ตอนที่ 23 ภายในสถาบัน

 

@Nae : แปล

 

“ติ๊กต๊อก! ติ๊กต๊อก!”

 

เวลาบนนาฬิกาสีบรอนซ์ที่อยู่ภายในห้องยังคงเดินผ่านไปเรื่อยๆ และนี่ก็ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมงแล้ว


[การวิเคราะห์วิธีการสำหรับฝึกสร้างรูนเสร็จสิ้น เริ่มทำการถ่ายโอนข้อมูลหรือไม่?] เอไอชิปรายงาน

 

“ในที่สุดก็วิเคราะห์เสร็จแล้วหรอ? เริ่มถ่ายโอนข้อมูล!” เรย์ลินกล่าว

 

ในช่วงเวลานั้น เรย์ลินยังคงศึกษาเทคนิคการทำสมาธิจากข้อมูลจากลูกบอลคริสตัล แต่มันก็ไม่มีประโยชน์

 

ข้อมูลของวิธีการฝึกสร้างรูนถูกถ่ายทอดผ่านรูปภาพ 3 มิติ โดยที่ภายในมีความซับซ้อนมากทั้งยังไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ

 

ภาพ 3 มิติที่แสดงอยู่ในลูกบอลคริสตัลนั้น ไม่เพียงแต่ผู้เขียนจะต้องผ่านการฝึกอบรมที่ยอดเยี่ยมทางด้านศิลปกรรมและการเขียน แต่ตัวผู้อ่านเองก็ต้องอินและเข้าใจตามไปกับเนื้อหาเหล่านี้ด้วย

 

เรย์ลินคาดว่าโดยทั่วไปแล้วเหล่านักเวทย์ฝึกหัดจะต้องใช้เวลาเป็นวันๆ ในการเข้าใจถึงรูนตัวนึงและการตั้งสมาธิหรือการสร้างรูนภายในใจนี้ก่อนที่จะจินตนาการมันขึ้นในหัวสมองของพวกเขา  อย่างไรก็ตามด้วยความสามารถของเอไอชิปเรย์ลินสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

 

”การพัฒนาและก้าวข้ามด้วยเวลาเท่านี้ มันอาจจะเปรียบได้กับเหล่านักเวทย์เกรดสี่หรือห้า!” เรย์ลินคาดการณ์

 

หลังจากที่เอไอชิปทำการถ่ายโอนข้อมูลเสร็จ เรย์ลินได้เข้าใจทันทีถึงโครงสร้างขั้นต้นในการสร้าง Rune มันมีลักษณะรูปแบบเป็น ‘A’ โดยไม่มีเส้นแนวนอนตรงกลางและเต็มไปด้วยรูปแบบต่างๆที่มีลักษณะเป็นเกลียว มันทำให้วิงเวียนมากขึ้นหากมองไปนานๆ


“ในการเริ่มต้นสำหรับการทำสมาธิ เราจะต้องทำจิตใจให้สงบและคิดถึงทะเลสาบยามนิ่งเงียบ……..”

 

เรย์ลินปิดตาลงช้าๆ

 

ในห้องที่มีแสงสว่างเพียงรำไร เด็กหนุ่มกำลังนั่งขัดสมาธิพร้อมกับหลับตาราวกับว่าเขากำลังนอนหลับอยู่

 

หลังจากที่ทำไปได้สักพัก มีแสงเล็กๆเกิดขึ้นรอบตัวเรย์ลิน พวกมันค่อยๆเข้าสู่ร่างกายเขาและในไม่ช้ามันก็หายไป

 

เปลือกตาของเรย์ลินกระพือขึ้นและเขาลืมตา


“เหนื่อยมาก! ดูเหมือนว่าเทคนิคการทำสมาธิกับเทคนิคการหายใจของอัศวิน จะเหมือนกัน มันมีเวลากำหนด! เอไอชิป! ตรวจสอบสถานะร่างกายของฉัน!”

 

[บี๊บ! กำลังทำการสแกนร่างโฮสต์!]

 

[เซลล์สมองรวมถึงเซลล์ทั้งหมดในร่างกายได้รับการกระตุ้นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น!]

 

[บี๊บ! พละกำลัง เพิ่มขึ้น 0.05!]

 

[โอ้ …… เทคนิคการทำสมาธินี่มันเหลือเชื่อจริง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมมันถึงเป็นเทคนิคสำหรับการเพาะบ่มของเหล่าจอมเวท ฉันรู้สึกได้ว่าจุดประสงค์หลักของเทคนิคการทำสมาธินี้คือการเพิ่มพลังทางจิตวิญญาณ ส่วนพละกำลังที่เพิ่มเข้ามานั้นเป็นเพียงประโยชน์เสริมเท่านั้น”

 

“พลังจิตวิญญาณส่งผลต่อค่าพลังของเรา! หลังจากฝึกเทคนิคสมาธิแล้วพละกำลังของเราเริ่มมีค่าที่เกินขีดจำกัดจากก่อนหน้านี้!” เรย์ลินตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและนั้นทำให้เขาดีใจเป็นอย่างยิ่ง

 

”ตามคำแนะนำจากข้อมูล การนอนหลับทันทีหลังจากที่ทำสมาธิจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด!”

 

เรย์ลินปลดผ้าคลุมด้านนอกออก และนอนลงบนเตียง หลังจากนั้นเขาก็หลับสนิท

 

….

 

[บี๊บ บี๊บ! เสียงนาฬืกาปลุกดังขึ้น!] เสียงของเอไอชิปดังออกมาและทำให้เรย์ลินตื่นขึ้น

 

“ถึงเวลาที่เราตั้งไว้แล้ว เวลามักผ่านไปอย่างรวดเร็ว!” เรย์ลินยังไงสะลึมสะลือและเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลา 5:30

 

“ต้องรีบลุกและจัดการตัวเองให้เรียบร้อย เราต้องไปหาที่ศาสตราจารย์ครอฟท์!”


เรย์ลินจัดการตัวเองอย่างรวดเร็วและไปที่โรงอาหารเพื่อกินขนมปังเป็นอาหารเช้า หลังจากนั้นเขาก็มายังห้องทดลอง ห้องเดียวกันกับเมื่อวาน

 

“อรุณสวัสดิ์ครับท่าน” เรย์ลินกล่าวทักทาย

 

เขามองไปยังผู้หญิงที่อยู่ข้างๆศาสตราจารย์ครอฟท์ เธอเป็นสาวสวยมีทรวดทรงที่ดี และดูเหมือนเธอจะเลือกศาสตราจารย์ครอฟเป็นที่ปรึกษาเช่นกัน


“หืม? นี่เธอลองฝึกใช้เทคนิคการทำสมาธิแล้วหรอเนี่ย?” ครอฟถามพร้อมยักคิ้วขึ้น “รู้สึกยังไงบ้าง?”

 

“ครับ ผมปวดหัวแล้วก็มึนหัวนิดหน่อยครับ”

 

“นี่เป็นผลข้างเคียงจากการถ่ายโอนข้อมูลจากลูกบอลคริสตัล นายเพียงแค่ต้องพักผ่อนให้มากในช่วงเวลานี้!” ครอฟท์กล่าว

 

“มาเถิดให้ฉันเป็นคนแนะนำพวกเธอให้รู้จักกัน! นี่คือบิ๊กกี้ ผู้ช่วยอีกคนของฉัน และนี่คือเรย์ลินนักเวทย์คนใหม่จากเมื่อวาน!”

 

“สวัสดี!” บิ๊กกี้คำนับตอบด้วยท่าทีที่สวยงาม


“สวัสดี!” เรย์ลินวางแขนขวาของเขาไว้ที่หน้าอกและแสดงความเคารพอย่างสง่างามในฐานะขุนนาง

 

“บิ๊กกี้เป็นรุ่นพี่ของเธอ นอกจากนี้ เธอยังมีรุ่นพี่อีกคนหนึ่งชื่อ เมอร์ลิน ทักษะการปรุงยาของเขาเยี่ยมยอดมาก!” ครอฟท์กล่าวกับเรย์ลิน

 

“เมอร์ลินได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะในรอบร้อยปีทางด้านการปรุงยา และเขายังเป็นตัวเต็งที่จะได้รับการสืบทอดตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปรุงยาคนต่อไปอีกด้วย!” บิ๊กกี้กล่าวเสริม

 

“ฮ่าฮ่า! ใช่แล้ว! เมอร์ลินแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ที่โดดเด่นทางด้านการปรุงยา! ถ้ามีอะไรที่นายไม่เข้าใจ นายสามารถไปขอคำชี้แนะจากเขาได้เลย!” เมื่อเขากล่าวถึงเมอร์รินใบหน้าของครอฟท์ก็เผยรอยยิ้มขึ้น ดูเหมือนเขาจะพอใจกับนักเรียนคนนี้เอามากๆ

 

“ว่าแต่ เรย์ลิน เธอรู้กฎในการทำงานร่วมกับฉันรึยัง?”

 

“ครับ ผมได้เห็นข้อกำหนดเหล่านั้นแล้วในตอนที่ทำการเลือกอาจารย์ที่ปรึกษา!” เรย์ลินกล่าวพร้อมพยักหน้า


“โอเค! จากนี้ไป เธอต้องมาที่นี่ทุกวันและช่วยทำความสะอาดห้องนี้ แต่เธอจะได้ฟังบทเรียนฟรีในระหว่างช่วงพัก! สำหรับประโยชน์ของการอยู่ภายใต้ฉัน เธอจะได้รับความรู้เกี่ยวกับหัวข้อเรื่องต่างๆที่เธอต้องการ ถ้าเธอสงสัยอะไรเธอสามารถเลือกหัวข้อเหล่านั้นและถามฉันได้หลังจากการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน!”

 

ครอฟกล่าว

 

“ขอบคุณมากครับท่าน!” เรย์ลินรีบคำนับ ในตอนนี้เขาไม่มีความรู้ใดๆเกี่ยวกับโลกของจอมเวทย์ ดังนั้นแม้ว่าครอฟ ต้องการให้เขาเลือก เขาก็ไม่รู้อยู่ดีว่าเรื่องอะไรดีที่สุด มันเป็นเพียงสิทธิที่จะใช้เลือกหัวข้อที่เป็นประโยชน์ในเวลาข้างหน้าเมื่อเขารู้และเข้าใจเกี่ยวกับโลกของจอมเวทย์มากขึ้น

 

“ตอนนี้ฉันจะให้พวกเธอทั้งสองคนได้พัก ให้บิ๊กกี้พาเธอเดินชมรอบๆสถาบัน และก็…บิ๊กกี้อย่าลืมบอกเขาเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ของสถาบันด้วย!”


“ครับ/ค่ะ!” เรย์ลินและบิ๊กกี้พยักหน้าและเดินออกจากห้องทดลอง

 

“นี่คือที่อยู่ของศาสตราจารย์ เหล่านักเวทย์จะไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าไป……นี่เป็นสถานที่ซื้อขายซึ่งเหล่านักเวทย์สามารถทำการซื้อขายกับผู้อื่นได้ และที่นี่คือสถานที่สำหรับแจ้งภารกิจ ระดับภารกิจต่างๆจะถูกเขียนลงบนกำแพงหินนี้ นักเวทย์ที่ทำภารกิจสำเร็จ จะได้รับคะแนนจากผลงานของตัวเอง รวมทั้งยังได้รับผลึกเวทมนตร์อีกด้วย!”

 

เสียงของบิ๊กกี้ช่างน่าหลงไหลและเธอก็เป็นผู้หญิงที่สวยมาก เธอดูสดใสและมีชีวิตชีวา เรย์ลินรู้สึกดีขึ้นมากที่ได้ใช้เวลาอยู่กับเธอ

 

พวกเขาทั้งสองเดินไปรอบๆสถาบัน บิ๊กกี้พาเรย์ลินไปแทบจะทุกที่ของสถาบัน พร้อมทั้งยังบอกถึงกฎเกณฑ์ต่างๆของแต่ละที่ไปพร้อมกัน

 

จนกระทั่งพวกเขาทั้งสองเดินมาถึงสวนแห่งหนึ่ง

 

“ดีมาก! เฟย์เล่” “ดี อีกครั้งหนึ่ง!”

 

เสียงนั้นดึงดูดความสนใจจากเรย์ลินได้ทันที มีกลุ่มนักเวทย์ขนาดใหญ่กำลังยืนล้อมรอบเป็นวงกลมอย่างหนาแน่น พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ถึงบุคคลที่อยู่ตรงกลางวง

 

ตรงกลางวงกลมมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งผมสีเงิน ดวงตาสีเขียวเข้ม และดูเหมือนว่าเขาจะมีพรสวรรค์แปลกๆ ที่น่าสนใจ

 

“นั่นคือรุ่นพี่เฟย์เล่ เขาเป็นอัจฉริยะ; เขาพัฒนาเป็นนักเวทย์ระดับ 2 ได้ภายในครึ่งปีหลังจากที่เข้าสถาบัน!” ดวงตาของบิ๊กกี้เป็นประกายขึ้นและใบหน้าของเธอยังส่องสว่างไสวขณะที่เธอพึมพำ

 

“การแสดงออกแบบนี้มันอะไร? ดูเหมือนบิ๊กกี้จะชอบหมอนี่สินะ!” เรย์ลินคิดในใจพร้อมลูบจมูกของเขา

 

“บิ๊กกี้! บิ๊กกี้!”

 

“อ่าา… มีอะไรหรอ?” เรย์ลินเรียกเธอหลายครั้งหลังจากที่บิ๊กกี้เอาแต่จ้องมองไปยังเฟย์เล่ เธอตอบเรย์ลินพร้อมใบหน้าที่ค่อนข้างแดง


“โอ้! ฉันอยากถามว่าทำไมที่นี่ถึงได้มีพืชพรรณเยอะแยะขนาดนี้หล่ะ นี้มันใต้ดินนะ!”


เรย์ลินสูดดมดอกไม้สีแดงชนิดหนึ่ง มันมีกลิ่นที่หอมมาก

 

”ที่นี่มีตะไคร่น้ำขนาดใหญ่อยู่บนหลังคาของสวนและตะไคร่น้ำเหล่านั้นสามารถปล่อยแสงคล้ายกับแสงแดดซึ่งพืชสามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่นี่”

 

บิ๊กกี้อธิบาย


“โอ้!” เรย์ลินพยักหน้าและคิดในใจว่าเขาควรจะมาที่นี่บ่อยครั้งเพื่อที่จะได้รับความอบอุ่นจากแสงแดด เนื่องจากการสัมผัสกับแสงแดดมากขึ้นไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรสำหรับทุกคน

 

เมื่อเห็นว่าบิ๊กกี้เริ่มไม่สนใจเขา เรย์ลินจึงพยายามดึงดูดความสนใจจากเธอกลับมาด้วยการถามเรื่องสวน เพื่อไม่ให้บิ๊กกี้สนใจเฟย์เล่กับนักเวทย์กลุ่มนั้น

 

บิ๊กกี้ได้แต่แอบมองเฟย์เล่เพียงอย่างเดียวเป็นเวลานาน โดยที่เธอไม่มีความกล้าพอที่จะเข้าไปทักทายแม้แต่น้อย และนั่นทำให้เรย์ลินรู้ว่าการจะชอบบิ๊กกี้นั้นเป็นเรื่องที่เขาจะต้องคิดหนัก


“ส่วนกลางการศึกษามักจะโพสต์ตารางเรียนของวันถัดไปเอาไว้ มีทั้งบทเรียนแบบฟรีและแบบสาธารณะจำนวนมากให้เลือก ในฐานะที่เธอเป็นมือใหม่เธอไม่ควรพลาดโอกาสเหล่านี้นะ”

 

หลังจากออกมาจากสวน บิ๊กกี้พาเรย์ลินไปยังส่วนกลางการศึกษาและชี้ไปที่กระดานไม้ขนาดใหญ่ มีนักเวทย์อีกหลายคนที่กำลังจดบันทึกถึงตารางเรียนของตัวเองอยู่

 

“บทเรียนฟรี? นั่นหมายความว่ามีคาบเรียนที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรอ? ” เรย์ลินถาม

 

“ถูกต้อง! มีบทเรียนที่สามารถเรียนได้ฟรี และก็มีบทเรียนขั้นสูงจำนวนมากที่ต้องจ่ายคริสตัล 1 ก้อนต่อ 10 บทเรียน แม้ว่าบทเรียนที่สอนฟรีจะดีที่มันไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่มาตรฐานของบทเรียนเหล่านี้ก็ยังค่อนข้างต่ำกว่าความรู้ที่ได้รับจากอาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเรา!”


บิ๊กกี้ยิ้มอย่างขมขื่นหน่อยๆ “ฉันคิดว่าข้อได้เปรียบเพียงอย่างเดียวของบทเรียนเหล่านี้คือมีราคาที่ไม่แพง!”

 

เรย์ลินพยักหน้าตอบ ในอีกความหมายหนึ่งก็คือจะมีศาสตราจารย์หนึ่งคนที่สอนเหล่านักเวทย์อยู่หลายสิบคน ในขณะที่นักเวทย์บางคนได้รับการฝึกแบบตัวต่อตัวกับศาสตราจารย์ ประโยชน์ที่ได้รับมันช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

อย่างไรก็ตามเขามีเอไอชิป นั้นจึงทำให้เรามีความสามารถในการเรียนรู้ที่โดดเด่น เขามั่นใจว่าเขาสามารถทำได้ดีแม้ในชั้นเรียนที่มีคนเรียนเยอะ


“ด้วยวิธีนี้ เราสามารถเก็บผลึกเวทมนตร์บางส่วนเอาไว้ได้!” เรย์ลินลูบคางของเขา

 

ในตอนนี้เขาเหลือผลึกเวทมนตร์เพียงสองก้อน ก่อนหน้านี้ที่เขาได้ไปที่กำแพงหินแจ้งภารกิจ เขาจำได้ว่าหากทำภารกิจที่ได้รับสำเร็จจะได้รับผลึกเวทมนตร์เป็นของตอบแทน และจะต้องเป็นนักเวทย์ระดับหนึ่งเป็นอย่างน้อยถึงจะเริ่มรับภารกิจได้ ซึ่งในตอนนี้เองเรย์ลินยังไม่ผ่านตามข้อกำหนดที่ระบุไว้

 

“สำหรับภารกิจทำความสะอาดถูกทำโดยเหล่าเวทมนตร์ทาสและในส่วนที่เหลือทั้งหมดก็โดนคนอื่นคว้าไป นี่มันไม่มีที่สำหรับฉันเลย!”

 

เรย์ลินรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ผลึกเวทมนตร์เป็นสกุลเงินของเหล่าจอมเวทย์ มันเป็นหนทางที่จะนำไปสู่ความรู้ได้ดีที่สุด และหากไม่มีผลึกเวทมนตร์การศึกษาหาความรู้ต่างๆของเขาจะถูกขัดขวาง

 

“อืม …เราคงต้องเข้าไปเรียนหลักสูตรสาธารณะเหล่านั้นและพัฒนาตัวเองจนเป็นนักเวทย์ระดับ 1 ให้ได้ก่อน หลังจากนั้นเราจะพิจารณาถึงการทำภารกิจต่างๆเพื่อหาผลึกเวทมนตร์มาเพิ่ม!”

 

เรย์ลินถอนหายใจ


“เอไอชิป แผนที่ของสถาบันแห่งนี้ถึงไหนแล้ว?”

 

[บี้บ! สร้างเสร็จไปแล้ว 66.7%] เอไอชิบตอบ ด้านหน้าของเรย์ลินปรากฎภาพเป็นเส้นสีน้ำเงิน แสดงถึงสิ่งก่อสร้างต่างๆในสถาบันแห่งนี้ โดยมันถูกจัดสรรและแบ่งออกตามส่วนต่างๆ ให้ดูเหมือนรังผึ้ง


บางพื้นที่มีชื่อติดอยู่พร้อมคำอธิบายจากบิ๊กกี้อยู่ด้านข้าง

 

พื้นที่ที่สามารถเข้าไปได้อย่างอิสระถูกทำเครื่องหมายไว้เป็นสีเขียว ในขณะที่บริเวณที่เป็นอันตรายจะให้เป็นสีเหลือง และสำหรับพื้นที่ที่แม้แต่บิ๊กกี้ยังไม่กล้าเข้าไปเอไอชิปได้ทำการระบุไว้ว่าเป็นสีแดงซึ่งแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ตรงนั้นมีอันตรายอย่างมาก

 

สำหรับโซนอันตรายที่เป็นสีแดงนั้นเรย์ลินตัดสินใจเดินไปรอบๆ เขาตัดสินใจที่จะไม่ถามเกี่ยวกับสถานที่นั้นก่อนที่จะกลายเป็นนักเวทย์ระดับ 3

 

“แผนที่ทำการบันทึกเสร็จสิ้น!” เรย์ลินพยักหน้าและกล่าวคำอำลาบิ๊กกี้ “บิ๊กกี้ ขอบคุณสำหรับข้อมูลในวันนี้นะ ฉันจำพื้นที่ที่สำคัญของสถาบันแห่งนี้ได้เกือบหมดแล้ว!”

 

“เยี่ยม!” บิ๊กกี้เล่นกับดอกไม้สีขาวเล็กๆ ในมือพร้อมกล่าวอีกว่า “ถ้าเธอมีอะไรที่ยังสงสัยสามารถถามฉันได้นะ!”

 

“แน่นอน!” เรย์ลินยิ้มเล็กน้อย

 

หลังจากลาบิ๊กกี้แล้ว เรย์ลินก็มากินอาหารเย็นและเดินทางกลับไปที่ห้องของเขาและเริ่มฝึกเทคนิคการทำสมาธิ

.
การทำสมาธิของเหล่าจอมมเวทย์ถือเป็นการเดินทางอย่างต่อเนื่อง ขอแค่มีเพียง ความเพียรพยายาม มุมานะและอุตสาหะเท่านั้น ผู้ใดที่ทำได้ก็จะมีพลังทางจิตวิญญาณที่มากพอจะกลายเป็นผู้ที่สามารถควบคุมพลังวิเศษได้

 

“ไอเอชิปนั้นมีประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์เทคนิคการทำสมาธิเท่านั้น สำหรับการสร้างรูนในจิตใจนั้นขึ้นอยู่กับจิตวิญญาณของตัวเองทั้งสิ้น และมันยังต้องอาศัยการทำความเข้าใจในการสร้างอีกด้วย ซึ่งเอไอชิปไม่ได้ช่วยอะไรมากในส่วนนี้!”

 

หลังจากนั่งสมาธิเสร็จ เรย์ลินรู้สึกถึงพลังทางจิตวิญญาณของเขาที่เพิ่มขึ้นอีกและเขาก็ได้นอนหลับอย่างสนิท

 

Facebook Comments