้รับอนุญาติ….”

ครอฟท์ยังคงกล่าวต่อไปและเรย์ลินพูดตามอย่างเป็นจังหวะ เสียงสองเสียงในไม่ช้าก็ได้กลายเป็นเสียงเดียว

 

หัวใจของพิธีกรรม เปลวไฟจะสว่างและเป็นประกายขึ้นเรื่อยๆ….

 

“ขอแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการในการกลายเป็นนักเวทย์!”

 

หลังทำพิธีกรรม ครอฟท์แสดงความยินดีกับเรย์ลิน

 

เรย์ลินมองลงมาที่มือทั้งสองของเขา หลังจากพิธีกรรมอันลึกลับ ดูเหมือนว่าเขามองเห็นโลกด้วยแสงที่แตกต่างกันออกไปและในเวลาเดียวกันเขาไม่สามารถระบุความแตกต่างได้

 

[ค้นพบความผิดปกติในคลื่นสมองของโฮสต์!] เสียงเอไอชิปดังขึ้น

 

“ดูเหมือนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในด้านพลังวิญญาณ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องนี้ ดังนั้นคงเพิ่มความสามารถมันได้ในอนาคตเท่านั้น!” เรย์ลินกล่าวอย่างหมดหนทาง

 

“เจ้าได้รับเทคนิคทำสมาธิในลูกแก้วคริสตัลแล้วใช่มั้ย? เมื่อกลับไปแล้วลองหยิบมันมาตรวจสอบดู เจ้าสามารถซึมซับข้อมูลมันได้แล้วหละ!”

 

“พรุ่งนี้มาที่นี่ตอน 6 โมงเช้า!”

 

“ตอนนี้เจ้าสามารถไปได้แล้ว แต่จำไว้ว่าอย่าเที่ยวเดินเร่ร่อนหละ!” ครอฟท์เตือน

 

“ผมจะทำตามที่ท่านบอกครับ! ศาสตราจารย์!” เรย์ลินคำนับจากนั้นเดินออกไปจากห้องทดลอง

 

“โชคดีที่ฉันเดินผ่านพวกมันมาก่อนหน้านี้ ไม่เช่นนั้นฉันจะไม่รู้เลยว่าหอพักตั้งอยู่ที่ไหน!” เมื่อเขาตามข้ารับใช้เงาก่อนหน้านี้ เรย์ลินได้ปล่อยให้เอไอชิปเริ่มทำแผนที่บริเวณนี้แล้ว และตอนนี้มีเพียงส่วนเล็ก ๆ ที่เสร็จสมบูรณ์ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าเคยเดินผ่านมาก่อนแล้ว

 

บริเวณพื้นที่ของจอมเวทย์ค่อนข้างอันตรายและเรย์ลินไม่ต้องการที่จะได้รับบาดเจ็บใดๆก็ตามจากพวกเขา

 

หลังจากถึงหอพักเรย์ลินเอากุญแจออกจากถุงชายวันกลางคนยื่นให้

 

มันเป็นกุญแจทองแดงสีดำน้ำหนักมากทีเดียวและมีคำว่า ‘783’ ติดไว้ อากาศตอนนี้ค่อนข้างเย็นและหอพักดูโล่งๆ เรย์ลินเดินผ่านทางเดินที่ไม่มีคน ขณะที่เดินเขาได้ยินเสียงฝีเท้าของตัวเองสุดทางเดิน

 

เขาเดินตามเลขห้องมาจนพบห้องของเขา “ใช่ที่นี่หล่ะ!”

 

เรย์ลินสอดกุญแจเข้าไปในรู ทันใดนั้นมีเสียงโลหะดังคลิ๊ก

 

เมื่อประตูใหญ่ถูกเปิดออก ห้องมืดเกิดเปลวไฟขึ้นมาทันทีโดยอัตโนมัติ “พวกเขาใช้กฎจอมเวทย์ในการคิดค้นระบบยืนยันด้วยเสียงอย่างนั้นหรอ?”

 

เรย์ลินวางสัมภาระลงและตรวจสอบห้องที่ที่เขาจะต้องใช้ชีวิตอยู่อีกหลายปี

 

หอพักมีขนาดเล็ก ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือห้องนอน ห้องนั่งเล่นและห้องน้ำ มีผ้าห่มผืนใหม่วางอยู่บนเตียงแสดงถึงความใส่ใจ เป็นห้องที่น่าอยู่มากๆ

 

“สภาพแวดล้อมไม่เลวเลย!” เรย์ลินนั่งบนเตียงและนำสิ่งที่ได้รับจากสถาบันการศึกษาออกมา

 

“เซ็ตชุดคลุมของนักเวทย์ เอไอชิบตรวจพบว่ามีการร่ายเวทย์ทับไว้หลายบทและความสามารถในการป้องกันเทียบได้กับชุดเกราะหนังชั้นดี!” เรย์ลินสวมชุดคลุมที่น่าทึ่งนี้และติดเหรียญของนักเวทย์บนหน้าอก

 

ตอนนี้เขาดูเหมือนกับนักเวทย์ชุดคลุมสีเทาที่เจอระหว่างทางเดินมาก่อนในวันนี้

 

สิ่งที่เรย์ลินจะทำต่อไปคือการจัดสิ่งของและทำความสะอาดห้อง

 

เมื่อเขาเดินออกไปพบว่าประตูห้องข้างๆของเขาเปิดออก นักเวทย์ผมสีน้ำตาลเดินออกมา “สวัสดี! นายคือนักเวทย์มาใหม่ใช่ไหม? ฉันบิลล์!”

 

“สวัสดี! ฉันเรย์ลิน และฉันเพิ่งมาถึงวันนี้!” เรย์ลินตอบและเขานึกคำถามบางอย่างได้ จึงถามออกไป “ขอโทษนะ! ฉันจะไปห้องอาหารได้อย่างไร?”

 

เมื่อได้ฟังเสียงของเรย์ลิน การแสดงออกของบิลล์ราวกับเป็นสิ่งที่เขาความคาดหวังไว้ “ตอนนี้ค่อนข้างจะช้าไปและฉันจะไปที่นั่นด้วย ไปด้วยกันไหม?”

 

“รบกวนมากเกินไปแล้ว!” เรย์ลินยิ้มแล้วปิดประตูห้อง

 

“ห้องอาหารอยู่ใต้ดินชั้นที่สามและทุกอย่างฟรีหมด แน่นอนว่านายไม่ต้องใช้เงินเลยและที่สำคัญพวกเขาจะตั้งใจทำอาหารที่นายอยากกิน!”

 

บิลลนำทางพร้อมกับอธิบายไปด้วย

 

“ฉันมาจากอาณาจักรพูลฟิลส์ แล้วนายล่ะ?”

 

“หมู่เกาะเชอร์โนบิล!”

 

“พระเจ้า! นั่นไกลมากเลยนะ! นายได้ผ่านอุปสรรคมาตลอดการเดินทางเลยใช่ไหม หืม?” เห็นได้ชัดว่าบิลลเป็นคนช่างพูด และเรย์ลินพยายามจะเก็บข้อมูลบางอย่างจากเขา

 

บิลล์ก็เป็นเช่นเดียวกันกับเรย์ลิน เขาเป็นนักเวทย์มาใหม่และมาถึงก่อนเรย์ลินห้าวัน ในสถาบันป่าเวทมนต์อบิซอลโบนมีอาจารย์เกือบร้อยคนแต่ขณะที่นักเวทย์มีจำนวนมากถึงพันคน

 

“อ้อ ใช่! ที่ปรึกษาของนายเป็นใคร?” บิลถาม

 

“ครอฟฟ์ ศาสตราจารย์ด้านการปรุงยา!”เรย์ลินตอบ

 

“การปรุงยาหรอ? เยี่ยมไปเลย” บิลเหมือนตกใจเล็กน้อย

 

“มันยากมากเลยหรอที่จะเรียนรู้การปรุงยา?” เรย์ลินเริ่มรู้สึกกังวลเล็กน้อย

 

“ไม่ใช่แค่ยากเท่านั้น การศึกษาเกี่ยวกับการปรุงยาต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลและรวมถึงส่วนผสมต่างๆ คนที่ไม่ได้มาจากตระกูลที่ดีจะไม่ค่อยเลือกเรียน! อย่างไรก็ตามนักเล่นแร่แปรธาตุมักจะทำเงินเป็นจำนวนมากหลังจากที่ได้รับการรับรองแล้ว!”บิลทำให้เรย์ลินดูเศร้าลง

 

“นายต้องได้รับการสุ่มเลือกจากที่ปรึกษาระหว่างการคัดเลือกและผู้ที่จะตกเป็นเหยื่อของงูสป็อตตี้!”

 

“โอ้ จริงหรอ?”เรย์ลินถูจมูกของเขา

 

“เอาล่ะ! ตอนนี้เราอยู่ที่ห้องอาหารแล้ว กินอะไรก็ตามที่นายต้องการได้เลย!”

 

ห้องอาหารใหญ่ใช้พื้นที่สิ้นเปลืองมากและอาหารก็อร่อยกว่าสิ่งที่เขากินตอนอยู่บนเรือเหาะเสียอีก ทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ก็เป็นนักเวทย์และไม่มีทีท่าว่าจะมีพวกจอมเวทย์เลย

 

หลังจากทานมื้อเย็น เรย์ลินกล่าวลาบิลล์แล้วกลับไปที่ห้องของตัวเอง เขานั่งอยู่บนเตียงกับลูกแก้วคริสตัลที่อยู่ในมือ

 

“ในที่สุดฉันก็สามารถเริ่มฝึกเป็นจอมเวทย์!”

 

เรย์ลินลูบที่ลูกแก้วคริสตัล ดวงตาของเขาค่อยๆพร่ามัวและจมูกของเขาก็เดือดพล่าน

 

[ค้นพบข้อมูลแล้ว เริ่มการถ่ายโอนข้อมูลหรือไม่?] เสียงเอไอชิบดังขึ้น

 

“เริ่มเลย!” เรย์ลินออกคำสั่ง จากนั้นความเจ็บปวดรุนแรงเริ่มเข้าสู่สมองราวกับว่ามีใครมาทุบ

 

“นี่มัน……”เรย์ลินจับหัวของตัวเอง และค้นพบว่าภาพจำนวนมากและคำต่างๆปรากฏขึ้นในสมองของเขาพร้อมกับความเจ็บปวดและบรรทัดแรกคือ “เทคนิคฝึกสมาธิเบื้องต้น!”

 

ข้อมูลนี้ราวกับปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าและถูกประทับไว้ในจิตใจของเรย์ลิน

 

หลังจากผ่านไปสักพักเรย์ลินเริ่มฟื้นตัวจากความเจ็บปวดแต่เขายังรู้สึกมึนงงเล็กน้อย

 

“เอไอชิบจัดเรียงข้อมูลสำหรับเทคฝึกสมาธิเบื้องต้น!”

 

[บิ๊บบ! กำหนดงานเรียบร้อย เริ่มต้นการจัดเรียงข้อมูล!]

 

หน้าต่างสีน้ำเงินเริ่มกระพริบในสายตาด้านเรย์ลิน

 

[บิ๊บบ! ข้อมูลได้รับการจัดระเบียบแล้ว  ข้อมูลอื่นจำนวน 21.3% ถูกนำออกแล้ว เริ่มการถ่ายโอนหรือไม่?]

 

“ถ่ายโอนเลย!”เรย์ลินสั่ง

 

ด้วยการถ่ายโอนอย่างต่อเนื่องจากเอไอชิบ เรย์ลินเริ่มเข้าใจเทคนิคฝึกสมาธิเบื้องต้นสำหรับนักเวทย์มากขึ้น

 

เทคนิคฝึกสมาธิเบื้องต้น จากชื่อหมายถึง เทคนิคการทำสมาธิแบบพิเศษของนักเวทย์และเป็นเทคนิคขั้นพื้นฐานที่สุด หลังจากปรับปรุงมาหลายปี พวกเขาได้พัฒนามาถึงขั้นเกือบสมบูรณ์แล้วและเนื้อหาของเทคนิคทำสมาธิเบื้องต้นของสถาบันต่างๆก็ไม่แตกต่างกันมากนัก

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีความคล้ายคลึงกับเทคนิคจินตภาพจากโลกเดิม นักเวทย์จะวาดรูนภายในจิตใจของตัวเองเพื่อเพิ่มพลังวิญญาณและถ้าพวกเขาวาดรูนมากขึ้นในจิตใจ พลังทางจิตวิญญาณของพวกเขาก็จะเติบโตแข็งแกร่งมากขึ้น

 

จอมเวทย์ทุกคนมักบันทึกรายละเอียดและกระบวนการทั้งหมดอย่างแม่นยำ

 

ส่วนเรื่องนักเวทย์ พวกเขาได้แบ่งระดับการฝึกออกเป็นสามระดับ นักเวทย์ระดับหนึ่ง นักเวทย์ระดับสองและนักเวทย์ระดับสาม

 

สำหรับการแบ่งระหว่างระดับนั้น มักจะเห็นได้จากความก้าวหน้าของเทคนิคทำสมาธิเบื้องต้น

 

เมื่อไหร่ที่มีความสามารถในการทำสมาธิด้วยรูน 8 ตัวพวกเขาจะผ่านเกณฑ์เป็นนักเวทย์ระดับหนึ่ง ความสามารถในการทำสมาธิกับรูน 24 ตัวเป็นสัญลักษณ์ของนักเวทย์ระดับสอง ส่วนนักเวทย์ระดับสามดูเหมือนว่าจะมีเงื่อนไขอื่นที่จำเป็นอีก

 

ส่วนเรื่องความก้าวหน้าของการทำสมาธินั้น มีเกี่ยวข้องกับพรสวรรค์ของจอมเวทย์

 

“เมื่อนึกถึงการฝึกสมาธิ การฝึกสมาธิของนักเวทย์เกรดห้านั่นเป็นที่ประจักษ์ว่าพวกเขาสามารถเป็นนักเวทย์ระดับหนึ่งภายในห้าหรือหกวันเท่านั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเจย์เดนที่ดูเป็นคนทั่วก่อนจะขึ้นเรือเหาะ ทำให้เขาก็สามารถใช้อุปกรณ์เวทย์ในเวลาแค่ครึ่งเดือน”

 

สำหรับนักเวทย์เกรดสี่ เวลาที่ต้องใช้กว่าจะกลายเป็นนักเวทย์เกรดหนึ่งอยู่ที่ประมาณสิบห้าถึงยี่สิบวัน นักเวทย์เกรดสามจะต้องใช้เวลาหนึ่งเดือน นักเวทย์เกรดสองจะต้องการเวลาครึ่งปี และนักเวทย์เกรดหนึ่งจะต้องใช้เวลาหลายปีเลย!

 

“ความยากอยู่ที่การเลื่อนขั้นไปเกรดสองและเกรดสามจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจจากอาจารย์ที่ปรึกษาที่จะให้ความช่วยเหลือแก่นักเวทย์ที่มีพรสวรรค์สูง หลังจากนั้นบางทีอาจจะมีสักหนึ่งคนที่สามารถเป็นจอมเวทย์ภายในสิบปี ด้วยความพยายามเล็กน้อยในตอนนี้!”

 

[มีการสร้างไฟล์แยกสำหรับข้อมูลเทคนิคทำสมาธิ จะทำการวิเคราะหรือไม่?] เอไอชิบพร้อมปรากฏหน้าต่าง

 

“เริ่มทำการวิเคราะห์!”

 

[กำลังทำการวิเคราะห์! ความคืบหน้า: 0.11%] เอไอชิปแสดงสถานะปัจจุบัน

 

“ลูกแก้วคริสตัลนี้ดูเหมือนว่าจะป้อนข้อมูลลงในสมองของนักเวทย์โดยตรง แต่วิธีการนี้มันดิบเกินไปและมันไม่ได้แคร์ว่าจะจำได้อย่างหมดหรือไม่ แต่เอไอชิปสามารถจัดระเบียบและเก็บข้อมูลได้โดยตรงลงฐานข้อมูลและสามารถช่วยวิเคราะห์กระบวนการต่างๆได้!”

 

เรย์ลินเปรียบเทียบความแตกต่างทั้งสองวิธี

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: