พ่อมดแห่งโลกเวทมนตร์ ตอนที่ 29 เวทระดับ 0

ตอนที่ 29 เวทระดับ 0

keepwalk แปล

 

 

“แน่นอนครับ! ผมจะจดจำสิ่งที่ศาสตราจารย์สอนเสมอ!”

 

เรย์ลินพยักหน้าและนำผลึกเวทมนตร์ 20 ชิ้นออกจากระเป๋าข้างเอว

 

20 ผลึกเวทมนตร์สีดำวางอยู่บนโต๊ะและปล่อยแสงเงาสีดำออกมา

 

“ดีมาก! นี่คือลูกแก้วคริสตัลที่บันทึกรูปแบบเวทมนตร์พื้นฐานเอาไว้ เธอสามารถเรียนมันได้แต่จำไว้ว่าการฝึกซ้อมมันได้ต้องหลังจากได้เลื่อนขั้นแล้วเท่านั้น!”

 

ครอฟท์หยิบลูกแก้วคริสตัลขนาดเท่ากำปั้นวางไว้บนหิ้งไม้ด้านข้างและยื่นให้กับเรย์ลิน ระรอกคำพูดสีทองอยู่ภายในลูกแก้วนั้น

 

เรย์ลินโค้งคำนับเพื่อรับไปและเก็บมันไว้

 

ลูกแก้วคริสตัลนี้เป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูล และพวกเขาสามารถเก็บข้อมูลมากมายหลายชนิดมากกว่ากระดาษ ถึงอย่างนั้นมันก็ใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นและข้อมูลข้างในก็จะจางหายไปหลังจากมีใครได้ดูแล้ว ดังนั้นมันจึงค่อนข้างแพง

 

กลางดึกคืนนั้น เรย์ลินนั่งบนเตียงในห้องตัวเองและถือลูกแก้วคริสตัลไว้ในมือ

 

“จอมเวทมักจะมีชื่อเรียกเวทมนตร์ที่นักเวทสามารถร่ายได้คือเวทมนตร์ระดับ 0 เพื่อแบ่งแยกเวทมนตร์ที่จอมเวทร่ายได้”

 

“ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นนักเวทระดับ 2 หรือระดับ 3 พวกเขาก็ยังใช้เวทมนตร์ระดับ 0 ! นอกจากนี้พวกเขายังต้องเป็นจอมเวทระดับแรกเพื่อให้ร่ายเวทได้โดยไม่ได้รับความเสียหายและนั่นเป็นสัญลักษณ์ของการกลายเป็นจอมเวทอย่างเป็นทางการ!”

 

“หลักการของรูปแบบเวทมนตร์คือการสร้างรูปแบบไว้ในจิตใจด้วยพลังวิญญาณของตัวเอง หลังจากนั้นใช้พลังวิญญาณตามธรรมชาติเพื่อดึงดูดอนุภาคพลังงานภายนอกและเปลี่ยนแปลงมันอย่างสลับซับซ้อน  เปลี่ยนแปลงเพื่อกลายเป็น เวทมนตร์!”

 

“การทำก็ง่ายๆ ใช้พลังวิญญาณเป็นเชื้อเพลิง และรูปแบบเวทมนตร์คือตัวเร่ง เชื้อเพลิงเป็นสิ่งเดิมตลอดแต่ใต้ผลของตัวเร่งที่แตกต่างกัน ชนิดอนุภาคพลังงานที่ต่างกันจะดึงดูดมันเพื่อสร้างเวทมนตร์ที่ต่างกันออกไป!”

 

เรย์ลินสรุปและวางลูกแก้วคริสตัลไว้

 

“การสร้างรูปแบบเวทมนตร์เป็นเรื่องซับซ้อน นอกจากนั้นพลังวิญญาณจะอ่อนแอหากล้มเหลวและต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งเดือนเพื่อฟื้นฟูมัน นี่เป็นคอขวดที่แม้แต่นักเวทเกรดห้าก็ไม่สามารถทะลวงออกได้ ถึงอย่างนั้นฉันสามารถลดความล้มเหลวลงจากการช่วยเหลือของเอไอชิป!”

 

“หลังจากเข้าสู่นักเวทระดับ 3 ฉันต้องสร้างรูปแบบเวทมนตร์ขึ้นมาหนึ่งบทและกระทั่งซื้อรูปแบบเวทมนตร์หลากหลายกว่านี้ นี่น่าจะเป็นค่าใช้จ่ายที่มากเกินไปถ้าฉันไม่ได้เพิ่มทักษะปรุงยา นักเวทย์ทั่วไปคงจะเสี่ยงชีวิตตัวเองหลายครั้งก่อนที่จะได้รับผลึกเวทมนตร์เพียงพอ!”

 

จากเหตุการณ์นี้เรย์ลินได้มองเห็นราคาที่ต้องจ่ายด้วยเลือดบนเส้นทางแห่งจอมเวท

 

เปรียบกับผลึกเวทมนตร์ที่ได้รับมาจากการเสี่ยงชีวิตตัวเองเมื่อเป็นนักเวทระดับ 1 เขาน่าจะขายยาได้มากมาย

 

“ตลาดที่ผูกขาดการค้าจะทำกำไรได้อย่างยอดเยี่ยม!”

 

“ทั้งหมดนี้ฉันก็ไม่มีความกังวลแล้ว สิ่งที่ควรทำตอนนี้คือการเข้าไปสู่นักเวทระดับ 2 !”

 

นักเวทระดับ 1 ทำได้เพียงกักเก็บอนุภาคพลังงานไว้ในร่างกายและมีพื้นฐานการต่อต้านพลังเวทเล็กน้อยเท่านั้น ถึงอย่างนั้นการใช้อนุภาคพลังงานค่อนข้างผิวเผินเกินไป ดังนั้นจึงไม่สามารถร่ายเวทมนตร์ได้

 

เมื่อเป็นนักเวทระดับ 2 ความแตกต่างอันใหญ่หลวงที่สุดคือสามารถร่ายเวทมนตร์ระดับ 0 ได้

 

เวทมนตร์ระดับ 0 ได้ขยายรูปแบบเวทมนตร์ให้เพิ่มผลการทำลายล้างได้ดีขึ้นเทียบกับการใช้อนุภาคพลังงานอย่างง่ายๆ

 

“ฉันเกือบจะสำเร็จการสร้างรูนตัวที่ 24 ในจิตใจแล้ว คืนนี้ฉันจะเข้าสู่นักเวทระดับ 2 !”

 

ใบหน้าเรย์ลินเผยให้เห็นแววตาการตัดสินใจ

 

คืนหนึ่งผ่านไป

 

ในหอพัก เรยืลินลืมตาตัวเองขึ้น

 

“ในที่สุดฉันก็ก้าวเข้าสู่นักเวทระดับ 2 ได้แล้ว! สัมผัสถึงอนุภาคพลังงานในร่างกายที่เพิ่มขึ้นหลายครั้งเมื่อเทียบกับนักเวทระดับ 1 !”

 

[บี๊บ! พลังวิญญาณสามารถแสดงเป็นตัวเลขได้แล้ว ต้องการเปลี่ยนแปลงหรือไม่?] ขณะนั้นเสียงเอไอชิปก็ได้ดังขึ้น

 

“หืม? ดูเหมือนจะเร็วขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้สองวัน! เกิดอะไรขึ้น?”

 

[พลังวิญญาณในร่างโฮสต์เพิ่มขึ้นและมีผลลัพธ์ที่ไม่รู้จักบนเอไอชิป ความเร็วในการประมวลผลได้เพิ่มขึ้น!]

 

หน้าต่างได้ฉายออกมาและมันมีเส้นโค้งหลายเส้นยุ่งเหยิงเต็มไปด้วยตัวเลข ด้วยเรื่องนี้ ความสามารถการประมวลผลของเอไอชิปได้ถูกยกระดับขึ้นในคืนที่ผ่านมา

 

“ดูเหมือนว่าเอไอชิปได้เปลี่ยนคุณลักษณะบางอย่างหลังจากเปลี่ยนผ่านมาที่โลกนี้ ตอนนี้มันรวมเข้ากับวิญญาณฉัน การที่พลังวิญญาณเพิ่มขึ้นจึงกลายเป็นผลทางอ้อมเพิ่มพลังให้กับเอไอชิป!”

 

เรย์ลินเดาว่าหัวข้อเรื่องวิญญาณส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่เข้าถึงระดับลึกไม่ได้ แม้ว่าอบิซอลโบนจะอ้างว่าเป็นผู้ริเริ่มหัวข้อนี้ พวกเขาเพียงแค่จัดระเบียบประสบการณ์ เข้าใจพฤติกรรมบางอย่างและแบบแผนของสิ่งที่เรียกว่าวิญญาณ ยิ่งไปกว่านั้นมีเพียงจอมเวทอย่างเป็นทางการที่มีคุณสมบัติพอที่จะค้นหาข้อมูลพวกนี้ ส่วนเรย์ลินมันยังเป็นการเดินทางอีกไกล

 

“เอไอชิปมีความสามารถที่จะแสดงพลังวิญญาณออกมาเป็นตัวเลขได้นี่ช่างดีเสียจริง เอามันออกมาแสดงให้เห็นหน่อย!”

 

[เรย์ลิน ฟาร์เลียร์ นักเวทย์ระดับ 2

ความแข็งแกร่ง: 2.2

ความคล่องแคล่ว: 2.4

พละกำลัง 2.7

พลังวิญญาณ: 4.1

สถานะ: สุขภาพดี]

 

เอไอชิปได้ฉายภาพสามมิติด้านหน้าสายตาเรย์ลินแสดงเป็นค่าทางสถิติ

 

“พลังวิญญาณในที่สุดก็แสดงเป็นตัวเลขได้เสียที ค่าพลังวิญญาณของฉันเท่ากับคนสี่คนรวมกันใช่ไหม?”

 

เรย์ลินมองไปที่รูปและถามขึ้น “เอไอชิป! ตรวจหาเหตุผลที่การเติบโตลดลงหลังจากเข้าสู่นักเวทระดับสอง!”

 

[ภารกิจถูกสร้างขึ้น กำลังทำการสำรวจ!]

 

[เหตุผลที่พบ: โฮสต์มีความต้านทานเพิ่มขึ้น!] เสียงเอไอชิปดังขึ้น

 

“อย่างที่คาดไว้! การแผ่รังสีเพื่อเพิ่มค่าสถานะมันมีขีดจำกัด! ฉันประหลาดใจว่าพวกจอมเวทใช้เพิ่มความแข็งแกร่งทางร่างกายด้วยวิธีไหน?”

 

เรย์ลินลูบคาง

 

มีพื้นที่เล็กๆระหว่างห้องเรียนและศูนย์การค้า มันเป็นที่ที่สถาบันขายสินค้าระดับสูง แม้แต่อุปกรณ์ระดับมาตรฐานก็ยังราคาแพง พนักงานบริการก็แย่และเยือกเย็น

 

เรย์ลินมาถึงหน้าเคาเตอร์ ด้านหลังกระจกเป็นหญิงชราที่ดูราวกับศพ ผู้แสดงอาการเฉยเมยราวกับเรย์ลินติดหนี้ไว้หลายคริสตัลเวทมนตร์

 

“ขอโทษที่รบกวนครับ!” เรย์ลินโค้งคำนับ เขาสัมผัสได้ว่ามีคลื่นพลังงานของนักเวทย์ระดับ 3 แผ่ออกมาจากหญิงชราคนนี้

 

“เอไอชิป! ตรวจสอบ!”

 

“เธอต้องการอะไร?” เสียงหญิงชราดังขึ้นมันเต็มไปด้วยความมืดมนและอากาศเย็นราวกับอยู่ในหน้าหนาว

 

[บี๊บ! ชื่อ: ไม่รู้จัก

ความแข็งแกร่ง: 2.0

ความคล่องแคล่ว: 2.1

พละกำลัง: 3.5

พลังวิญญาณ: 7.6

สถานะ: สุขภาพดี]

 

เมื่อเอไอชิปได้ให้ข้อมูล เขาจึงยืนยันได้ว่าหญิงชราคนนี้เป็นนักเวทระดับสามอย่างแน่นอนแต่พลังวิญญาณของเธอค่อนข้างต่ำราวกับว่าได้รับบาดเจ็บมาก่อน นอกจากนั้นเรย์ลินยังมีชิ้นเค้กให้กับเธอเพื่อการค้า

 

“เอไอชิสามารถตรวจสอบค่าสถานะของนักเวทย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆได้แต่มันแค่ไม่สามารถมองผ่านการป้องกันของเหล่าจอมเวทได้แค่นั้นเอง!”

 

เรย์ลินพึมพำด้วยรอยยิ้ม “ท่านพอจะมีรูปแบบเวทมนตร์พื้นฐานไหม?”

 

“เอาไป!” หญิงชราโยนหนังสือหนาเตอะมาให้กับเขา ดูไม่เหมือนว่าจะใส่ใจลูกค้าว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ

 

“อย่าโกรธไปเลย! อย่าโกรธไปเลย!” เรย์ลินให้กำลังใจตัวเองและเปิดหนังสือขึ้น

 

รูปแบบเวทมนตร์ชุดหนึ่งได้ปรากฎด้านหน้าสายตาเขา

 

“บอลพลังอัคคีอันดับสอง

คำอธิบาย: อัญเชิญบอลไฟอันน่าสะพรึงกลัวเพื่อโจมตีศัตรูของคุณ

คอร์สที่จำเป็นต้องมีก่อน: พื้นฐานพลังงานเชิงลบ การสร้างรูปแบบเวทมนตร์”

 

“เงาทรงกลม

คำอธิบาย: ใช้พลังงานเงามืดเพื่อสร้างทรงกลม

คอร์สที่จำเป็นต้องมีก่อน: เรียนศาสตร์เวทมนตร์แห่งความตาย การเปลี่ยนแปลงร่าง”

 

“กระสุนกรด

คำอธิบาย: สร้างบอลกรดที่มีคุณสมบัติกรัดกร่อน สามารถปรับวิถีโค้งได้เล็กน้อย

คอร์สที่จำเป็นต้องมีก่อน: พื้นฐานพลังงานเชิงลบ ศาสตร์พลังจิต”

 

“หัตถ์เงา

คำอธิบาย: ใช้พลังงานเชิงลบเพื่อสร้างฝ่ามือล่องหนในเงาเพื่อโจมตี ลอบโจมตี

คอร์สที่จำเป็นต้องมีก่อน: เรียนรู้เงา ปลุกพลังพื้นฐาน”

 

“พวกนี้ส่วนใหญ่เป็นเวทมนตร์พื้นฐาน มีอะไรที่ระดับสูงกว่านี้ไหม?” เรย์ลินขมวดคิ้ว

 

“ไม่มี! เรามีแค่เวทมนตร์ชนิดพื้นฐานที่นี่ ส่วนที่เหลือก็ไปเอามาจากที่ปรึกษาของตัวเอง!”  

 

“งั้นขอเป็นรูปแบบเวทมนตร์กระสุนกรดและหัตถ์เงา!” เรย์ลินสูดหายใจลึก

 

“หนึ่งชิ้นมีราคาสิบผลึกเวทมนตร์!” หญิงชราดูท่าทางเหนื่อย

 

หลังจากหยิบ 20 ผลึกเวทมนตร์ให้ เรย์ลินก็ได้หนังสือที่ทำจากกระดาษ ‘หัตถ์เงา’ เขียนอยู่บนปกหนังสือเป็นภาษาไบรอน

 

เคาเตอร์นี้สร้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัดว่าต้องการจะให้พนักงานขายนั่งตำแหน่งสูงกว่าลูกค้า เรย์ลินโกรธเล็กน้อยเมื่อมองไปที่หญิงชรา

 

เขาหยิบหนังสือสองเล่มและหันหลังกลับไป ไม่ต้องการอยู่ที่นี่นานนัก

 

“เรย์ลิน!” เสียงดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้เรย์ลินหยุดฝีเท้า

 

ชายคนหนึ่งสวมเกราะหนังวิ่งออกมา “ก่อนนี้ฉันเห็นภาพเงาใครสักคนคล้ายกับนาย มันก็เป็นนายจริงๆ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ!”

 

คาลิเวียร์ทักทาย

 

เกราะหนังที่เขาสวมอยู่ดูเหมือนจะได้รับความเสียหายและดูค่อนข้างน่าสงสารเมื่อมันไม่ได้ซ่อม

 

“นาย….กำลังซื้อรูปแบบเวทมนตร์? นายเข้าสู่นักเวทย์ระดับสองแล้วหรอ?” คาลิเวียร์มองไปที่เรย์ลินที่กำลังถือหนังสือสองเล่มอย่างตกใจ

 

“ใช่แล้ว! ฉันแค่พึ่งมาถึง ดังนั้นจึงมาซื้อมันไปเรียนน่ะ!” เรย์ลินตอบ

 

“เอไอชิปตรวจสอบคาลิเวียร์!”

[บี๊บ! คาลิเวียร์

ความแข็งแกร่ง: 2.6

ความคล่องแคล่ว: 2.8

พละกำลัง: 3.1

พลังวิญญาณ: 4.1

การประเมิน: นักเวทระดับ 2]

 

“ดูเหมือนคาลิเวียร์ก็ก้าวหน้าอยู่ไม่ไกลจากฉัน ข้อมูลที่แสดงสถิตินี้เขาได้เป็นนักเวทระดับสูงแล้ว!”

 

เรย์ลินประเมินอย่างลับๆ

 

“ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์คราวก่อน กลุ่มของเราก็ได้รับภารกิจน้อยลงมาก เรย์นอร์ได้ก้าวหน้าสู่นักเวทระดับสองที่ผ่านมาและต้องการจะลองเรียนรูปแบบเวทมนตร์ น่าเสียดายที่เขาได้ผ่านทฤษฎีพื้นฐานไม่กี่บทหลังจากล้มเหลวอยู่หลายครั้ง….”

 

คาลิเวียร์วางมือลงบนกระเป๋าตัวเอง เห็นได้ชัดว่าต้องการให้ดูใจเย็น

 

หลังเรย์ลินปรับขนาดชุดคลุมสีเทาใหม่ เขาก็พูดขึ้น ”นายมันสมควรที่จะเป็นนักปรุงยาจริงๆ มีเงินมากขนาดนี้!”

 

เรย์ลินยิ้ม ไม่แค่ผ้าคลุมสีเทาที่มีเวทมนตร์ลบคราบได้ แต่เนื้อผ้าก็ยังดี ความสามารถในการป้องกันเทียบได้กับเกราะหนังที่ราคาค่อนข้างหนัก นักเวทย์หลายคนไม่มีความสามารถที่จะซื้อได้อีกชิ้นหลังจากทำมันชุดคลุมเสียหาย

 

เรย์ลินนั้นต่างออกไป เขากระทั่งมีเสื้อผ้าอีกสองชุดเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า

 

“เมื่อเร็วๆนี้ความสำเร็จการปรุงยาของฉันได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยและได้รับคริสตัลเวทมนตร์มากขึ้น ถึงอย่างนั้นหลังจากซื้อรูปแบบเวทมนตร์ไป ฉันก็ต้องจ่ายพวกมันอีกครั้ง!” เรย์ลินแสดงสีหน้าอย่างหมดหนทาง

 

“ใช่แล้ว! การใช้จ่ายทุกที่ในสถาบันมันสูงมาก!” คาลิเวียร์แสดงอาการไม่สู้ดี เขามาจากตระกูลขุนนางชั้นแรกในหมู่เกาะเชอร์โนบิลแต่เขาค้นพบว่ายากจนเมื่อมาถึงที่นี่

 

“พูดถึงเรื่องนี้ หลังจากพวกเราได้เข้าสู่นักเวทย์ระดับสองและเชี่ยวชาญเวทมนตร์ พวกเราควรจะออกไปภารกิจด้วยกันใช่ไหม?”

 

เรย์ลินถามขึ้น

 

“จริงหรือ? นั่นคงจะดีน่ะสิ!” คาลิเวียร์เต็มไปด้วยความดีใจ ดูเหมือนเขาคิดเรื่องนี้อยู่เป็นเวลานานแล้ว

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: