พ่อมดแห่งโลกเวทมนตร์ ตอนที่ 27 ปรุงยาสำเร็จ

ตอนที่ 27 ปรุงยาสำเร็จ

 

@blue: แปล

 

เรย์ลินเทสารตกค้างที่ไม่สำเร็จทิ้งลงในถังขยะและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

 

“อีกครั้ง!”

 

เรย์ลินทำกระบวนการเดียวกันซ้ำอีกครั้งจนกระทั้งถึงขั้นตอนเทของเหลวสีแดงเข้มบริสุทธิ์จากผลไม้เพิ่มพลังลงในบีกเกอร์

 

ในครั้งนี้เรย์ลินเปลี่ยนความเข้มข้นทั้งหมดของเขาในบีกเกอร์และปรับอุณหภูมิของเปลวไฟด้านล่าง

 

ของเหลวสีแดงและสารสีเขียวแช่แข็งยังคงผสานเข้าด้วยกัน แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน

 

“สารสีเขียว สารเพิ่มพลังสีเลือด ภายใต้การแทรกแซงของพลังจิตวิญญาณส่วนลึก เจ้าจะหลอมรวมมันเข้าด้วยกัน! ฟูริเคชะ คีเลยาซาน…”

 

เรย์ลินร่ายช่วงสุดท้ายของคาถา

 

สีต่างๆในถ้วยบีกเกอร์ยังคงหลอมรวมกันขณะที่เขาร่ายเวท สารได้เปลี่ยนสภาพครั้งสุดท้ายกลายเป็นของเหลวสีฟ้าอ่อนและเปล่งกลิ่นหอมมีเสน่ห์ออกมา

 

“สำเร็จแล้ว! เราปรุงยาเพิ่มพลังได้แล้ว!”

 

เรย์ลินยิ้มและเทของเหลวสีฟ้าอ่อนลงในหลอดทดลองเล็ก ๆ

 

“ของเหลวในหลอดทดลองที่มีความยาวเท่านิ้วมือนี้สามารถเก็บรักษาได้เจ็ดวัน และมันยังทำให้ร่างกายคนที่ดื่มเข้าไปมีพลังงานจะแข็งแกร่งขึ้น ยาชนิดนี้เป็นที่ชื่นชอบสำหรับผู้ที่ทำการทดลองเป็นเวลานานและนักผจญภัย! ปกติหนึ่งหลอดทดลองมีราคาเท่ากับผลึกเวทมนตร์ห้าก้อน!”

 

เรย์ลินเขย่าหลอดทดลอง ยาที่อยู่ภายในดูมีประกายและมนต์เสน่ห์ภายใต้แสงไฟ

 

หนึ่งคืนผ่านไป เรย์ลินมองไปที่หลอดทดลองสีฟ้าอ่อนสามหลอด เขาถือมันไว้อย่างใจลอย

 

“ด้วยชุดส่วนผสมสิบชุด ฉันทำสำเร็จในครั้งที่สามและได้รับยาเพิ่มพลังมาสามหลอด!”

 

“ข่าวนี้ไม่สามารถหลุดออกไปได้ มิฉะนั้นฉันจะไม่สามารถอธิบายได้!” เรย์ลินแก้ไขและทำลายหลอดทดลองที่บรรจุยาสามหลอด

 

“น่าเสียดาย!” เรย์ลินรู้สึกเสียใจเล็กน้อย

 

“ยาสามหลอดราคารวมกันท่ากับผลึกเวทมนตร์สิบห้าก้อน จากต้นทุนในการสร้างโดยใช้ผลึกเวทมนตร์เพียงก้อนเดียว การผลิตยาชนิดนี้มันให้ผลตอบแทนที่เหลือเชื่อมากเมื่อเทียบกับต้นทุน!!”

 

“แต่ฉันไม่สามารถขายมันได้ในตอนนี้! อ๊ากกก!!” เรย์ลินค่อนข้างโมโห

 

“ไม่เพียงแต่ไม่สามารถขายยานี้ได้เท่านั้น ฉันยังคงต้องหาเงินซื้อส่วนผสมเพื่อดำเนินการทดลองต่อไปและยังต้องเจอกับความล้มเหลว ภายในครึ่งปีฉันสามารถขายได้เพียงยาขั้นพื้นฐานเท่านั้น!”

 

การประมาณเหล่านี้ขึ้นอยู่กับอัตราความสำเร็จของเมอร์ลิน เรย์ลินไม่ต้องการที่จะโดดเด่นและดึงดูดความสนใจมากเกินไป ดังนั้นเขาต้องทำให้แย่กว่าเมอร์ลิน เมอร์ลินมีส่วนผสมจำนวนมากและมีการฝึกปรุงยาอย่างต่อเนื่อง หลังจากเดือนที่ผ่านมาเขาก็สามารถปรุงยาได้สำเร็จ เรย์ลินเหลือผลึกเวทมนตร์ไม่มากนัก ดังนั้นเขาจึงจะสามารถแสดงฝีมือการปรุงยาหลังจากผ่านไปครึ่งปี

 

หลังจากนั้นเขาก็ยังคงเป็นผู้ช่วยของศาสตราจารย์นักปรุงยา และในที่สุดเมื่อเขาก็ประสบผลสำเร็จในการปรุงยาครั้งแรกหลังจากที่ล้มเหลวมาครึ่งปี เขาจะได้รับการระบุว่าเป็นผู้ช่วยที่มีพรสวรรค์ของศาสตราจารย์นักปรุงยาซึ่งมีเหตุผลรองรับ

 

“ยาเหล่านี้แน่นอนว่าไม่สามารถขายจำนวนมากได้ภายในบริเวณสถาบันเว้นแต่….ฉันจะต้องค้นหาตลาดมืด? แต่การเดินทางออกไปนอกสถาบันมันอันตรายยิ่งกว่า!”

 

เรย์ลินส่ายหัว เขาเก็บอุปกรณ์ทดลองทั้งหมดเข้าที่และเดินออกจากห้องไป

 

“นี้ถือเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าความแม่นยำของเอไอชิปสูงแค่ไหน เอไอชิปทำให้ฉันได้เปรียบคนอื่นอย่างมากในงานที่มีรายละเอียดเยอะๆ! ต่อไปเราจะต้องมุ่งหน้าเข้าสู่นักเวทย์ระดับสอง!”

 

“หลังจากที่ฉันมีความสามารถในการปรุงยานี้ ฉันจะทำตามวงจรการขายยา กำไรจากผลึกเวทมนตร์และนำไปแลกกับความรู้”

 

เรย์ลินยังคงต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งปีเพื่อเข้าสู่นักเวทระดับสองจากการคำนวณของเอไอชิป

 

หลังจากนี้การสร้างรูนภายในจิตใจถึงยี่สิบสี่รูนมันจะยากมากขึ้นเรื่อยๆเป็นเท่าตัวและเขายังต้องการที่จะหาความรู้เพิ่มเติมให้มากขึ้น

 

“ในช่วงนี้ ฉันสามารถเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับพลังทางจิตวิญญาณจนเสร็จสิ้น มันจะมีประโยชน์มากในอนาคต!”

 

เวลาครึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว

 

เด็กผู้มีผมสีน้ำตาลอ่อนเดินไปบนทางเท้าที่ปูด้วยกระเบื้องสีดำ ราวกับว่าเขากำลังจมกับความคิดอยู่

 

เด็กคนนี้ดูเหมือนจะอายุเพียงสิบสามหรือสิบสี่ปี มีผมสีน้ำตาล ใบหน้าของเขาซีดผิดปกติ ราวกับว่าไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์เป็นเวลานาน

 

เด็กคนนี้คือเรย์ลิน ในขณะนี้มือขวาของเขาถือหลอดทดลองซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ และเขาดูเหมือนกำลังจะทำอะไรบางอย่าง

 

“มันผ่านไปแล้วกว่าครึ่งปีนับตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาที่นี่ ฉันประสบผลสำเร็จในการปรุงยา!” เรย์ลินมองที่นักเวทย์ที่กำลังเดินผ่านเขาและคิดถึงตัวเอง

 

ในครึ่งปีมานี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นภายในสถาบัน ตัวอย่างเช่น เฟย์เลประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่บางอย่าง และเมอร์ลินจัดการกับการปรุงยาแบบใหม่ ชื่อเสียงของอัจฉริยะเหล่านี้มีแต่เพิ่มขึ้น

 

แต่เรย์ลินกังวลเกี่ยวกับความจริงที่ว่าเจย์เดนได้ก้าวหน้าไปสู่นักเวทย์ระดับสองแล้ว

 

เขานึกถึงสิ่งที่คาลิเวียร์เล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ เขาไม่สามารถซ่อนความกลัวและสายตาของเขาแสดงออกถึงความอิจฉาอย่างชัดเจนถึงแม้จะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อปกปิดมัน

 

ความฉลาดในการเรียนรู้ รวมทั้งความก้าวหน้าของนักเวทย์เกรดห้าเป็นอะไรที่น่าตกใจมาก

 

ในฐานะนักเวทย์ที่มาจากพื้นที่เดียวกัน เรย์ลินเองไม่มีความคิดอะไรมากไปกว่านี้ เขาเก็บตัวเองอยู่แต่กับงานของเขา สำหรับคนนอกเขาเป็นเพียงนักเวทย์ระดับหนึ่งเท่านั้น

 

ครึ่งปีนี้ เรย์ลินได้ซื้อส่วนผสมของยาเพิ่มพลังมาเป็นจำนวนมากและทำการปรุงยาขึ้น เขายังทุ่มกำไรทั้งหมดที่เขาได้รับจากการสอนไปกับการปรุงยา นอกจากนี้เขาลองทำตัวเป็นคนธรรมดาปกปิดถึงการมีอยู่ของเอไอชิปและมักจะพยายามปรุงยาขึ้นโดยไม่ต้องใช้เอไอชิปช่วย ซึ่งมีอัตราความสำเร็จเป็นศูนย์ จนถึงตอนนี้เขาใช้ผลึกเวทมนตร์ไปเป็นโหลๆแล้ว

 

แน่นอนว่าเขายังได้ถามถึงปัญหาที่เขาเจอกับที่ปรึกษาครอฟท์ในบางครั้ง ถามคำถามเกี่ยวกับพื้นฐานและเทคนิคการปรุงยา เรื่องพวกนี้ได้ประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการเป็นนักปรุงยาของเขา

 

เรย์ลินได้รับความช่วยเหลือจากเอไอชิปอย่างลับๆ ในตอนนี้ทักษะการปรุงยาของเขาเหนือกว่าเมอร์ลินไปแล้ว ทั้งยังเป็นรองศาสตราจารย์ครอฟเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

วันนี้ มันเป็นวันที่เขา ‘บังเอิญ’ ประสบผลสำเร็จในการปรุงยาและยังรวมถึงการประเมินจากที่ปรึกษา

 

เวลานี้ ยาที่ปรุงสำเร็จจะถูกควบคุมโดยเอไอชิบ เขาตั้งใจทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นในบางเวลา มันทำให้ดูเหมือนว่ายาที่ปรุงได้ด้อยกว่าของนักเวทย์ทั่วไปแต่ก็ยังถือว่าดีสำหรับนักเวทย์มือใหม่

 

ที่ฝ่ามือเรย์ลิน ซึ่งกำลังถือยาที่ปรุงขึ้นอย่างแนบแน่น

 

“หลังจากวันนี้เป็นต้นไป ฉันสามารถขายยาได้ในตอนกลางวันและเพื่อเป็นการเพิ่มจำนวนผลึกเวทมนตร์ได้บ้าง เมื่อวานนี้ฉันได้ยินเรย์เนอร์พูดว่าเขารู้สึกว่าเขาก้าวหน้าไปมาก ดังนั้น ความคืบหน้าในการปรุงยาของฉันต้องไม่ช้าจนเกินไป”

 

เรย์ลินรีบเดินไปหาครอฟท์ที่ห้องแลป

 

“เรย์ลิน นายมีปัญหาเกี่ยวกับการปรุงยาหรือไม่? ครอฟท์เห็นได้ชัดว่าวันนี้ผู้ช่วยของเขามีลักษณะแตกต่างออกไปจากปกติ”

 

“ไม่ครับท่าน!”เรย์ลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ผมปรุงยาสำเร็จตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา”

 

“อะไรนะ?” บีกเกอร์ในมือของครอฟท์สั่นเล็กน้อย “ถึงแม้ว่าคุณจะมีทักษะในการปรุงยาที่เหนือความคาดหมายของฉัน แต่การปรุงยาเพิ่มพลังมันไม่ง่ายเลยนะ!”

 

หลังจากครึ่งปี ครอฟท์ก็รู้สึกถึงการปรับตัวที่น่าทึ่งของผู้ช่วยของเขาหลังจากที่เรย์ลินถามคำถามเยอะมาก อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังรู้สึกว่าเรย์ลินยังขาดบางอย่างไปและไม่น่าจะปรุงยาเพิ่มพลังได้สำเร็จ

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมอร์ลินถึงกับมือสั่นขณะที่เขากำลังเทผลึกคริสตัลสีแดงลงในหลอดทดลอง ทำให้เกิดควันดำลอยออกจากหลอดทดลองและเมอร์ลินถอนหายใจ หันความสนใจมาที่นี่แทน

 

สำหรับบิ๊กกี้ หล่อนยืนตัวตรงนิ่งๆ

 

“เธอนำยาที่เสร็จแล้วมาด้วยหรือไม่?” ครอฟท์ถาม

 

“นี่ครับ!” เรย์ลินเอาหลอดทดสอบสีฟ้าออกมาและยื่นมันให้กับศาสตราจารย์

 

ครอฟท์ ดึงจุกไม้ที่อยู่บนหลอดทดลองออกและดมที่หลอดทดลอง ใบหน้าของเขาเผยให้เห็นถึงความตกใจ

 

จากนั้นเขาก็หยดมันลงบนนิ้วของเขา แสงสีขาวนวลไหลออกมาจากระหว่างคิ้วและหยดลงตรงที่นิ้ว เกิดการสั่นขึ้น

 

ครอฟท์หลับตาลง เขาขมวดคิ้วของเขาและผ่อนคลายในเวลาต่อมา

 

“ความบริสุทธิ์ของผลไม้เพิ่มพลังสีเลือดไม่เลวเลยทีเดียว แต่มันถูกใส่ลงไปในตอนท้ายมากเกินไป นอกจากนี้ยังมีปัญหากับการใช้กำลังทางจิตวิญญาณของเธอ ซึ่งทำให้คุณสมบัติทางเคมีเสียหาย ……ทำให้มีปัญหาเล็กน้อย แต่เธอทำมันสำเร็จ! ยินดีด้วย!”

 

ครอฟท์ยิ้มอย่างร่าเริง

 

เมื่อได้ยินแบบนั้น เรย์ลินยิ้ม และบิ๊กกี้ก็เข้ามากอดเรย์ลินอย่างอบอุ่น

 

ร่างอันมีเสน่ห์ร้อนแรงของหญิงสาวผู้นี้ได้แนบเข้ามาที่หน้าอกเรย์ลิน ซึ่งมันทำให้หัวใจของเขารู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น

 

“ยินดีด้วย!” เมอร์ลินเดินผ่านไป

 

“เทียบกับรุ่นพี่เมอร์ลินแล้ว มีอะไรอีกมากมายที่ผมจะต้องเรียนรู้!” เรย์ลินปล่อยจากบิ๊กกี้และรีบพูดต่อ

 

“เธอไม่จำเป็นที่จะต้องถ่อมตนเกินไปหรอก เมื่อเทียบสิ่งที่เธอขาดไปกับเมอร์ลินแล้วนั้น ฉันรับประกันได้เลยว่านายจะสามารถปรุงยาครั้งแรกได้ภายใน 3-4 เดือนนี้ อีกนัยหนึ่งก็คือการที่เธอมีความสามารถระดับนี้ได้ ในสถาบันป่าเวทมนตร์อบิซอลโบน พรสวรรค์ของเธอถือว่ายอดเยี่ยมมาก!”ครอฟท์กล่าว

 

“ถ้าคิดย้อนกลับไปตอนนี้ ฉันโชคดีจริงๆ ครั้งแรกฉันตอบรับเมอร์ลินผู้ที่มีพรสวรรค์ในการปรุงยามากมาเป็นลูกมือของฉัน และตอนนี้ฉันยังมีเธอ!”ครอฟท์อุทาน

 

“ค่ะ! ฉันจะตั้งใจทำงานให้หนัก!” บิ๊กกี้กำหมัดเล็ก ๆ ของเธอและกลับไปที่โต๊ะทดลอง

 

“ทำการเตรียมเห็ดหัวลิงในมือของเธอให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่จะพูดอะไรออกมา!” หน้าครอฟท์หันหน้าเกร็ง

 

หลังจากนั้นเขาได้ส่งยาเพิ่มพลังกลับให้เรย์ลิน “คราวนี้โชคดีมีปัจจัยสำคัญในการปรุงยาเพิ่มพลัง สิ่งที่เธอต้องทำต่อไปคือการจดจำความรู้สึกเหล่านี้ในยามที่เธอประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกและจากนั้นก็ฝึกฝนให้มากขึ้น หลอดทดลองเหล่านี้ยังสามารถนำไปขายและแลกเปลี่ยนทรัพยากรให้มากขึ้น!”

 

ครอฟท์ดูเหมือนจะเตือนเขาว่า “เรย์ลิน เธอต้องจำไว้ว่า ยาชนิดต่างๆมีคุณสมบัติที่ต่างกันและมันจะมีความท้าทายที่แตกต่างกันสำหรับนักปรุงยาด้วยเช่นกัน  ถึงแม้ว่าเธอจะสามารถปรุงยาเพิ่มพลังในตอนนี้ได้ แต่เธออาจต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ถ้าเธอต้องปรุงยาห้ามเลือด ดังนั้น อย่ามีอีโก้ในตัวเอง จากนี้ไปจงมุ่งไปที่การฝึกปรุงยาของเธอ!”

 

“ครับท่าน ผมจะทำมันให้ได้ครับ!” เรย์ลินเก็บยาความเพิ่มพลังและสัญญาอย่างเคร่งขรึม

 

หลังจากที่เขาทำงานในห้องทดลองเสร็จ เรย์ลินก็ออกไปพร้อมกับบิ๊กกี้

 

“เราควรจะไปที่ห้องอาหารระดับสองเพื่อร่วมฉลองและรำลึกถึงความสำเร็จครั้งแรกของเธอดีไหม” บิ๊กกี้วิ่งไปข้างหน้าและหมุนรอบๆ สองสามครั้งราวกับว่าเธอเป็นผีเสื้อที่มีชีวิตชีวา

 

“แน่นอน! เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เชิญคุณผู้หญิงคนสวยมารับประทานอาหารนี้!” เรย์ลินน้อมลงเล็กน้อยอย่างสุภาพบุรุษ”

 

“ฮิฮิ!” บิ๊กกี้ปิดปาดของเธอและหัวเราะอย่างน่ารัก และจากนั้นสีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีหน้ามืดหม่น

 

“ถ้าเพียงแค่ …… ถ้าเขาเป็นเหมือนเธอ ……”

 

“มีอะไรหรือเปล่า? รุ่นพี่เฟย์เล่มองข้ามเธออีกแล้วหรอ?”

 

เรย์ลินรู้เรื่องนี้เล็กน้อย ในช่วงครึ่งปีนี้ บิ๊กกี้ค่อยๆเข้าไปทำความรู้จักกับเฟย์เล่มากขึ้นจนทั้งสองคนกลายเป็นเพื่อนกัน แต่พวกเขาก็เป็นเพื่อนทั่วๆไปเท่านั้น

 

สำหรับเฟย์เล่เขาได้เรียนและฝึกฝนและได้รับความเสี่ยงอันตรายจากด้านนอกของสถาบันอยู่ตลอดเวลา เขาจึงถูกล้อมด้วยสาวสวยเสมอและไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องของบิ๊กกี้

 

“ไม่เพียงแค่นั้น! ตอนนี้เฟย์เล่เพิ่งจะได้รับการทดลองที่สำคัญมากๆ และกำลังอยู่ในขั้นตอนของการเก็บรวบรวมทรัพยากร เพราะงั้นเขาจึงยุ่งมาก ……” บิ๊กกี้ลดศีรษะลงและเตะก้อนกรวดออกจากทางเท้า

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: