พ่อมดแห่งโลกเวทมนตร์ ตอนที่ 30 ทดลองร่ายเวท

ตอนที่ 30 ทดลองร่ายเวท

Blue: แปล

Keepwalk: เกลา

 

เรย์ลินและคาลิเวียร์ถกเถียงเรื่องต่างๆก่อนบอกลากัน

 

เรย์ลินได้ไตร่ตรองอย่างหนักก่อนจะตัดสินใจไปทำภารกิจกับคาลิเวียร์และกลุ่มของเขา

 

เขายังคงมียาจำนวนมากที่ไม่กล้าขายออกไป ดังนั้นจึงหาทางเลือกอื่นๆเพิ่ม

 

นอกจากนี้การเปลี่ยนความรู้ที่ได้จากการเรียนเวทมนตร์นั้นจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์ในการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง

 

จากประสบการณ์ในการต่อสู้ของคาลิเวียร์และกลุ่มของเขามีความแข็งแกร่งโดยเฉลี่ยพอๆกัน นอกจากนั้นก็มาจากดินแดนเดียวกัน ทุกคนรู้จักกันอยู่แล้วซึ่งก็ดีกว่ามากับกลุ่มคนไม่คุ้นเคย

 

นอกจากนี้คาลิเวียร์ได้รับการฝึกหนักเป็นเวลานานและเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย ตั้งแต่ที่เรย์ลินไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนว่ากลุ่มพวกเขาพอมีประสบการณ์ เรย์ลินจึงรู้สึกสบายใจ

 

“เมื่อฉันเชี่ยวชาญรูปแบบเวทมนตร์ แผนของฉันคือการติดตามตามคาลิเวียร์และกลุ่มของเขาออกไปทำภารกิจและสะสมประสบการณ์บ้าง หลังจากนั้นฉันจะออกจากสถาบันและหาทางเลือกอื่น …… “

 

เขากลับไปที่หอพัก เรย์ลินหยิบหนังสือหัตถ์เงาไว้

 

ปกสีเหลืองของหนังสือเวทมนตร์แข็งเหมือนหนังสัตว์และมีลวดลายบางอย่างส่งความรู้สึกเยือกเย็นจากปลายนิ้วของเรย์ลินเข้าไปในร่างกาย

 

หนังสือเล่มถูกมัดด้วยโซ่โลหะและด้านปลายถูกตัดเย็บด้วยเข็มขัดแน่นหนา

 

“การเรียนรู้หัตถ์เงาจำเป็นต้องใช้ความรู้พลังงานเงาและการอัญเชิญ ฉันได้เรียนรู้ทั้งสองวิชานี้นานมาแล้ว!”

 

ด้วยการขายยาทำให้เรย์ลินพัฒนาความรู้ของเขาอย่างต่อเนื่องโดยการแสวงหาข้อมูลขั้นสูงเกี่ยวกับธาตุองค์ประกอบเงาและศึกษาพวกมันไปเรื่อยๆ

 

“คำร่ายเพื่อเปิดมัน – แมนสิดาลา!” เรย์ลินพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ

 

หลังจากได้ยินคำร่าย หนังสือก็สั่นทันที ขณะที่สั่นสะเทือนนั้นโซ่สีดำก็คลายตัวเองโดยอัตโนมัติ หน้ากระดาษเริ่มพลิกกลับไปมา

 

“เอไอชิป, เริ่มต้นบันทึกข้อมูล!”

 

เรย์ลินมองไปยังหนังสือเวทมนตร์ที่มีรูปแบบเวทมนตร์หัตถ์เงาอย่างไม่ละสายตา หลังจากมันพลิกอย่างรวดเร็ว เสียงเตือนจากเอไอชิปดังขึ้นว่ามีการบันทึกเนื้อหาทั้งหมดไว้แล้ว เขาจึงวางหนังสือลง

 

“การสร้างแบบรูปแบบเวทมนตร์หนึ่งบทเป็นพื้นฐานของจอมเวทย์สำหรับใช้ร่ายเวทย์ กระบวนนี้รวมไปถึงชุดรูปแบบที่สลับซับซ้อนสำหรับสร้างรูปแบบเวทมนตร์ด้วยตัวมันเอง เพื่อที่จะเรียนเวทมนตร์หนึ่งบท จำเป็นต้องใช้อย่างน้อยราวๆสามเดือน!”

 

ขณะที่เขาได้รู้ถึงความยากลำบากของจอมเวทย์เพื่อจะใช้เวทมนตร์ได้สักบท เรย์ลินถอนหายใจ หากไม่มีเอไอชิปกว่าเขาจะเรียนเวทมนตร์ได้คงจะต้องผ่านความพยายามและความล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน

 

[การบันทึกข้อมูลเสร็จสิ้น กำลังเริ่มการวิเคราะห์!] เสียงเอไอชิปดังขึ้น

 

“ใช้เวลานานเท่าไหร่?”

 

[ใช้เวลาประมาณ: 106 ชั่วโมง 32 นาที!]

 

“106 ชั่วโมง 32 นาที! นั่นมันเท่ากับสี่ถึงห้าวัน นี่มันเร็วมากเลยนะ! “เรย์ลินพยักหน้า

 

เขาลุกขึ้นยืนและปัดฝุ่นบนร่างกายจากนั้นวางหนังสือเวทมนตร์สองเล่มอย่างเรียบร้อย

 

จากนั้นเรย์ลินก็เดินไปอีกฝั่งหนึ่งของห้องตัวเอง ปกติแล้วส่วนนี้จะใช้สำหรับการรับแขกหรือใช้งานอื่น ๆ แต่เรย์ลินเปลี่ยนมันเป็นห้องทดลองขนาดเล็กสำหรับการปรุงยา

 

แม้ว่ามันค่อนข้างจะอันตรายที่จะทดลองที่นี่ ด้วยเอไอชิปแล้วเขารับประกันได้เลยว่าน่าจะไม่เกิดอะไรผิดพลาด

 

“ฉันจะไปทำภารกิจในอีกไม่กี่เดือน! ฉันจะให้ความสำคัญกับการปรุงยาดีกว่าเพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น! “

 

เรย์ลินจุดเทียนไขและเริ่มต้นการปรุงยา

 

ระบบการศึกษาในสถาบันอบิซอลโบนค่อนข้างหละหลวม จากที่เรย์ลินเห็น มันคล้ายคลึงกับการสอนในสมัยโบราณที่มีครูหนึ่งคนต่อนักเรียนหนึ่งคน

 

สถาบันเป็นเพียงให้พื้นที่สอนและการบริการขั้นพื้นฐานเท่านั้น ส่วนสิ่งอื่นๆพวกข้อมูลขั้นสูง จะต้องเรียนรู้จากศาสตราจารย์เอง ซึ่งโอกาสนั้นมีน้อยมาก

 

นอกจากนี้ยังไม่ได้บังคับทำภารกิจอีกด้วย ผู้เรียนอาจจะอยู่ที่นี่ได้เป็นเวลา 5 ปีตราบเท่าที่จะสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนและไม่เจอศาสตราจารย์เลวๆ

 

แน่นอนว่าเมื่อไม่มีแรงจูงใจ การเรียนรู้จากบทเรียนก็คงไม่ได้เพิ่มพลังเท่าไหร่นัก แต่อย่างน้อยในกรณีของเรย์ลิน เขาก็ไม่ได้เจอสิ่งที่ยอดเยี่ยมพวกได้รับคริสตัลเวทย์สองสามชิ้นฟรีทุกเดือน

 

เพื่อให้ได้คริสตัลเวทย์ ผู้คนต้องออกไปทำภารกิจนอกสถาบันโดยใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน!

 

โลกของเหล่าจอมเวทย์ได้ยึดกฎการแลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียมเสมอ

 

สิบกว่าวันต่อมา เรย์ลินได้ใช้เวลาในการวิเคราะห์รูปแบบเวทมนตร์และซื้อสินค้าพวก ธัญพืชและอาหารที่มีประโยชน์สำหรับภารกิจที่เขาจะต้องทำ

 

บ่ายวันหนึ่งเรย์ลินเข้าไปพื้นที่ทดสอบเวทมนตร์

 

“พื้นที่ทดสอบเวทมนตร์คือ สถานที่ที่สถาบันได้ตั้งขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเหล่านักเวทย์และจอมเวทย์ เพื่อเอาไว้ทดสอบพลังของเวทมนตร์ตัวเอง นอกจากนั้นเวทมนตร์จำนวนมากอลังการและอาจจะมีปัญหาเรื่องการแผ่รังสีออกมาอีก ถ้าสถาบันไม่มีพื้นที่ให้ทดลองก็คงจะถูกเป่าเป็นเศษผง! “

 

พื้นที่ทดสอบเวทมนตร์ตั้งอยู่ทางซ้ายสุดของสถาบันซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกล

 

รอบด้านเป็นกำแพงหินอ่อนสีขาวเรียงซ้อนกันอย่างประณีตและดูแข็งแรงมาก

 

มีการเขียนอักษรรูนหลากหลายแบบไว้บนกำแพงเหล่านี้ เรย์ลินจำสองตัวในพวกนี้ได้ ตัวหนึ่งให้ผลลัพธ์แยกการปนเปื้อนรังสี และอีกตัวหนึ่งคือการเสริมความแข็งแกร่งให้กับกำแพง

 

“เธอกำลังจะเข้าไปทดสอบเวทย์มนตร์ใช่ไหม??” เรย์ลินเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ มีชายร่างใหญ่หัวโล้นคนหนึ่งยิ้มให้และถามขึ้น

 

“ใช่แล้ว มีพื้นที่ว่างบ้างไหม?”

 

“เรามีพื้นที่ขนาดใหญ่สองแห่งที่กำหนดไว้สำหรับเหล่านักเวทย์และจอมเวทย์ คุณได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้เพียงพื้นที่สำหรับนักเวทย์และในนั้นแบ่งเป็นห้องร่วมและห้องเดี่ยวอีกที ห้องร่วมคือการทดสอบเวทมนตร์ของคุณจะมีคนอื่นทดสอบด้วย อาจจะมีขัดจังหวะบ้างแต่มันก็ไม่แพงส่วนห้องเดี่ยวมีค่าใช้จ่ายสูงมาก!”

 

“แล้วค่าใช้จ่ายห้องเดี่ยวเท่าไร?” เรย์ลินถาม

 

แววตาชายหัวล้านลุกวาวขึ้นเนื่องจากเห็นว่ามีลูกค้าอยู่ที่นี่ “คริสตัลเวทย์ 1 ชิ้นสำหรับสามชั่วโมง ห้องเดี่ยวของเรามีอุปกรณ์พิเศษเฉพาะ ซึ่งสามารถคำนวณและรายงานความสามารถในคาถาของคุณได้ นอกจากนี้เรายังมี …… มันคุ้มค่าอย่างแน่นอน!”

 

“ให้ฉันหนึ่งห้อง!” เรย์ลินส่งคริสตัลเวทย์ให้กับชายตัวใหญ่

 

“เอาหล่ะ! นี่ของคุณ! ” ชายร่างใหญ่ลงทะเบียนอย่างรวดเร็วและส่งอุปกรณ์สีดำคล้ายคริสตัลคืน

 

“นี่เป็นบัตรห้องของคุณ! หมายเลข 32! “

 

เรย์ลินพยักหน้าและเดินเข้าไปในพื้นที่ทดสอบเวทมนตร์

 

ด้านข้างทั้งสองด้านมีอักษรรูนบนหินอ่อนสีขาวส่องประกายแสงขึ้น เห็นได้ชัดว่าห้องพักบางห้องมีคนอยู่แต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา มีเพียงเสียงฝีเท้าของเรย์ลินที่ได้ยินตรงทางเดินเท่านั้น

 

“อย่างที่คาดไว้! ตัดเสียงรบกวนได้อย่างดีทีเดียว!! “

 

เรย์ลินพยักหน้า หลังจากค้นหาห้องตัวเองเจอ แล้วสะบัดคริสตัลสีดำบนอุปกรณ์สีดำด้านนอกประตู!

 

*ครืนนน!* ประตูถูกเปิดออกและมีเสียงกลสังเคราะห์ผู้หญิงดังขึ้น “ยินดีต้อนรับ! คุณมีเวลาสามชั่วโมง  โปรดตรวจสอบ ……”

 

ภายในห้องมีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก! พื้นที่มีขนาดพอๆกับสนามบาสเก็ตบอลในชีวิตก่อน

 

ตรงกลางมีมนุษย์สองสามคนสวมเกราะหนัง เกราะโลหะและขนสัตว์เป็นเป้าหมาย

 

ด้านขวาสุดมีหน้าจอบนกำแพง ส่วนด้านล่างเป็นคำแนะนำในการใช้งาน

 

– เมื่อจอมเวทย์โจมตีเป้าหมาย หน้าจอจะบันทึกความรุนแรงเวทมนตร์โดยอัตโนมัติ –

 

“สิ่งอำนวยความสะดวกที่นี่มีความก้าวหน้ามากและดูมีความฉลาดเป็นของตัวเอง อย่างไรก็ตามน่าเสียดายที่มันถูกสร้างขึ้นโดยเวทมนตร์ ซึ่งต่างที่ฉันทำในโลกเดิม!” เรย์ลินอุทานอย่างเงียบ ๆ

 

“ลองโจมตีทางกายภาพกันก่อน!”

 

กล้ามเนื้อบนแขนขวาพองขึ้น ขณะที่เดินไปด้านหน้าเป้าสีขาวที่สวมเกราะหนัง

 

*ปัง!*  เรย์ลินขยับตัวและตะโกนด้วยเสียงทุ้ม ชกเข้าที่กลางเกราะหนัง

 

หน้าจอด้านขวากระพริบและมีคำปรากฏขึ้น

 

“จำแนกประเภท: การโจมตีทางกายภาพ

ระดับพลังงาน: 2

ความรุนแรงต่อเป้าหมาย : ต่ำ “

 

“ดูเหมือนเป้าหมายพวกนี้ไม่ได้สร้างมาจากวัสดุทั่วไป!” เรย์ลินพึมพำ

 

“ระดับพลังงาน” เป็นมาตรฐานสากลของจอมเวทย์เพื่อใช้ในการวัดขอบเขตความสามารถของตนเอง โดยใช้หน่วยเดียวเป็นมาตรฐานเทียบเท่ากับพลังงานที่สามารถปลดปล่อยออกมา 1 กรัมคริสตัลเวทมนตร์

 

“วิธีการวัดค่านี้ไม่เลวเลย เอไอชิปเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับบริเวณนี้ในอนาคต!”

 

[การบันทึกเสร็จเรียบร้อย กำลังจัดเรียงข้อมูล!] เสียงเอไอชิปดังขึ้น

 

“ฮ่า!” เรย์ลินดึงใบมีดที่แขวนไว้บนเอวออกมาและใช้ความแข็งแกร่งของเขาสบัดมีดลงราวกับพายุ

 

* เคร้ง! * เกราะหนังแยกออกจากกันเป็นช่องว่างเผยให้เห็นรอยแผลสีขาว

 

“จำแนกประเภท: การโจมตีทางกายภาพ

ระดับพลังงาน: 3.

ความเสียหายต่อเป้าหมาย: เล็กน้อย”

 

เมื่อมองหน้าจอ เรย์ลินก็พยักหน้า “ฉันแรงทั้งหมดด้วยดาบกางเขน แต่มันทำให้เกิดความเสียหายต่อเป้าหมายเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้น! ดูเหมือนว่าจะค่อยยังชั่วหน่อย! “

“เอไอชิปส่งผ่านรูปแบบเวทมนตร์ทั้งสองมาเลย!” หลังจากค้นคว้าช่วงเวลานี้มาอย่างต่อเนื่อง เอไอชิปได้วิเคราะห์เวทมนตร์ทั้งสองบทเสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนสุดท้ายคือการส่งข้อมูลไปยังสมองส่วนฮิปโปแคมปัส(ส่วนความจำ)ของเรย์ลิน ซึ่งจะช่วยให้เขาร่ายเวททั้ง 2 บทนี้ได้ในทันที

 

[บี๊บ! การส่งข้อมูลกำลังดำเนินการ!] เมื่อเสียงของเอไอชิปตอบกลับ เรย์ลินรู้สึกได้ว่าความทรงจำมากมายเกี่ยวกับเทคนิคและขั้นตอนในการร่ายเวททั้ง 2 บทได้ปรากฎในสมองเขา

 

ทุกขั้นตอนเขารู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างมาก ราวกับฝึกฝนด้วยตัวเองจนนับครั้งไม่ถ้วน

 

“นำข้อมูลเวทระดับ 0 ทั้งสองบทออกมา!”

 

“กระสุนกรด: เวทมนตร์ระดับ 0

เวลาในการร่าย: 3 วินาที

ระยะหวังผล: 7 เมตร

การบริโภค: 2 พลังวิญญาณ 2 พลังเวทย์มนตร์”

 

“หัตถ์เงา : เวทมนตร์ระดับ 0

เวลาในการร่าย: 4 วินาที

ระยะหวังผล: 10 เมตร

การบริโภค: 2 พลังวิญญาณ 2 พลังเวทย์มนตร์”

 

“พลังเวทย์มนตร์คือปริมาณของอนุภาคพลังงานที่เก็บอยู่ในร่างกาย มันอยู่ในขอบเขตเหนือขีดจำกัดของพลังวิญญาณ!”

 

การใช้ร่ายเวท ไม่แค่เพียงต้องใช้พลังวิญญาณเป็นเชื้อเพลิงแต่จำเป็นต้องเข้าใจพลังเวทมนตร์ในร่างกายจะช่วยให้การบริโภคพลังงานเป็นไปได้อย่างดี

 

เรย์ลินระงับความอารมณ์ตื่นเต้นไว้ “เอไอชิป บันทึกกระบวนการร่ายเวทย์ของฉันอย่างละเอียด!”

 

“แพนโดร่า – เกรย์กอนเกอร์!”

 

ด้วยเสียงร่ายของภาษาไบรอน ลูกบอลเหลวสีเขียวคล้ำก็ปรากฏตัวในอากาศเหนือมือขวาของเรย์ลิน ฟองอากาศสีขาวปะทุออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

“ไปเลยยย!” เรย์ลินโยนลูกบอลกรดในมือและของเหลวสีเขียวพุ่งข้ามไปสู่เป้าหมายที่สวมใส่เสื้อเกราะหนัง

 

*ซ…ซี่ ซี่!*

 

เสียงการกัดกร่อนทางกายภาพของเป้าหมายดังขึ้นไม่หยุดอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่มีควันสีขาวจำนวนมากพวยพุ่งออกมา จากนั้นก็มีกลิ่นลอยมาทุกทิศทาง

 

ผ่านไปสองสามวินาทีเป้าหมายก็ถูกทำลาย โดยเหลือไว้เพียงขาสองข้างสีขาว

 

“เอไอชิปประเมินการระดับพลังงาน!”

 

[บี๊บ! ระดับพลังงาน: 5]

 

เรย์ลินหันไปมองหน้าจอด้านขวา ในขณะนี้คำบนหน้าจอมีการเปลี่ยนแปลงและข้อมูลใหม่ได้แสดงขึ้น

 

“จำแนกประเภท: โจมตีด้วยเวทกรัดกร่อน

ระดับพลังงาน: 5

สร้างความเสียหายให้กับเป้าหมาย: รุนแรง”

 

“เอ๊ะ! ดูเหมือนเอไอชิปและหน้าจอนี้มีค่าประมาณเท่ากัน ดังนั้นฉันไม่จำเป็นต้องมาที่นี่อีก และสามารถประเมินระดับพลังเวทมนตร์กับเอไอชิปได้”

 

เรย์ลินพยักหน้าและเริ่มทดลองด้วยเวทมนตร์บทอื่น

 

“หัตถ์เงา!”

 

หลังจากเรย์ลินร่ายเวทย์ มือสีดำก็ปรากฏตัวขึ้นบนเป้าหมายที่สวมเกราะเหล็ก มันคว้าคอในทันทีและจับหัวเป้าหมายกระแทกลงไปบนพื้น

 

“จำแนกประเภท: พลังงานโจมตี

ระดับพลังงาน: 4

สร้างความเสียหายให้กับเป้าหมาย: รุนแรง”

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: