พ่อมดแห่งโลกเวทมนตร์ ตอนที่ 39 สองวิธี

ตอนที่ 39 สองวิธี

Nae แปล

“เอไอชิป ตรวจสอบ กัวริชา!”

ด้วยคำสั่งเรย์ลิน รูปร่างของกัวริชาก็ปรากฎขึ้นเป็นภาพจำลองเสมือนตรงหน้าทันที เขาสังเกตดูทั่วทั้งร่างกาย โดยเฉพาะปอด

ปกติแค่ร่างกายของเหล่านักเวทย์ก็สามารถป้องกันเวทย์มนตร์ต่างๆได้ในระดับนึงแล้ว นี่มันเป็นเวทอะไรกันถึงสามารถทำความเสียหายได้มากขนาดนี้?

สีหน้าของเรย์ลินเปลี่ยนไป “แล้วทางสถาบันว่ายังไง?”

“พวกเขาจะทำอะไรได้? นิสซ่าทำสัญญากับอาจารย์ที่ปรึกษาไปแล้วและมันไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว!” โดโดเรียพูดขึ้นพร้อมกับร้องไห้ไปด้วย

เรย์ลินได้แต่เงียบ นักเวทย์เกรดต่ำหลายคนไม่มีผลึกเวทมนตร์มากพอที่จะทำการเลือกที่ปรึกษาเอง เพราะฉะนั้นพวกเขาต้องสุ่มเลือกที่ปรึกษาเท่านั้น ถ้าโชคดีก็จะได้เจอที่ปรึกษาแบบครอฟท์ ถ้าโชคร้ายก็จะได้เจอกับที่ปรึกษาที่ชอบทดลองมนุษย์เหมือนที่นิสซ่าโดน สุดท้ายพวกเขาก็ทำได้แค่เพียงโทษตัวเองว่าโชคร้ายที่ต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้

ยิ่งไปกว่านั้นเหล่านักเวทย์ส่วนใหญ่ ไม่สามารถต่อต้านข้อเสนออันล่อตาล่อใจจากเหล่าอาจารย์ที่ปรึกษาที่มอบให้และตกลงเข้าร่วมการทดลองอันนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เหมือนกับตายทั้งเป็น

ในแต่ละปี สถาบันแห่งนี้จะมีนักเวทย์ตายจากการทดลองตลอด หากเทียบกันแล้วยังถือว่านิสซ่านั้นโชคดีที่ยังมีชีวิตรอดอยู่มาได้

“แล้วทำไมถึงมาบอกฉันหล่ะ? ถ้าจะให้ช่วยแก้แค้นหรือให้ฉันทำเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับความถูกต้อง ฉันคิดว่าพวกเธอมองหาผิดคนแล้วหล่ะ”

เรย์ลินปฏิเสธที่จะเจรจาต่อรองตั้งแต่แรก นี่ถือเป็นการท้าทายจอมเวทย์ด้วยพลังของนักเวทย์กระจ้อยร่อยแบบเขา คงบ้าแน่ๆถ้าเขาคิดจะลองดีอะไรแบบนี้

“พวกเราไม่ได้มีเจตนาอะไรแบบนั้น เราแค่อยากให้นายมาเห็นและช่วยพิจารณาดูหน่อยว่า พอจะมีทางเป็นไปได้ไหมที่จะทำให้นิสซ่ากลับมาเป็นเหมือนเดิม” กัวริชารีบส่ายมือ

เรย์ลินพยักหน้า เนื่องจากเขามีศาสตราจารย์ครอฟท์เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง หากเขาคิดอะไรอื่นไม่ออก นิสซ่าคงหมดหวัง

”เธอจะว่าอะไรไหมถ้าฉันจะขอดูมือเธอหน่อย” เรย์ลินถามนิสซ่า

“ไม่หรอกเชิญเลย” นิสซ่าตอบด้วยเสียงนุ่มนวล

เรย์ลินเดินเข้าไป กลิ่นเน่าเหม็นลอยพุ่งเข้าจมูกเรย์ลิน ยิ่งเข้าใกล้กลิ่นยิ่งแรงขึ้น เรย์ลินฝืนเดินเข้าไปจนถึงตัวนิสซ่าและยกฝ่ามือของเธอขึ้นมา

นิ้วทุกนิ้วเป็นสีม่วง มันหนายิ่งกว่าเนื้อแครอท ดูสีม่วงและตรงข้อพับนิ้วยังดูราวกับเป็นวงแหวนที่น่ารังเกียจปูดขึ้นมา

เธอเคยมีนิ้วสีขาวนวลแต่ตอนนี้มันกลายเป็นแบบนี้ไปเสียแล้ว เรย์ลินเชื่อว่าถ้าหากเขาช่วยนิสซ่าไม่ได้ เธอก็ควรจะต้องทำใจที่จะต้องรับสภาพแบบนี้ไป

เรย์ลินกดน้ำหนักลงที่ด้านหลังของฝ่ามือเธอ “รู้สึกอะไรบ้างไหม”

“ไม่เลย!”

“ดูเหมือนว่าพลังป้องกันของเธอจะดีขึ้นนะเนี่ย” เรย์ลินคิดอย่างเงียบๆ พร้อมกับหยิบมีดออกมาจากกระเป๋าที่เขาคาดอยู่ตรงเอว

เรย์ลินใช้ปลายมีดแทงลงที่ฝ่ามือของนิสซ่าแต่ดูเหมือนมันจะแทงไม่เข้า!

เรย์ลินขมวดคิ้วขึ้นและใช้พลังระดับอัศวินที่ฝึกฝนมาออกแรงเพิ่มกดปลายมีดลงไปบนฝ่ามือของนิสซ่าจนสามารถเฉือนเนื้อที่หยาบกร้านได้ มีของเหลวสีเหลืองคล้ายน้ำหนองไหลออกมา

เรย์ลินรีบนำหลอดทดลองออกมาและเก็บหยดน้ำหนองนั้นเอาไว้

หลังจากที่เก็บเข้าขวดทดลองแล้ว แผลบนมือของนิสซ่าก็หายทันทีภายในสิบวินาที มันแทบจะไม่มีรอยแผลหลงเหลืออยู่เลบ

“นี่มันพลังรักษาบ้าอะไรกัน!” เรย์ลินถึงกับตกใจจนไม่กล้าพูดเสียงดัง

เขามองไปที่โดโดเรียและกัวริชา ที่กำลังจ้องมองอยู่อย่างไม่ขยับ เรย์ลินหัวเราะขึ้น

“ไควดาโม-ชูราโด” หลังจากเรย์ลินร่ายเวทย์มนตร์เสร็จ ลมแรงพัดเข้ามาภายในห้องและมันก่อตัวขึ้นเป็นลมหมุนขนาดเล็ก

หมอกสีดำเกิดขึ้นขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อเป็นรูปร่างที่คลุมเครือ จนกระทั่งปรากฎเป็นเงามนุษย์อยู่ตรงหน้าของเรย์ลิน

กัวริชาและโดโดเรียได้แต่ยืนงง ส่วนนิสซ่านั้นถึงกับตกใจและถอยออกมาหลายก้าว

“ฉันไม่คิดเลยว่าภายใน 1 ปีเขาจะแข็งแกร่งขึ้นได้ถึงระดับนี้ ไม่มีทางไหนที่จะลดความแตกต่างระหว่างพรสวรรค์พวกนี้ได้จริงๆน่ะหรอ?” กัวริชามองไปยังเรย์ลินที่กำลังร่ายเวทมนตร์ด้วยสีหน้าซับซ้อน

เรย์ลินไม่ได้สนใจกัวริชาแม้แต่น้อย ในตอนนี้สมาธิทั้งหมดกำลังจดจ่อกับสิ่งที่เขาเรียกออกมาด้านหน้า

“นี่สำหรับเจ้า!” เรย์ลินพูดเป็นภาษาไบร่อน และยื่นขวดทดลองที่บรรจุน้ำหนองสีเหลืองของนิสซ่าให้กับเงาที่เขาเสกขึ้นมา

สายตาของเงาเรืองแสงขึ้นสีแดง ในเมื่อมันไม่มีมือ มันจึงกัดขวดทดลงด้วยปากตรงๆ “กรอบ!”

เสียงขวดทดลองแตกดังขึ้นและเงาตัวนี้ทำการกลืนน้ำหนองสีเหลืองลงไปในท้อง

“ฮ่า ฮ่า!” เมื่อหนองเข้าไปอยู่ในร่างกายของมัน ร่างของเงาที่ปรากฎดูเหมือนจะไม่เสถียร มีเสียงคำรามดังขึ้น เหงื่อของเรย์ลินเริ่มปรากฎให้เห็นบนหน้าผาก

“คริน-ซิดาเมอซี” ขณะที่เรย์ลินกำลังสวดอยู่นั้น เขาก็ได้ทำการหยิบหินสีเขียวเข้มออกมาหลายก้อนและโยนเข้าไปที่เงา

ผ่านไป 3 ถึง 4 นาที เงาดำก็หยุดคำรามและสงบลงและพูดบางอย่างกับเรย์ลิน

กัวริชาและคนอื่นฟังอยู่ใกล้ๆ แต่มันไม่ใช่ภาษาที่พวกเขาคุ้นเคย และมันก็ไม่ใช่ภาษาไบร่อนอย่างแน่นอน

นับตั้งแต่สมัยโบราณ เหล่าจอมเวทย์ได้ใช้เวลาหลายปีในการคิดค้นภาษาสำหรับเวทมนตร์ขึ้นมา และการที่จะเรียนรู้มันในสมัยนี้ล้วนเป็นเรื่องเพ้อฝันทั้งนั้น

เงาดำยังคงทำการหอนคำราม และในที่สุดมันก็หายไปหลังจากที่ได้ทำการคำรามครั้งสุดท้ายออกมา

เรย์ลินมองไปที่เงาดำที่กำลังจางหายไป ช่วยไม่ได้ที่เขาจะถอนหายใจออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา

“เป็นไงบ้าง?” นิสซ่าถามขึ้น นี่เป็นปัญหาของเธอ เธอจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากที่สุด

“มันเป็นเรื่องที่ยากมาก! ร่างกายของเธอมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สภาวะแบบนี้ไปอย่างสมบูรณ์แล้ว และยังมีสารพิษปนเปื้อนจำนวนมากหมุนเวีนยนอยู่ในตัว นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเป็นนักเวทย์เธอคงตายไปนานแล้ว” เรย์ลินส่ายหัว

หลังจากได้ยินสิ่งที่เรย์ลินกล่าว ดวงตาของนิสซ่าซีดจางลงและเธอถอยหลังออกไปหลายก้าว

“อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่าจะไม่มีหนทางรักษาเลยซะทีเดียว!” เรย์ลินพูดต่อ

“หมายความว่ายังไง? ไม่ว่าเงื่อนไขอะไรก็ตามฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้นิสซ่ากลับมาเป็นเหมือนเดิม!” โดโดเรียกำหมัดแน่น

“ใช่แล้ว เราควรจะคิดหาทางด้วยกัน จากนั้นเราก็จะสามารถช่วยนิสซ่าได้ในที่สุด” กัวริชากล่าวสมทบ

“วิธีแรกคือให้นิสซ่าพัฒนาตัวเองไปถึงขั้นจอมเวทย์ให้ได้ จอมเวทย์สายสามารถใช้รังสีเวทย์มนตร์ที่หนาแน่นเพื่อเปลี่ยนสภาพร่างกายได้ ตราบใดที่เธอใช้เวลาฝึกฝนตัวเอง เธอจะสามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นภาพลักษณ์เดิมได้อย่างแน่นอน!”

เรย์ลินพูดช้าๆ การเปลี่ยนร่างทางกายภาพจำเป็นต้องผ่านรังสีที่ปรับโดยเจ้าตัวเอง ไม่มีหนทางที่จอมเวทย์คนอื่นจะช่วยได้ อาจจะเป็นฟันเฟืองที่ใหญ่ที่สุดหากเธอพยายาม

“เป็นจอมเวทย์เนี่ยนะ? ฉันเพิ่งจะเป็นแค่นักเวทย์ระดับ 1 เท่านั้น!” นิสซ่าพูดพร้อมกับกระพริบตาปริบๆแต่มันก็ทื่อลงทันที

“ข้อนี้ยากเกินไป แต่มันก็ยังถือเป็นตัวเลือกนึง แล้ววิธีอื่นหล่ะ?” โดโดเรียถาม

“มันเป็นอีกหนึ่งหนทางที่ฉันคิดออกได้ คือต้องใช้ยาสมานแผลอะควารีเจีย มันสามารถชำระล้างพิษที่อยู่ในร่างนิสซ่าและสามารถทำให้เธอกลับมามีรูปลักษณ์เหมือนเดิมได้อย่างง่ายดาย” เรย์ลินอธิบายถึงวิธีช่วยข้อที่สอง

“ยาสมานแผลออะควารีเจีย! พระเจ้า! นั้นมันยาที่จอมเวทย์ใช้ไม่ใช่หรอ? ยาชนิดนี้ต้องใช้ผลึกเวทมนตร์อย่างน้อย 1000 ก้อนสำหรับแลกกับยาหนึ่งขวด!” ดวงตาของกัวริชาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า

“ใช่แล้ว! พิษในร่างกายของนิสซ่าค่อนข้างรุนแรง ต้องใช้ยาระดับเดียวกับเหล่าจอมเวทย์เท่านั้นถึงจะช่วยรักษาพิษร้ายในตัวเธอได้” เรย์ลินชี้แจงคำตอบอย่างมั่นใจ

“มันมีเพียงสองทางนี้ที่ฉันคิดออก แต่ฉันจะลองถามอาจารย์ที่ปรึกษาของฉันให้!”

นี่คือสองหนทางที่ดีที่สุดแล้วจากคำแนะนำจากเอไอชิป เรย์ลินเชื่อว่าแม้จะเป็นศาสตราจารย์ครอฟท์ก็ไม่ได้ช่วยให้หนทางอะไรที่ดีมากกว่าไปกว่านี้

“จอมเวทย์หรอ? ผลึกเวทมนตร์พันก้อนหรอ? ฉันจะต้องทำมันให้ได้!” ตาของนิสซ่าลุกฮือขึ้นพร้อมกับกำมือไว้แน่น

“ฉันต้องขอโทษอย่างมากที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเธอได้เลย โปรดช่วยรับยานี้เอาไว้ มันจะช่วยลดอาการเจ็บปวดในตอนกลางคืนลงได้!”

เรย์ลินกล่าวขอโทษพร้อมคำนับเล็กน้อยและยื่นขวดยาสีชมพูที่หยิบออกมาจากถุงคาดเอวให้แก่นิสซ่า เขาทำได้เพียงเท่านี้จริงๆ

“เธอรู้เรื่องนั้นได้ยังไง?” นิสซ่าตกใจเล็กน้อยกับสิ่งที่ได้ยินจากเรย์ลิน

จากการตอบสนองของร่างกาย ดูเหมือนว่าอนุภาคของพลังงานจะตอบสนองได้มากที่สุดในช่วงเวลาเที่ยงคืน ซึ่งนั้นเป็นช่วงเวลาที่เธอจะรู้สึกเจ็บปวดมากที่สุด!” เรย์ลินอธิบาย

“นิสซ่า! ทำไมเธอไม่เคยบอกเรื่องนี้กับฉันเลย!” ดวงตาของโดโดเรียแสดงอาการโกรธขึ้นอีกครั้ง

“เธอทำเพื่อฉันมามากพอแล้ว” นิสซ่าตอบ

“รับไว้!” เรย์ลินยื่นขวดยาให้กัวริชารับไว้และหันหลังพร้อมกับเดินออกไปจากห้อง

สามคนที่เหลืออยู่ในห้องต่างเงียบกริบ “เอายังไงต่อทีนี้” กัวริชาพูดขึ้นคนแรก

“เป็นจอมเวทย์ให้ได้อย่างนั้นน่ะเหรอ? นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะพวกเรานั้นด้อยพรสวรรค์ ส่วนการหาผลึกเวทมนตร์เพื่อนำมาแลกกับยาสมานแผลอะควารีเจียยิ่งแล้วใหญ่! ” โดโดเรียกล่าว

“ถ้าพวกเราทั้งสามคนช่วยกันรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่หาได้ และขอยืมผลึกเวทมนตร์จากนักเวทย์คนอื่นๆ บางทีเราอาจจะ……..” โดโดเรียแทบจะหมดหวังกับสิ่งที่ตัวเองพูด นักเวทย์ทุกคนล้วนใช้ผลึกเวทมนตร์เพื่อแลกกับความรู้และอุปกรณ์ต่างๆเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังที่แข็งแกร่งขึ้น ไม่มีทางที่จะมีใครยอมให้ยืมผลึกเวทมนตร์แน่ๆ

“ไม่! ฉันจะต้องเป็นจอมเวทย์ให้ได้!” นิสซ่าพูดอย่างช้าๆ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหานี้

“จากพรของศาสตราจารย์ของฉัน ร่างกายป้องกันกัมมันตรังสีได้มากกว่าคนทั่วไป อย่างน้อยๆก็ยังมีเรื่องดีๆอยู่บ้าง ฉันควรจะทำภารกิจให้มากขึ้นเพื่อให้ผลึกเวทมนตร์และพัฒนาตัวเองต่อไป! ฉันไม่สามารถยืนหลบอยู่หลังพวกเธอสองคนได้อีกแล้ว”

นิสซ่าฝืนยิ้มออกมา แต่ลึกๆในใจนั้นมันดูน่าสมเพศยิ่งกว่าการร้องไห้เสียอีก

“ทำไม? ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้?” โดโดเรียพูดพร้อมร้องไห้ออกมา

กัวริชารีบดึงเธอเข้ามากอดราวกับทั้งสองคนเป็นคู่รักกันมานาน

“หากเล่นไปตามบทของนวนิยายในโลกเดิมของเราก่อนหน้านี้ เราคงจะทำการขายยาของเราเพื่อให้ได้ผลึกเวทมนตร์ที่สามารถช่วยรักษานิสซ่าได้ ในขณะเดียวกันก็จะพัฒนาตัวเองไปสู่การเป็นจอมเวทย์และแก้แค้นให้นิสซ่ากับสิ่งที่เกิดขึ้น”

เรย์ลินจินตนาการไปไกล

“น่าเสียดายที่นี้คือชีวิตจริง! นิสซ่ากับเราไม่ถือว่าเป็นเพื่อนกันด้วยซ้ำ เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เคยได้พบกันเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น การให้ยาแก้ปวดยาไปก่อนหน้านี้ก็มากเพียงพอแล้ว นั่นถือเป็นการแสดงน้ำใจให้เห็นว่าเรามาจากที่เดียวกัน!”

“สำหรับผลึกเวทมนตร์ จำนวนที่มีอยู่ตอนนี้แทบจะยังไม่พอสำหรับตัวเองด้วยซ้ำ แล้วเราจะเสียมันไปได้อย่างไร? หนึ่งก้อนที่เสียไปต้องเป็นการใช้จ่ายสำหรับตัวเองเท่านั้น!”

เรย์ลินเดินออกจากหอด้วยสีหน้าที่เยือกเย็น

เขาจะไม่ทำอะไรเพื่อนิสซ่าทั้งนั้น และเธอก็ควรจะพึ่งพาตัวเธอเอง

หลังจากที่เดินผ่านสวนดอกไม้ที่อยู่ข้างหอ กลิ่นหอมของดอกไม้ที่กำลังสังเคราะห์แสงแดดจากหลังคาลอยมาแตะจมูกเรย์ลิน เขาจึงเริ่มรู้สึกดีขึ้น

เรย์ลินเดินไปที่ม้านั่งยาวตัวหนึ่ง เขานั่งลงและจ้องมองเหล่านักเวทย์ที่เดินผ่านไปมา จิตใจเริ่มสงบ

“ออกมารับความอบอุ่นจากแสงแดดในบางครั้งก็ถือเป็นเรื่องที่ใช้ได้เลยจริงไหม?”

เสียงจากชายที่นั่งอยู่ข้างๆ สวมผ้าคลุมสีเทา แทรกเข้ามาในหูของเรย์ลิน

“เจย์เดนหรอ?” เรย์ลินเบิกตากว้าง

[บี๊บ! เจย์เดน ความแข็งแกร่ง: 1.9 ความว่องไว: 2.7 พละกำลัง: 3.1 พลังวิญญาณ: 5 นักเวทย์ระดับ 2 ตรวจพบร่างกายเป้าหมายมีคลื่นพลังงานจากอุปกรณ์เวทย์มนตร์ระดับต่ำ เป้าหมายถูกจัดว่าเป็นตัวอันตราย!] เอไอชิปแสดงผลของเจย์เดนในความคิด

พลังวิญญาณของเจย์เดนสูงที่สุดในหมู่นักเวทย์ พละกำลังของเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยปกติเหล่าจอมเวทย์จะพยายามเพิ่มพละกำลังของพวกเขาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงร่างกายที่จะพัฒนาขึ้นในอนาคต

ตอนนี้พลังวิญญาณของเจย์เดนสูงกว่าเรย์ลิน เขายังมีอุปกรณ์เวทมนตร์เสริมพลังอีกด้วยแต่กลับไม่มีใครรู้ว่าประสบการณ์การต่อสู้ของเขาเป็นยังไง

“คำนวณโอกาสจะชนะหากต้องสู้กับเจย์เดน!”

[เริ่มการจำลอง อัตราความสำเร็จ: 57.82%!] เอไอชิปให้ข้อมูล

“เกินครึ่งมานิดเดียว ดูเหมือนว่าอุปกรณ์เวทย์มนตร์ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยและเจย์เดนก็ไม่ใช่คนที่จะเอาชนะได้ง่ายๆ”

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: