พ่อมดแห่งโลกเวทมนตร์ ตอนที่ 31 ภารกิจลาดตระเวน

ตอนที่ 31 ภารกิจลาดตระเวน

@blue แปล

เมื่อเห็นการประเมินผลบนหน้าจอ เรย์ลินเริ่มเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของเวทมนตร์สองบทนี้

 

“แม้ว่าพลังในการยิงของกระสุนกรดจะมากกว่าแต่ศัตรูสามารถหลบได้ง่ายมาก  ทั้งยังจำเป็นต้องปรับปรุงพลังวิญญาณให้เสถียรอีก ส่วนหัตถ์เงานั้นด้อยกว่าเล็กน้อย แต่มันสามารถประยุกต์ได้หลากหลายและใช้ในการลอบโจมตีได้ดีที่สุด!”

 

“เวทมนตร์ทั้งสองบทที่ฉันเลือกมันด้วยความใส่ใจ ไม่เพียงแค่เข้ากันได้ดีกับความสัมพันธ์ของธาตุมืดของเราเท่านั้น แต่ไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบในการร่ายเวทย์เลยซึ่งมันสะดวกมาก!”

 

เรย์ลินตาเป็นประกาย “เอไอชิป มีโอกาสเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเวทมนตร์สองบทนี้ไหม?”

 

[บี๊บ! ยืนยัน! ใช้พลังงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ: 19 พลังวิญญาณ ต้องการดำเนินการต่อหรือไม่?]

“ไม่แน่นอน! ฉันไม่ต้องการให้พลังวิญญาณของฉันหมดโดยเร็ว! ทำไมถึงใช้มากขนาดนี้?” เรย์ลินแสดงสีหน้าปั้นยากเล็กน้อย

 

[เพิ่มประสิทธิภาพกระสุนกรดจำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณ 9 หน่วย ต้องการข้อมูลความรู้ระดับสูงคือบทเวทมนตร์วงกว้างของฟาร์ล ทฤษฎีจรวด …… ]

[เพิ่มประสิทธิภาพหัตถ์เงาจำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณ 10 หน่วย ต้องการข้อมูลความรู้ระดับสูงคือ: บทเรียนการอัญเชิญระดับสูง การวิเคราะห์พลังความมืด…… ]

 

“ก็ได้! ดูเหมือนว่าตอนนี้ยังไม่มีความหวังเลย!”

 

เรย์ลินปิดหน้าจอ “นอกจากเวทมนตร์ง่ายๆที่ใช้พลังวิญญาณ 2 หน่วยแล้ว ตอนนี้ฉันทนใช้ได้เพียงสองสามครั้งเท่านั้น!”

 

“เอไอชิป แสดงสถิติปัจจุบันอย่างละเอียด!”

 

[บี๊บ! เรย์ลิน ฟาร์เรียร์ นักเวทย์ระดับ 2

ความแข็งแกร่ง: 2.2,

ความคล่องแคล่ว: 2.4

พละกำลัง: 2.7

พลังวิญญาณ: 0.1 (4.1)

พลังเวทย์: 0 (4) – พลังเวทย์เชื่อมต่อกับพลังวิญญาณ

สถานะ: สุขภาพดี]

 

[ทักษะ: เทคนิคดาบกางเขน การปรุงยา]

 

[เวทมนตร์ : กระสุนกรด: เวทมนตร์ระดับ 0

เวลาในการร่าย: 3 วินาที

ระยะหวังผล: 7 เมตร

อัตราการใช้พลังงาน: 2 พลังวิญญาณ 2 พลังเวทมนตร์]

 

[หัตถ์เงา: เวทมนตร์ระดับ  0

เวลาในการร่าย: 4 วินาที

ระยะหวังผล: 10 เมตร

อัตราการใช้พลังงาน: 2 พลังวิญญาณ 2 พลังเวทมนตร์]

 

จากคำสั่งของเรย์ลิน ภาพสามมิติของตัวเองถูกฉายขึ้น ข้อมูลต่างๆปรากฏด้านข้าง

 

“เห็นได้ชัดเจนมาก! เวทมนตร์สองบทได้สูบพลังวิญญาณและพลังเวทย์ของฉันไปหมด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงรู้สึกมึนๆ!” เรย์ลินนวดขมับเหมือนว่าปวดนิดหน่อย

 

“ด้วยพลังวิญญาณและพลังเวทย์ที่มีจำกัดนี้ จึงเรียนรู้เวทมนตร์เพิ่มขึ้นไม่ได้ เหลือสิ่งที่ฉันทำได้คือเตรียมยาให้มากขึ้น! ถ้ามีอุปกรณ์เวทย์สักชิ้นความแข็งแกร่งของฉันจะเพิ่มขึ้นอย่างมากแน่นอน…”

 

ในสถาบัน บริเวณพื้นที่ทำภารกิจ

 

มีเหล่านักเวทย์จำนวนมากเข้ามาที่นี่ ส่วนใหญ่มีใบหน้าเศร้าและมืดมน ร่างกายเต็มไปด้วยคราบเลือดและรอยแผล

 

ในบางครั้งนักเวทย์ที่สวมชุดคลุมสีเทาได้ปล่อยรังสีพลังเวทย์อันแข็งแกร่งออกมาเพื่อควบคุมสัตว์ประหลาดและนั่งอยู่บนหลังพวกมัน เต็มไปด้วยความอิจฉาและความสนใจจากผู้คนรอบๆ

 

ตรงกลางพื้นที่รับภารกิจเป็นกำแพงหินสีดำซึ่งมีภารกิจมากมายหลากหลายอย่างถูกจัดไว้

ประโยคสีเขียวส่องแสงสะท้อนบนกำแพงสีดำ มันดูน่าขนลุกเล็กน้อย

 

ในเหล่าภารกิจจำนวนมาก มีภารกิจบางชิ้นเขียนด้วยสีแดงเลือดและให้ความรู้สึกเป็นลางสังหรณ์ไม่ดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภารกิจที่อันตรายแต่ให้รางวัลคุ้มค่า

มุมหนึ่งของพื้นที่สี่เหลี่ยม มีคนสองสามคนยืนขึ้นล้อมกันอย่างใจเย็นราวกับว่ากำลังรอใครบางคนอยู่

 

“เรย์ลินยังมาไม่ถึงอีกหรอ?”

 

เรย์นอร์กางแขนขึ้นตรงหน้าอก ดูเหมือนจะเบื่อเล็กน้อย

 

“มันยังไม่ถึงเวลาที่นัดกันไว้นี่ นายจะรีบร้อนไปเพื่ออะไร? ตั้งแต่ที่เขาตกลงเรียบร้อยแล้ว เขาก็จะมาแน่นอน“คาลิเวียร์ตอบขณะที่ขัดด้ามขวานสีดำ ใบดาบเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเลือด

 

“เรย์ลิน? นายกำลังพูดถึงนักเวทย์ปรุงยาเรย์ลินน่ะหรอ?” เด็กหญิงผมสีเขียวมีแววตาลุกวาว

 

“ได้ยินมาว่าพรสวรรค์ด้านการปรุงยาเป็นรองเพียงเมอร์ลินเท่านั้น นอกจากนั้นเขาได้เริ่มปรุงยาและได้เงินเป็นจำนวนมาก ทำไมเขาถึงยังต้องการเข้าร่วมทีมของเราอีกหล่ะ?”

 

“เขามาจากดินแดนเดียวกันกับพวกเรา เพราะงั้นนี่เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะเข้าร่วมการทำภารกิจกับเรา!” เรย์นอร์หัวเราะ

 

“นายต้องแนะนำเขาให้รู้จักทีหลังนะ ถ้าเราสนิทกับจอมเวทย์ปรุงยาเก่งๆได้ เราอาจไม่ต้องเสี่ยงชีวิตทำภารกิจต่อไปอีก!” สาวผมสีแดงหัวเราะอย่างสุขใจ สัดส่วนร่างกายเธอช่างเย้ายวนเป็นอย่างมาก

 

สายตาของเรย์นอร์กวาดตามองไปบนหน้าอกของหญิงสาวคนนี้อย่างไม่มีสติจากนั้นเขาก็รู้สึกคอแห้งขึ้นมาทันที

 

“ขอโทษที! ฉันมาสาย!”

 

เรย์ลินสวมเกราะหนังและทับด้วยชุดคลุมไว้ด้านนอก ซึ่งมันดูเทอะทะไปนิดหน่อย ดาบกางเขนแขวนไว้ตรงเอวของเขา หน้าไม้ประทับไว้ด้านหลังพร้อมด้วยซองธนูอันใหญ่

 

“เราก็พึ่งมาถึงเหมือนกัน!” คาลิเวียร์นำขวานใส่ฝักและยิ้มให้

 

“มีแค่เราห้าคนหรอ?” เรย์ลินมองไปที่กลุ่ม เขาจำคาลิเวียร์และเรย์นอร์ได้ แต่ไม่เห็นเบรุตและคนอื่น ๆ

 

เบรุตและคนอื่น ๆ เป็นนักเวทย์เกรดสามแต่พวกเขายังไม่ถึงนักเวทย์ระดับ 2 พวกเขามีความต้านทานเวทมนตร์เล็กน้อยเท่านั้น ถ้าพาออกไปด้านนอกจะเป็นอันตรายเกินไป ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเราจะออกไปข้างนอกหลังจากผ่านความล้มเหลวครั้งก่อนมา และฉันไม่ต้องการให้ใครตายอีก! “

 

คาลิเวียร์อธิบาย

 

เรย์ลินเข้าใจทันที แม้ว่าเขาจะเป็นนักเวทย์เกรดสาม พรสวรรค์ของเขาเทียบเท่ากับนักเวทย์ระดับสี่ด้วยความช่วยเหลือของเอไอชิป และเขาอาจจะแข็งแกร่งกว่าพวกนี้ด้วยซ้ำจากการที่เรียนเวทมนตร์แล้ว

 

เบรุตและคนอื่น ๆเป็นเพียงนักเวทย์ระดับ 1 เท่านั้น การพาพวกเขาออกไปจึงไม่ได้ช่วยอะไรและอาจจะเป็นภาระ ดังนั้นการให้พวกเขาอยู่ในสถาบันเป็นสิ่งที่ดีแล้ว ความจริงนั้นช่างโหดร้ายนัก

 

“มา! ให้ฉันแนะนำตัวเองกันเถอะ!” คาลิเวียร์ยิ้ม

 

“ผู้หญิงผมสีเขียวชื่อลิลิส และคนข้างๆชื่อนีล่า พวกเขาทั้งสองเป็นนักเวทย์ภายใต้ศาสตราจารย์ของฉันและพึ่งเลื่อนเป็นนักเวทย์ระดับ 2 เมื่อสองเดือนก่อน …”

 

“สวัสดีค่ะ! ท่านเรย์ลิน!” ดวงตาของนีล่าเป็นประกายและเธอเดินเข้ามาประชิดเรย์ลิน

 

“โชคดีจริงๆที่ได้ไปร่วมภารกิจกับท่านในครั้งนี้!” นีล่ายื่นหน้าอกของเธอออกมาและพูดอย่างฮึกเหิม

 

เมื่อเห็นฉากนี้ทำเอาเรย์นอร์มองไปทางอื่น เขาแสดงสีหน้าเศร้าหมองเล็กน้อย

 

“ฉันมีแค่พรสวรรค์ด้านการปรุงยาเล็กน้อยในเท่านั้น และต้องขอบคุณศาสตราจารย์ครอฟท์ เขาเป็นคน…” เรย์ลินลูบจมูก เขารู้ว่าเขาต้องเผยความหื่นของตัวเองให้น้อยๆเมื่อสาวสวยคนนี้อยากจะอยู่ในอ้อมแขนเขา ถึงอย่างนั้นเมื่อเขาได้มุ่งมั่นกับการฝึกลมหายใจ ความต้องการก็ลดน้อยลง

 

นอกจากนี้หลังจากที่เขาเจอผู้หญิงสวยๆในโลกเดิมหลายครั้งหลายครา นีล่าก็เป็นเพียงผู้หญิงที่ดูดีเท่านั้น

 

เอาหล่ะ เนื้อหาของภารกิจของเราคืออะไรล่ะ?” เรย์ลินเริ่มเข้าสู่ประเด็น แต่ถูกขัดจังหวะจากนีล่าที่จะพูดต่อไป

“นี่เป็นครั้งแรกของเราที่จะออกไปทำภารกิจร่วมกัน ฉันจึงได้นำภารกิจที่ง่ายที่สุดมา: ลาดตระเวนรอบสถาบันและจัดการอีกาตาแดงไม่กี่ตัว พวกเราคิดว่าไง?”

 

ความจริงทั้งสี่คนได้พูดคุยกันก่อนแล้ว ดังนั้นคำถามนี้จริงๆคือถามเรย์ลิน

 

“ได้สิ! เวทมนตร์ระดับ 0 ของฉันยังไม่เคยใช้เต็มกำลังเสียด้วย!” เรย์ลินตกลง

 

กลุ่มของพวกเขาได้ตั้งขึ้นมาใหม่ ดังนั้นการรับภารกิจง่ายๆเพื่อเพิ่มความสามัคคีให้กันถือว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล จากเรื่องนี้เห็นได้ชัดว่าคาลิเวียร์เติบโตมากขึ้นหลังจากการตายของแฮงค์ และสิ่งที่เขาทำก็คือทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น

 

“เอไอชิป! ตรวจสอบ! “เรย์ลินสั่งอย่างเงียบ ๆ

[บี๊บ!]

 

[เรย์นอร์

ความแข็งแรง: 1.8

ความคล่องแคล่ว: 1.9

พละกำลัง: 2.5

พลังวิญญาณ: 3.7

สถานะ: สุขภาพดี]

 

[ลิลิส

ความแข็งแรง: 1.9

ความคล่องแคล่ว: 2.5

พละกำลัง: 2.4

พลังวิญญาณ: 4.3

สถานะ: สุขภาพดี]

 

[นีล่า

ความแรง: 2.7

ความคล่องแคล่ว: 3.4

พละกำลัง: 2.9

พลังวิญญาณ: 4.6

สถานะ: สมบูรณ์]

 

“ตั้งแต่ความสามารถในการประมวลผลของเอไอชิปเพิ่มขึ้น ขอบเขตการรับรู้ก็เพิ่มขึ้นด้วย หากไม่นับจอมเวทย์ นักเวทย์ทุกคนในสถาบันตอนนี้ไม่สามารถหลบหนีตรวจสอบของเอไอชิปไปได้”

 

เรย์ลินคิดอย่างเงียบๆ การอ่านข้อมูลจำเป็นต้องเป็นไปตามธรรมชาติโดยไม่ทำให้คนอื่นๆรู้ตัว หากเป็นจอมเวทย์อย่างเป็นทางการที่มีชั้นสนามพลังรอบๆตัว เอไอชิปจะถูกค้นพบถ้ามันพยายามอ่านพวกเขา

 

อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่นักเวทย์ธรรมดาอยู่ในระยะของเรย์ลิน สถานะทั้งหมดของพวกเขาจะถูกอ่านโดยเอไอชิป

 

“จากข้อมูลนี้ทุกคนเป็นจอมเวทย์ระดับ 2 จริงๆ ฉันไม่เคยคิดว่านีล่าจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ดูเหมือนว่าเธอยังฝึกเทคนิคการหายใจของอัศวินมา เราไม่ควรประเมินจากร่างกายและความแข็งแกร่งของเธอเพียงอย่างเดียว!”

 

มีเพียงไม่กี่คนอยู่ระดับสูง และแม้กระทั่งได้ซื้อรูปแบบเวทมนตร์มาก่อน แต่ก็ยังไม่อาจเข้าใจได้ เนื่องจากรูปแบบเวทมนตร์ทั้งหลายจำเป็นต้องสร้างในจิตใจ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คุ้นเคยกับมันอย่างแน่นอน นอกจากนั้นเวทมนตร์ระดับ 0 ยังเป็นอันตรายอย่างมากต่อนักเวทย์ระดับ 2  หากควบคุมไม่สมบูรณ์ มันมีโอกาสที่จะล้มเหลวและสะท้อนกลับอย่างรุนแรง!

 

จากพื้นฐานด้านร่างกาย นีล่าสามารถเอาชนะทั้งสามคนนี้ถ้าไม่มีใครที่ใช้เวทมนตร์

 

นีล่าคนนี้เหมือนจะหลงใหลและต้องการเข้าใกล้เขาที่ดูแข็งแกร่งกว่าทั้งสี่คน ซึ่งกระทั่งคาลิเวียร์ก็ไม่รู้เรื่องนี้ เรย์ลินเผยรอยยิ้ม

 

นักเวทย์ระดับ 2 จะต้องฝึกฝนอย่างน้อยสามเดือนถึงครึ่งปีเพื่อให้สามารถควบคุมเวทมนตร์ระดับ 0 ได้อย่างสมบูรณ์  แต่สำหรับเขาแล้ว ที่เรียนรู้เวทมนตร์ในชั่วพริบตาทันทีที่เอไอชิปวิเคราะห์รูปแบบเวทมนตร์เสร็จและส่งไปยังสมองส่วนความจำระยะสั้นในจิตใต้สำนึกของเขา

 

ส่วนเวทมนตร์ระดับ 0 นั้นไม่มีอัศวินคนไหนสามารถต้านทานได้ บางทีแม้แต่อัศวินขั้นสูงยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

เห็นได้ชัดว่าข้อมูลของนีล่าอยู่ที่ระดับอัศวิน แม้ว่าเธอจะมีเทคนิคลับแต่เรย์ลินก็ไม่กลัวแม้แต่น้อย

 

ขณะที่เรย์ลินกำลังอ่านข้อมูล คาลิเวียร์ได้วิ่งไปที่เคาน์เตอร์เรียร้อยและรับภารกิจลาดตระเวนมา

 

หลังจากพูดคุยกับทุกคนแล้ว พวกเขาก็เดินทางออกจากสถาบัน

 

ช่วยไม่ได้ที่สายตาของเรย์ลินจะหรี่แคบลงเมื่อปะทะเข้ากับแสงอาทิตย์

 

“พอมาคิดดูแล้ว ฉันอยู่ใต้ดินนานกว่าหนึ่งปี ตอนนี้พอออกมาเหมือนกับซากศพอายุนับพันปีที่ตื่นขึ้นมาจากพื้นดินอีกครั้ง

 

เรย์ลินใช้มือป้องกันแสงแดด มือขาวหิมะของเขามีสีซีดอ่อนราวกับคนป่วยที่สูญเสียเลือดมากเกินไป นั่นเป็นเพราะเขาอยู่ใต้ดินตลอดเวลาและใช้เวลาอาบแสงแดดเพียงเล็กน้อยที่สะท้อนจากเหล่าต้นมอสในสวน

 

แน่นอนว่านักเวทย์ส่วนใหญ่จากสถาบันป่าเวทย์มนต์อบิซอลโบนมักมีปัญหานี้เป็นประจำ

 

ไม่ว่าในกรณีไหน ตราบเท่าที่ความแข็งแรงเพิ่มขึ้นและใช้พลังวิญญาณอยู่ เมื่อพละกำลังอยู่ที่สองหน่วยจะไม่เป็นปัญหาอะไร ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องออกไปข้างนอกเพื่อรับแสงแดดทุกวัน

 

“ไปกันเถอะ!” คาลิเวียร์นำทั้งกลุ่ม

 

เมื่อมองไปที่สุสานขนาดใหญ่ข้างหลังและรูปปั้นเป็นผู้ปกป้อง เรย์ลินหันศีรษะเดินตามคนในทีมทันที

 

“เราจะไปลาดตระเวนบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของสถาบันซึ่งมีอีกาตาแดงที่มีข่าวว่ามีคนเห็นแถวๆนั้น เราจำเป็นต้องกวาดล้างพวกมันจำนวนหนึ่งเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ซึ่งแน่นอนว่าวัตถุดิบทั้งหมดที่เราเก็บได้จะเป็นของเรา นอกจากนี้ทุกคนจะได้รับผลตอบแทนเป็นคริสตัลเวทย์ 3 ชิ้น”

 

หลังจากที่ทั้งห้าเดินออกจากสุสาน คาลิเวียร์ก็หยิบแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้นมาและพูดให้ทุกคนฟัง

บนกระดาษหนังสีเหลืองเน่าเปื่อยมีป่าเวทย์มนต์อบิซอลโบนตั้งอยู่ใจกลางและครอบคลุมพื้นที่ประมาณร้อยละสิบของทั้งหมด

 

มีถนนเรียบง่ายอยู่ไม่กี่แห่งรอบๆนั้นและมีคำอธิบายเขียนด้วยตัวหนังสือสีดำ สถานที่อันตรายบางแห่งก็ถูกทำเครื่องหมายด้วยสีแดงด้วยสัญญาณเตือน

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: