พ่อมดแห่งโลกเวทมนตร์ ตอนที่ 28 การขาย

ตอนที่ 28 การขาย


“มีบางอย่างไม่ถูกต้อง!” เรย์ลินฉุดคิดขึ้น


“นี่ท่าน….ให้ผลึกเวทมนตร์ที่ตระกูลของท่านต้องลำบากลำบนกว่าจะได้มันมากับไอ้เจ้าเฟย์เล่นั่นหรอ? ไม่แปลกเลยที่ท่านยังเป็นแค่นักเวทย์ระดับ 1 ทั้งๆ ที่ท่านควรจะก้าวไประดับต่อไปได้ตั้งนานแล้ว!”

 

บิ๊กกี้มาจากตระกูลจอมเวทย์ แม้จะเป็นตระกูลจอมเวทย์ขนาดเล็กแต่พวกเขาก็สามารถที่จะหาผลึกเวทมนตร์และส่งมันมาให้แก่บิ๊กกี้ทุกเดือน เพราะนางถือเป็นความหวังเดียวของตระกูลที่ได้มาเรียนในสถาบันแห่งนี้

 

ฝีมือของบิ๊กกี้นั้นไม่เลวเลย และเธอยังมาอยู่ที่นี่ก่อนเรย์ลินถึง 1 ปี จริงๆแล้วเธอควรจะก้าวสู่นักเวทย์ระดับ 2 ได้ตั้งนานแล้วแต่เธอก็ยังคงเป็นแค่นักเวทย์ระดับ 1

 

เรย์ลินยังคงง่วนอยู่กับเรื่องของบิ๊กกี้

 

”มัน….มันไม่ใช่อย่างงั้น” บิ๊กกี้รีบส่ายหัว

 

เมื่อเห็นบิ๊กกี้แสดงท่าทางแบบนั้นออกมาเรย์ลินจึงได้แต่ส่ายหัวตัวเองช้าๆ “ช่างมันเถอะ! ข้าคงช่วยอะไรท่านไม่ได้สำหรับเรื่องนี้…แต่ยังไงก็ตามแต่ท่านต้องระวังตัวให้มากๆนะ!”

 

เรย์ลินกล่าวขึ้น

 

“เข้าใจแล้ว! ฉันไปที่ชั้นสองของโรงอาหารกันเถอะ! ข้าได้ยินมาว่าที่นั่นมีเค้กน้ำผึ้งรสชาติไม่เลวเลย….” บิ๊กกี้กล่าวพร้อมยิ้ม และเห็นได้ชัดว่าเธอไม่ต้องการที่จะพูดถึงเรื่องเฟย์เล่อีก

 

โรงอาหารระดับสองเป็นสถานที่ที่วิเศษมาก ตรงกันข้ามกับโรงอาหารระดับที่สามที่แจกอาหารฟรี บริการของที่นี่ต้องจ่ายด้วยผลึกเวทมนตร์

 

นี่คือครั้งแรกที่เรย์ลินมาที่นี่ หลังจากที่เขาทำการสั่ง เค้กน้ำผึ้ง 2 ชิ้น, สเต็กเนื้อ, น้ำผลไม้ 2 แก้ว และเนื้อกิ้งก่าแบบสดๆ ทำให้เขาต้องเสียผลึกเวทมนตร์ 1 ก้อน ซึ่งนั้นทำให้เขาปวดร้าวหัวใจอย่างยิ่งกับค่าอาหารมื้อนี้

 

“ข้าได้ยินมาว่าเนื้อกิ้งก่าชนิดนี้ถูกจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ มันมีประโยชน์อย่างมากสำหรับการฝึกทำสมาธิของเหล่าจอมเวทย์ วันนี้ข้าจะลองกินมันดู!”

 

เรย์ลินหั่นส่วนที่เป็นเนื้อกิ้งก่าออกเป็นชิ้นๆ เขาจิ้มมันขึ้นมาด้วยส้อมและกินมันเข้าไป ทันทีที่เนื้อชิ้นนั้นเข้าไปในปากของเรย์ลินเขารู้สึกได้ทันทีถึงกลิ่นหอมของเนื้อที่ฟุ้งกระจายอยู่ในปากและมันยังทำให้ตาของเขาลุกโชนขึ้น

 

[บี๊บ! จากการตรวจสอบพบว่าวัตถุดิบชนิดนี้ให้ผลประโยชน์ต่อร่างกาย!

ผลลัพธ์: ช่วยให้พลังจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นขณะนั่งสมาธิ

คำแนะนำ: ต้องกินต่อเนื่องเป็นเวลา 10 วันจึงจะทำให้เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน!]

 

“ฉัน…..” เรย์ลินถึงกับพูดไม่ออก “นี่ถือเป็นเมนูที่พิเศษจริงๆ แต่ฉันจะหาผลึกเวทมนตร์จากไหนเพื่อมาแลกกับการได้กินเนื้อกิ้งก่านี่หล่ะ”


ในอีกด้านหนึ่ง บิ๊กกี้กำลังมีความสุขกับการได้กินเค้กน้ำผึ้งที่มีรสชาติแสนอร่อย

 

หลังจากที่กินอาหารกันเสร็จ เรย์ลินกล่าวลาบิ๊กกี้และมุ่งหน้าไปยังจุดแลกเปลี่ยนสินค้า

 

ในตอนนี้ผลึกเวทมนตร์ของเรย์ลินเหลือเพียงไม่กี่ก้อน เขามีแผนว่าจะขายยาเพิ่มความแข็งแกร่ง ด้วยการเห็นชอบจากครอฟท์ เขาควรจะได้รับผลึกเวทมนตร์จากการปรุงยาและขายน้ำยาเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้น

 

หลังจากที่เดินผ่านแผงขายของที่แสนวุ่นวายมาหลายแผง เรย์ลินก็มาถึงยังกระท่อมไม้ของวู๊กส์ สถานที่ที่เขาเคยซื้อวัตถุดิบในการปรุงยาแห่งแรก

 

“เรย์ลินเธออีกแล้วหรอ! เธอใช้ผลึกเวทมนตร์หลายก้อนเพื่อแลกกับวัตถุดิบของฉันตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา นี่เธอยังไม่ยอมแพ้อีกหรอ?” พ่อค้าวู๊กส์ที่ยังคงอ้วนอยู่เหมือนเดิมทักทายและถามขึ้น

 

“ทักษะในการปรุงยาเป็นอะไรที่น่าหลงไหล ผมไม่กล้าที่จะยอมแพ้ให้มันหรอก!” เรย์ลินตอบติดตลก

 

“แต่ยังไงซะ ที่ผมมาที่นี่วันนี้ไม่เพียงแต่จะมาซื้อส่วนผสมเท่านั้น” เรย์ลินกล่าวพร้อมยื่นขวดยาเพิ่มพลังไปยังวู๊กส์ “ดูนี่สิ!”

 

“นี่มัน…..” วู๊กส์ถึงกับอ้าปากค้าง “เธอทำสำเร็จแล้วหรอ?”

 

“แน่นอน!” เรย์ลินยิ้มสดใส

 

วู๊กส์ได้ทำการตรวจสอบยาเพิ่มพลังของเรย์ลินอย่างละเอียด และหลังจากที่เขามั่นใจว่านี้คือยาเพิ่มพลังของแท้ สายตาของเขาแทบจะลุกเป็นประกาย


“กว่าร้อยครั้ง! กว่าหนึ่งร้อยครั้งที่เธอพยายามปรุงมันและสุดท้ายเธอก็สามารถทำมันได้สำเร็จ……พรสวรรค์นี้เป็นรองแค่เมอร์ลินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!”

 

ในครึ่งปีที่ผ่านมานั้น ส่วนผสมในการปรุงยาของวู๊กส์จะถูกขายให้แก่เรย์ลินเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นเขาจึงสามารถที่จะสรุปความสามารถของเรย์ลินในตอนนี้ได้อย่างรวดเร็ว

 

“ไม่หรอก! เป็นเพราะผมได้รับคำแนะนำดีๆจากศาสตราจารย์ครอฟท์น่ะ!” เรย์ลินพูดแบบเขินๆ

 

“โอ้วว! ครอฟท์อีกแล้ว เขามีเด็กที่มีพรสวรรค์อย่างเมอร์ลินอยู่แล้วทำไมทางสถาบันถึงยังส่งเด็กที่มีพรสวรรค์อีกคนไปให้เขาหล่ะ?”

 

วู๊กส์ตบหน้าผากของเขาพร้อมปล่อยเสียงแหลมออกมาว่า “ทำไมเธอไม่ลองเปลี่ยนที่ปรึกษาดูหล่ะ? วานเก้ที่ปรึกษาของฉันเป็นศาสตราจารย์ที่เชี่ยวชาญในด้านการปรุงยาเหมือนกัน …… เขาน่าจะชอบเธออย่างแน่นอน!”

 

“ขอโทษด้วย! ผมไม่เคยคิดจะเปลี่ยนที่ปรึกษาเลย!” เรย์ลินรีบปฏิเสธข้อเสนอ ศาสตราจารย์ครอฟท์ปฏิบัติต่อเขาค่อนข้างดี และหากทำแบบนั้นจะเป็นเหมือนการทรยศและทำให้ครอฟท์โกรธเคืองเอาได้ แน่นอนว่าเรย์ลินไม่ต้องการเสี่ยงในเรื่องแบบนี้

 

”น่าเสียดาย…..” วู๊กส์ส่ายหัวเล็กน้อย


“เอาหล่ะ! ฉันจะให้ผลึกเวทมนตร์กับเธอ 4 ก้อนต่อยาเพิ่มพลัง 1 ขวด เธอว่าไง?” วู้กส์ยื่นข้อเสนอ

 

แม้ว่ายาเพิ่มพลัง 1 ขวดจะมีราคาเท่ากับผลึกเวทมนตร์ 5 ก้อน ในท้องตลาด แต่การซื้อยาจากเรย์ลินด้วยราคา 4 ก้อน ก็เป็นราคาที่สมเหตุสมผลและทำให้วู๊กส์มีกำไรจากการขายต่อมากพอที่จะเปิดแผงขายของแห่งนี้


“นี่เป็นสิ่งที่ยุติธรรมสุดๆแล้ว สำหรับการซื้อส่วนผสมยาจากฉันเพื่อทำยาเพิ่มพลังมาขายต่อให้ฉันอีกที”

 

“แล้วก็นะ! ถ้าหากเธอต้องการที่จะขายยาเพิ่มพลังอีกในอนาคต ฉันจะซื้อมันทั้งหมดเองด้วยผลึกเวทมนตร์ 4 ก้อนต่อ 1 ขวด!” แววตาวู๊กส์เป็นประกาย

 

นักเวทย์ผู้มีพรสวรรค์ในการปรุงยาต่ำกว่าเมอร์ลินเพียงเล็กน้อยคนนี้ เปรียบเสมือนกับเหมืองแร่วิเศษที่ยังไม่ได้ขุด

 

“แน่นอน! แด่การเป็นคู่ค้าที่ดีต่อกัน”

 

เรย์ลินจับมือกับวู๊กส์ เขาเก็บกล่องสีดำทั้งสี่กล่องจากนั้นก็เดินออกมาจากระท่อม

 

“ดูนั่น! ดวงตาแมวภูเขาสดๆ! มันช่วยให้ประสิทธิภาพในการฝึกสมาธิสูงขึ้น!”

 

“ดาบกางเขนเล่มงาม รวมถึงหน้าไม้ของกองทหาร อาวุธเหล่านี้ล้วนมาจากอาณาจักรสีครามทั้งนั้น!”


“ขนของนกกระเรียน! ส่วนประกอบที่มีค่าในการทดลอง เพียง 5 ผลึกเวทมนตร์เท่านั้น!”

 

เหล่านักเวทย์มากมายกำลังโปรโมตสิ้นค้าของตัวเองอย่างคึกคักเรย์ลินหันไปเห็นนักเวทย์คนหนึ่งกำลังชูขนนกกระเรียนห้าสีขนาดใหญ่พร้อมโปรโมตอย่างต่อเนื่องซึ่งได้ดึงดูดฝูงชนเป็นจำนวนมาก

 

“ไอเอชิบ! สแกนขนนก!”

 

[บี๊บ! จากข้อมูลในฐานข้อมูล! มีระดับความคล้ายคลึง: ขนหางนกเอี้ยง 83%, ขนนกยูงพื้นบ้าน 64%, จะงอยปากนกกระเรียน 34%]

 


เรย์ลินมองไปยังนักเวทย์คนนั้นที่ยังคงโปรโมทสินค้าของเขาอย่างต่อเนื่องถึงกับพูดไม่ออก เพราะขนนกกระเรียนนั้นเป็นของที่หายาก แต่จากข้อมูลที่ได้รับจากไอเอชิบก็ช่วยยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าขนนกนั้นคือของปลอม

 

สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยในบริเวณร้านขายของแบบแผงเหล่านี้ แม้ว่าที่นี่จะมีสินค้าที่ดีหลายอย่าง แต่สินค้าที่เป็นของปลอมก็มีเยอะเช่นกัน ดังนั้นเรย์ลินจึงมักจะซื้อจากกระท่อมไม้ในบริเวณศูนย์กลางตลาด

 

นอกจากนั้น นักเวทย์ที่ตาถึงยังจะสามารถหาของดีในราคาถูกได้ในบริเวณร้านขายของแบบแผงพวกนี้ ซึ่งแน่นอนว่ามันยากพอๆกับการหาเศษชิ้นส่วนของเหล่าจอมเวทย์ที่ตายไปแล้ว

 

เรย์ลินส่ายหัวพร้อมเดินออกจากตลาดการค้า

 

สามวันต่อมา เรย์ลินอยู่ในห้อง เขามองไปที่หลอดยา 16 หลอดที่ถูกเรียงรายเอาไว้อย่างเหมาะสมบนโต๊ะทำงาน พร้อมกับจมอยู่ในความคิด

 

ตอนนี้โอกาสในการปรุงยาให้สำเร็จของเขาอยู่ที่ 40% ซึ่งเท่ากับครอฟท์ อย่างไรก็ตามเขาจะต้องเจอปัญหาแน่นอนถ้าต้องขายยาออกไปทั้งหมดในเวลาเดียวกัน!

 

“ในตอนนี้ฉันสามารถที่จะขายมันออกไปได้อย่างน้อยก็แค่ 2 ขวดเท่านั้น ที่เหลือฉันคงต้องเก็บเอาไว้ก่อน”

 

เรย์ลินถอนหายใจและหยิบขวดยาเพิ่มพลัง 2 ขวด ใส่ในกระเป๋าที่คาดอยู่ตรงเอวและจัดแจงเก็บขวดยาที่เหลืออีก 14 ขวด ไว้ในช่องเก็บของใต้เตียง


“ฉันไม่สามารถหาผลึกเวทมนตร์จำนวนมากภายในสถาบัน ดังนั้นต้องหาวิธีอื่นที่ดีกว่า ซึ่งแน่นอนว่าสถานที่ที่ดีที่สุดคือตลาดมืด ได้ยินมาว่าที่นั่นให้ราคาที่สูงมาก!”


“สถานที่ด้านนอกสถาบันเต็มไปด้วยอันตราย ฉันต้องก้าวสู่นักเวทย์ระดับ 2 ให้ได้ก่อนที่จะออกไป!”

 

“เรื่องต่อไป ฉันจะใช้ผลึกเวทมนตร์ที่ได้จากการขายยาเพิ่มพลังไปซื้อความรู้ระดับสูงกับศาสตราจารย์ครอฟท์และทะลวงผ่านให้ไปสู่นักเวทย์ระดับ 2 ให้ได้!”

 

“หลังจากที่ฉันกลายเป็นนักเวทย์ระดับ 2 แล้ว ฉันก็สามารถที่จะออกไปทำภารกิจข้างนอกได้ และเมื่อถึงเวลานั้นฉันจะหาลู่ทางในขายยา….”


เรย์ลินคิดในใจ และหลังจากนั้นเขาก็ถามขึ้น “ไอเอชิปแสดงค่าพลังของฉันในปัจจุบัน”


[บี๊บ! เรย์ลิน ฟาร์เลียร์ นักเวทย์ระดับ 1 ความแข็งแกร่ง: 2.1 ความรวดเร็ว: 2.3 พละกำลัง: 2.5 สถานะ: แข็งแรง]

 

“หลังจากที่ได้ทำการนั่งสมาธิเป็นเวลานาน พละกำลังของฉันเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ความแข็งแกร่งและความรวดเร็วของฉันก็เพิ่มขึ้นนิดหน่อยเหมือนกัน แล้วพลังจิตวิญญาณหล่ะ?” เรย์ลินมองหาข้อมูลที่อยู่ด้านหน้าและคิ้วเขาขมวด


“เอไอชิป สามารถแปลงพลังจิตวิญญาณเป็นข้อมูลและแสดงมันออกมาได้ไหม?”

[ข้อมูลไม่เพียงพอ กำลังทำการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับพลังจิตวิญญาณ] ไอเอชิปตอบ

 

“เมื่อไหร่ถึงจะพร้อม?” เรย์ลินถาม

 

[เวลาโดยประมาณ: 155 วัน 21 ชั่วโมง]

 

“ครึ่งปีเลยหรอ? อืมม…นั่นใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่ฉันจะก้าวสู่การเป็นนักเวทย์ระดับ 2” เรย์ลินพยักหน้า “ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะออกไปข้างนอกภายในครึ่งปีข้างหน้าอยู่แล้ว เพราะงั้นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร!”


สิ่งที่เรย์ลินทำต่อไปคือเป็นผู้ช่วยอย่างขยันขันแข็งให้แก่ที่ปรึกษาของเขาเช่นเดิม

 

นอกจากที่เขาจะช่วยครอฟท์สำหรับการทดลองในแต่ละวันแล้ว เขายังปรุงยาของตัวเองและขายมันเพื่อแลกผลึกเวทมนตร์และนำมันไปซื้อความรู้ที่สูงขึ้น

 

นอกจากปรุงยาเพิ่มพลังแล้ว เขายังซื้อสูตรสำหรับยาห้ามเลือดและยาถอนพิษระดับต่ำเพื่อทำการฝึกปรุงยาพวกนั้น


ด้วยความช่วยเหลือจากเอไอชิป โอกาสสำเร็จไม่ได้แย่นัก แต่ความจริงคือเรย์ลินยังคงปิดบังเอาไว้


ในช่วงเวลานี้เรย์ลินได้ยินข่าวร้ายบางอย่าง – กลุ่มของคาลิเวียร์ที่ออกไปทำภารกิจต้องพบกับความยากลำบาก ไม่เพียงแต่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังมีคนตายด้วย ร่างของแฮงค์เด็กหนุ่มเกรดสาม ที่นั่งเรือเหาะลำเดียวกันกับเรย์ลินถูกฝังอยู่ในสถาบันป่าเวทมนตร์อบิซอลโบน


เป็นอย่างที่เรย์ลินคาดการณ์เอาไว้ นักเวทย์ระดับ 1 มีพลังต้านทานเวทมนตร์เพียงเล็กน้อย มันคงเป็นเรื่องที่ผิดปกติมากแน่ๆถ้าพวกเขาที่เสี่ยงชีวิตออกไปจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลยหรือกระทั่งเสียชีวิต

 

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น คาลิเวียร์และกลุ่มของเขาดูเหมือนจะเข้าใจโลกความจริงมากขึ้น และเริ่มตั้งใจเรียนอยู่ในสถาบันเพียงอย่างเดียว โดยไม่กล้าที่จะออกไปรับภารกิจอีก


เพียงกระพริบตา เรย์ลินดูจะสูงขึ้นเล็กน้อยและหน้าตาของเขาดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น


“ในที่สุดฉันอายุ 14 แล้ว” เขารู้สึกว่าฝ่ามือของเขาโตขึ้นเล็กน้อย

 

ดูเหมือนสถาบันป่าเวทมนตร์อบิซอลโบนจะมีเวทมนตร์สำหรับควบคุมอุณหภูมิอยู่ เรย์ลินมักจะสวมผ้าคลุมเวทมนตร์สีเทาของเขาอยู่ตลอด แต่เขาไม่เคยรู้สึกร้อนหรือหนาวเลยสักครั้ง


“ท่านครอฟท์! ผมต้องการซื้อลูกแก้วคริสตัลที่มีสูตรเวทมนตร์ครับ!”

 

เรย์ลินยืนอยู่ข้างหน้าครอฟท์

 

“โอ้ว! นายต้องการเรียนคาถาระดับ 0 แล้วหรอ?” ครอฟที่กำลังถือถ้วยเคลือบดินเผามีไอน้ำความร้อนลอยออกมาและจิบไปเล็กน้อย


“ผมเกือบจะสร้างรูนในจิตใจได้สำเร็จแล้ว มีเพียงขั้นตอนเดียวก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่นักเวทย์ระดับ 2 ดังนั้นจึงต้องการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนครับ”

 

เรย์ลินพูดอย่างสุภาพ

 

“พรสวรรค์ทั้งในด้านการปรุงยาและเทคนิคการทำสมาธิของเธอทำให้ฉันประทับใจอย่างมาก!” ครอฟท์กล่าวพร้อมกับชำเลืองมองไปยังบิ๊กกี้ที่อยู่ใกล้ๆ


บิ๊กกี้เพิ่งจะได้เลื่อนเป็นนักเวทย์ระดับ 2 เมื่อสองวันก่อน และนางไม่เคยแสดงออกให้เห็นถึงพรสวรรค์ใดๆ รวมถึงความสามารถทางด้านการปรุงยา เมื่อพิจารณาความสามารถของนางแล้วถือว่าทำได้ช้ามาก

 

“ราคารูปร่างสูตรเวทมนตร์พื้นฐานในสถาบันคือ 30 ผลึกเวทมนตร์ ฉันสามารถลดให้เธอได้เหลือ 20 ผลึกเวทมนตร์!”

 

“แม้ว่าฉันจะสามารถให้ข้อมูลเหล่านี้ฟรีๆกับเธอได้ แต่ฉันก็อยากให้เธอรู้ว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จจะอยู่ที่นั่น!”

 

ครอฟท์ยิ้มเล็กน้อย นี่คืออำนาจของผู้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา พวกเขาสามารถที่จะคิดราคาในการขายข้อมูลความรู้เท่าไหร่ก็ได้ให้แก่นักเรียนของพวกเขา หรือแม้กระทั่งให้ข้อมูลไปฟรีๆก็ยังทำได้ ด้วยเหตุนี้เห็นได้ชัดว่าครอฟท์ตกลงในสิ่งที่เรย์ลินขอ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: