ตอนที่ 40 โลกของการแนะนำ

Nae แปล, Keepwalk แปล

หลังจากการสแกนของเอไอชิป เรย์ลินได้เข้าใจถึงความแข็งแกร่งของเจย์เดนขึ้นมาอีกหน่อย

เรย์ลินนั้นถือเป็นนักเวทย์ระดับ 2 ที่มีประสบการณ์การต่อสู้สูงเมื่อเทียบกับเหล่านักเวทย์ในระดับเดียวกัน หากเจย์เดนไม่มีอุปกรณ์เวทมนตร์ที่เป็นตัวช่วยเสริมพลัง แน่นอนว่าเรย์ลินมีโอกาสที่จะเอาชนะได้สูงทีเดียว

เจย์เดนมีอุปกรณ์เวทมนตร์แต่ก็ยังด้อยกว่าเรย์ลินเล็กน้อย นั่นแปลว่าความแข็งแกร่งด้านการต่อสู้ของเขาด้อยกว่าเรย์ลิน แม้ว่าจะเคยมีประสบการณ์ต่อสู้มาบ้างแต่มันก็ยังน้อยเมื่อเทียบกับเรย์ลิน

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นจากไอเอชิปเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงการต่อสู้มีปัจจัยหลายอย่างและผลลัพธ์อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

“เจย์เดน ฉันไม่ได้เจอนายนานมาก!” เรย์ลินกล่าวทักทาย

เจย์เดนไม่รู้เรื่องการวัดค่าพลังจากเรย์ลินเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย เขาได้จัดระเบียบผ้าคลุมและนั่งลงข้างเรย์ลิน

ใบหน้าของเจย์เดนขาวซีด ขณะที่ใบหน้าขาวสว่างได้ยกขึ้นปะทะกับแสงอาทิตย์

“ฉันไม่ได้อาบแดดแบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่เลือกอาจารย์ที่ปรึกษา ตารางเรียนก็แน่นตลอด ทั้งการฝึกสมาธิ ทำการทดลอง รวมถึงการเรียนต่างๆของฉันอีกด้วย!”

เจย์เดนยืดเส้นยืดสายดูผ่อนคลาย

“ฉันได้ยินมาว่านายทำได้ดีภายใต้การเป็นผู้ช่วยของศาสตราจารย์ครอฟท์สินะ”

“ไม่หรอก ฉันแค่ทำการปรุงยาเพื่อแลกมันกับความรู้เท่านั้นเอง” เรย์ลินตอบอย่างถ่อมตัว

“แต่นายก็ยังได้ออกไปทำภารกิจกับพวกคาร์ลิเวีย นายไปรวมกลุ่มกับพวกนั้นได้ยังไง?” เจย์เดนกล่าวพร้อมยิ้ม

เรย์ลินพูดไม่ออกเล็กน้อย เขาไม่ทันคิดว่าพวกเด็กเหล่านี้ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ ถึงอย่างนั้นเขาลืมไปว่าตัวเองก็ยังเป็นเด็กชายอายุ 14

“พวกเราทุกคนต่างก็คนกันเองทั้งนั้น ในครั้งก่อนก็แค่ทำภารกิจร่วมกันโดยบังเอิญหน่ะ!” ถึงแม้เรย์ลินจะไม่ได้กลัวเจย์เดนแม้แต่น้อย แต่เขารู้สึกว่าควรหลีกเลี่ยงปัญหาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เจย์เดนมองมาที่เรย์ลินอยู่หลายครั้ง ไอเอชิปได้แจ้งกับเรย์ลินว่าตัวเขาถูกตรวจสอบคลื่นสมองอยู่หลายครั้ง ดูเหมือนว่าเจย์เดนจะใช้คาถาบางอย่างเพื่อตรวจสอบเรย์ลินว่าพูดความจริงหรือไม่

ผ่านไปไม่นานเจย์เดนได้เผยรอยยิ้มขึ้น

“ฉันประเมินนายไว้สูง! ฉลาด! รอบคอบ! ถ้านายยังอยู่กับพวกคาร์ลิเวียก็มีแต่จะทำให้นายตกต่ำลง หากนายต้องการความรู้ ชื่อเสียงหรือแม้กระทั่งได้รับชีวิตที่ดีขึ้น มีเพียงทางเดียวคือนายต้องเปลี่ยนไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่มีระดับสูงขึ้น”

เจย์เดนลุกขึ้นและพูดด้วยโทนเสียงเหมือนเดิม “ฉันขอแนะนำให้นายรีบออกไปจากสถาบัน!”

“อะไรนะ! นายพอจะอธิบายได้ไหม?” จิตใจของเรย์ลินบีบแน่นกับถูกรัดด้วยอะไรบางอย่างและเขารีบถามขึ้นทันที

แต่ว่าเจย์เดนได้แต่ยิ้ม และเดินจากไปโดยที่ไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย

หลังจากที่ร่างเจย์เดนหายลับไปในคลองสายตา เรย์ลินกลับไปนั่งที่ม้านั่งตัวเดิม

“ทำท่าอย่างกะคนลึกลับเหมือนกับคนแข็งแกร่งขนาดนั้น และแม้แต่จะโน้มน้ามฉันให้อยู่ใต้ปีกมันอย่างงั้นน่ะหรอ สนุกรึไงกัน? นี่เขาคิดว่าตัวเองเป็นตัวละครหลักของนิยาย?”

“แต่ว่า! เจย์เดนเป็นถึงนักเวทย์เกรดห้าและมีแนวโน้มสูงที่จะผ่านไปสู่จอมเวทย์ เขาทั้งยังได้รับข่าวสารต่างๆได้เร็วกว่าฉันแน่นอน ฉันกลัวว่าจะต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ!” ใบหน้าของเลย์ลินหมองลง

……

ภายในห้องที่มืดมน ไฟราคะได้ลุกโชติช่วงขึ้น บรรยากาศที่สุดแสนจะบรรยายอัดแน่นอยู่ภายในห้อง

มีเสียงร้องครวญครางของหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังดังอยู่ผสมผสาญเข้าด้วยกันกับเสียงหืดหอบโทนเสียงต่ำๆของชายหนุ่มผู้หนึ่ง

หลังจากที่ผ่านจุดสุดยอดร่วมกันไปแล้ว หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนบนอ้อมแขนของชายหนุ่มคู่ของเธอ

“เธอนี่สุดยอดราวกับสิงโตเลย!” นีล่าพูดออกมาอย่างชัดเจน

เรย์ลินนอนอยู่ด้านหลังของนีล่าและไม่ได้พูดประโยคอะไรออกมา

วันนี้เขาต้องรับรู้หลายสิ่งหลายอย่างซึ่งมันทำให้เขารู้สึกอึดอัดและต้องการที่จะระบายมันออกมากับใครสักคน ดังนั้นเขาจึงมองหานีล่า

ช่วงเวลานี้ เขาได้ติดพันอยู่กับนีล่ามาสักระยะหนึ่งแล้ว ในโลกนี้ทุกคนค่อนข้างที่จะเปิดกว้างเรื่องเพศสัมพันธ์ หลายคนเสียบริสุทธิ์ตั้งแต่อายุ 11-12 ปี เรย์ลินและนีล่าล้วนมีความต้องการทางเพศ เขาทั้งคู่จึงตกลงที่จะมีความสุขร่วมกันอยู่บ่อยครั้ง และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่พวกเขาทั้งสองมาเจอกันและมันก็เพิ่งจะผ่านมาไม่นานหลังจากที่พวกเขาเพิ่งเจอกันมาเมื่อครั้งล่าสุด

กรณีนี้ นีล่าไม่ได้เวอร์จิ้น ส่วนเรย์ลินเองก็ไม่ได้เป็นคนดีในโลกเดิม ทั้งคู่ต่างต้องการความรักและเซ็กส์ แต่มันก็ไม่ดีนักที่จะมีเพื่อนเพื่อหวังผลประโยชน์

ด้วยการควบคุมของเอไอชิป เขามั่นใจได้ว่าจะไม่ได้วางไข่เอาไว้ ดังนั้นแล้วเขาจึงสนุกได้เต็มที่

พอคิดได้เช่นนี้ เรย์ลินรู้สึกว่าช่วงล่างได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

“อ๊า!” นีล่าปล่อยเสียงร้องออกมาและเรย์ลินได้หยุดเธอที่กำลังจะปืนขึ้นไปคร่อมเขา ริมฝีปากเรย์ลินเรียวโค้งอย่างชั่วร้ายและกดหัวนีล่าลงต่ำ

นีล่ากรอกตาเธอไปที่เรย์ลินแต่ริมฝีปากยิ้มอย่างเจ้าชู้ขณะที่เธอมุดลงไปใต้ผ้าห่ม

เรย์ลินส่งเสียงร้องอย่างพึงพอใจและโน้มตัวบนกำแพงอย่างแผ่วเบา สองมือคลึงคู่อกของเธอและประสาทสัมผัสได้สอดประสานกันรู้สึกราวกับฟองน้ำอันนุ่มนิ่มได้ส่งผ่านมาที่มือทั้งสองข้าง

ในเวลาต่อมา นีล่าได้ลุกขึ้นและเดินไปห้องอาบน้ำด้วยร่างกายเปลือยเปล่า

ขณะที่เขาได้ยินเสียงฮึมฮัมเพลงอย่างน่ารักและเร้าใจขณะที่เธอกำลังอาบน้ำ เรย์ลินได้เริ่มคิดภารกิจของวันใหม่

“ฉันไม่ควรกังวลเรื่องนิสซ่าอีกต่อไป แม้ว่าคำเตือนของเจย์เดนจะฉุกละหุมาก ฉันก็ควรจะคิดจริงจังในคำเตือนนั้น เรื่องนี้อาจจะมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอกสถาบัน เรื่องต่อไปก็คือการตรวจสอบว่านักเวทย์เกรดห้าคนอื่นๆออกไปไหนกัน”

สถาบันคงไม่ทิ้งเหล่านักเวทย์ที่มีโอกาสสำเร็จในการก้าวข้าวสู่จอมเวทย์อย่างเป็นทางการได้ง่ายๆแน่ ถ้าหากสถาบันปลอดภัย พวกเขาก็คงอยู่ที่นี่ แต่หากทั้งหมดนั้นได้ออกจากสถาบันด้วยเหตุผลหลากหลาย นั่นก็หมายความได้ว่าสถาบันเองอาจจะเผชิญกับอันตรายในอนาคตใกล้ๆ

“ฮาโรชิกำลังกวาดล้างพื้นที่นอกสถาบันตั้งแต่การตายของเพอร์รี่ หลังจากเขากวาดล้างเสร็จ มันจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุด!” ดวงตาเรย์ลินทอแววประกาย

“ทูนหัวของฉัน กำลังคิดอะไรอยู่กันจ้ะ?”

นีล่าโน้มตัวเองมาที่เรย์ลิน เนินนุ่มสองกองได้กดมาที่แขนขวาเรย์ลิน

“แค่คิดอะไรนิดหน่อยน่ะ!” เรย์ลินยิ้ม “ก่อนหน้านี้ท่านฮาโรชิดูเหมือนจะสร้างความสับสนวุ่นวายครั้งใหญ่ข้างนอกสถาบัน!”

“เธอก็ได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกันหรอ? กับเพอร์รี่ด้วย?” นีล่านอนบนอกของเรย์ลิน

“ใช่แล้ว! การเสียนักเวทย์อัจฉริยะเกรดห้าและจอมเวทย์ในอนาคต เป็นใครก็ต้องบ้าเหมือนกัน!”

เรย์ลินพูดอย่างอ่อนโยน “เธอมีชมรมของตัวเองนี่นา ฉันต้องการให้ช่วยหาอะไรสักเล็กน้อย!”

นีล่ายิ้มหวาน “ฉันจะช่วยเธอเอง พ่อราชสีห์ของฉัน!”

“อย่าเรียกฉันแบบนั้นนะ! มันรู้สึกแปลกๆ! มันจะทำให้ฉันคิดว่าเป็นสิงโตน่ะสิ!” เรย์ลินกรอกตาตัวเอง

“เอาหล่ะ! เลิกพูดเรื่องนี้ดีกว่า แต่เป็นเรื่องที่เครียดกว่านั้น” เรย์ลินใบหน้าเคร่งขรึม

เห็นเรย์ลินทำท่าทางแบบนั้น นีล่าก็หยุดยิ้มไปด้วย

การเข้าใกล้เรย์ลินทำให้สถานะของเธอยกสูงขึ้นและได้ทรัพยากรมากขึ้น ดังนั้นเธอเข้าใจเรื่องนี้ดี

“ช่วยฉันตรวจสอบผลการต่อสู้ของฮาโรชิให้หน่อย หาพื้นที่ปลอดภัยรอบๆสถาบันตอนนี้ให้ด้วย สุดท้ายฉันต้องการจะรู้ว่าพวกนักเวทย์เกรดห้าไปที่ไหนกัน!”

เรย์ลินกระซิบเช้าที่หูนีล่า

“ฉันเข้าใจแล้ว!” นีล่าจับหัวเรย์ลินด้วยสองมือ “มันจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นสินะ?”

“ฉันก็หวังว่ามันเป็นแค่จินตนาการก็พอ!”

……

ในตอนเช้าของวันที่สองหลังจากเขาเดินออกมาจากห้องนีล่า เรย์ลินรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าและเต็มไปด้วยพลังงาน มันเหมือนกับการระบายออกจะช่วยให้ดึงอารมณ์เขาให้คงที่ได้มาก

หลังจากคิได้ชั่วครู่ เรย์ลินก็ไปอาบน้ำจากนั้นก็ไปหาศาสตราจารย์ครอฟท์

ครอฟท์กำลังปรุงยา ดวงสีแดงสดใสหลายตัวกำลังปีนภายในขวดทดลอง มีพื้นที่เหลืออีกครึ่งในขวดทดลองนั้น มันค่อนข้างน่าสะอิดสะเอียนไปหน่อย

“เธอมาที่นี่! มีอะไรรึเปล่า?”

ครอฟท์จ้องหลอดทดลองใกล้ๆขณะที่เขาโรยกลีบสีม่วงใส่หลอดทดลอง

ด้วงแดงรีบพุ่งเข้าหากลีบดอกพวกนั้น หลังจากนั้นพวกมันก็ละลายกลายเป็นของเหลวสีเขียว

หลายสิบวินาทีต่อมา ครึ่งนึงของขวดทองลองที่มีด้วงสีแดงก็กลายเป็นน้ำยาสีเขียว

“ทักษะของท่านน่าอัศจรรย์มาก!” เรย์ลินอ้าปากค้าง

“ฮ่าฮ่า! มันก็แค่การฝึกฝนน่ะ!” ครอฟท์ส่ายหัว “เธอมักจะมาหาฉันทุกครั้งที่มีปัญหา งั้นก็บอกมาเถอะ!”

“เรื่องแบบนี้ ผมไม่ได้เจอพี่เมอร์ลินมานานแล้ว พอจะรู้บ้างไหมว่าเขาหายไปไหน?” เรย์ลินสูดหายใจลึก

“เมอร์ลินน่ะหรอ?” ใบหน้าครอฟท์ยิ้มอย่างลึกลับ “เขารับภารกิจและออกไปจากสถาบันแล้ว!”

“นานแค่ไหนครับ?”

“ประมาณปีถึงปีครึ่งได้! มันอาจจะนานกว่านั้น!” น้ำเสียงครอฟท์ดูเข้มงวดแต่เต็มไปด้วยคำใบ้อยู่ในนั้น

“คำถามสุดท้าย ภารกิจนั้นได้แนะนำจากตระกูลที่สนับสนุนพี่เมอร์ลินหรือครับ?”

เรื่องตระกูลที่เป็นสายใยของอัจฉริยะด้านการปรุงยาจากอบิซอลโบนนั้น อิทธิพลของพวกเขาควรจะอยู่จุดสูงสุด นอกจากนั้นพวกเขายังมีความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับสถาบันอบิซอลโบนด้วยเช่นกัน ดังนั้นเรื่องข่าววงในอาจะได้ผลมากกว่าครอฟท์

“ใช่!” ครอฟท์ตอบคำถามอย่างมั่นใจ “เธอก็รู้ว่ามีบางอย่างที่เป็นข้อตกลงระหว่างฉันกับสถาบัน ดังนั้นฉันไม่สามารถพูดตรงๆได้ แต่ถ้าหากเธอสำรวจมันด้วยตัวเอง เมื่อนั้นฉันก็ยุ่งเกี่ยวด้วยไม่ได้!”

“แม้ว่าเธอไม่ได้กังวลมากนัก พรสวรรค์ด้านการปรุงยาของเธอเป็นรองเพียงเมอร์ลินเท่านั้นและสถาบันก็ยังต้องการพรสวรรค์แบบเธอด้วยเช่นกัน!” ครอฟท์ปลอบเขาอย่างสบายใจ

“ครับ!” เรย์ลินยิ้มอย่างขมขื่น ดูเหมือนว่าสถาบันยังมีตัวเลือกให้กับคนที่พรสวรรค์ดีอยู่นิดหน่อย พวกคนที่มีพรสวรรค์แบบเจย์เดนและเมอร์ลินที่อยู่เกรดห้าต่างได้รับเวลาที่มากพอที่จะฉุกคิดได้ แต่เมื่อมันเป็นเขาที่ได้รับการปฏิบัติที่น้อยกว่า จนถึงตอนนี้เขาเพียงได้รับคำใบ้จากศาสตราจารย์เท่านั้น

ส่วนคนที่พรสวรรค์แย่ลงหน่อย พวกเขาอาจจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเขาตายได้ยังไง

แม้ว่าเรย์ลินจะไม่ค่อยเข้าใจดีเท่าไหร่ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเข้าใจได้นั่นก็คือ สถาบันไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว!

เป็นอีกครั้งที่เรย์ลินต้องการออกจากสถาบันอย่างเห็นได้ชัด “ดังนั้น ขอผมไปรับภารกิจได้ไหม?”

“ได้สิ! ไปที่เคาเตอร์บริเวณพื้นที่ภารกิจและบอกความตั้งใจของเธอให้ชัดเจน พวกเขาจะเข้าใจได้ว่าพรสวรรค์ของเธอไม่ได้แย่นักและพรสวรรค์ด้านการปรุงยากระทั่งโดดเด่น!”

ครอฟท์พยักหน้า

“ขอบคุณครับ!” เรย์ลินรีบโค้งคำนับ การยอมให้นักเวทย์ออกไปเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขา นอกจากนั้น เขายังไม่ต้องการจะอยู่มองสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น

หลังจากเรย์ลินได้ช่วยครอฟท์ทำการทดลองไม่กี่อันในการปรุงยา ทั้งเขายังมีโอกาสหาคำตอบให้กับปัญหาที่นิสซ่าเจอ น่าเสียดายที่แม้แต่ครอฟท์ก็ไม่มีวิธีดีดีให้ได้

หลังจากสั่งลาศาสราจารย์ของตัวเอง เรย์ลินเดินออกไปข้างนอก “มีเพียงตระกูลเล็กๆที่หนุนหลังบิ๊กกี้ ส่วนคาลิเวียร์และคนอื่นๆต่างไม่ใช่นักเวทย์เกรดห้า ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วพวกเขาไม่ได้รับข่าวสารอะไรเพิ่มเติมอีก ฉันกลัวว่าฉันจะทิ้งคำใบไว้ให้พวกเขา ส่วนพวกเขาจะเข้าใจหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับโชคแล้วหล่ะ!”

ในห้องโถงอาหารชั้นสอง แสงคริสตัลอันงดงามได้ส่องประกายแพรวพราว นักดนตรีหลายสิบชีวิตต่างร่วมกันบรรเลงเพลง การฟังดนตรีขณะที่ลิ้มรสอาหารไปด้วย ช่างเป็นสิ่งสำราญใจอย่างมาก

นอกจากนี้ อาหารที่นี้ทั้งหมดได้ตระเตรียมดูแลอย่างสูงสุด ไม่เพียงแต่มันเพิ่มค่าสถานะเท่านั้น มันยังเพิ่มกระบวนการทำสมาธิอีกด้วย ซึ่งนี่มักจะเป็นสิ่งที่ทั้งนักเวทย์และจอมเวทย์ต่างก็ชอบ

แม้ว่าจะมีลูกค้าไม่กี่คนที่นี่ ใบหน้าส่วนใหญ่ของพวกเขาต่างมืดหม่นและต่างก็มีสายตาที่ไม่สนใจอาหารสักนิด

เรย์ลินนั่งหน้าโค้ทขนห่าน และพลักเหยือกอุ่นๆไปหานีล่า “นี่เป็นโกโก้ร้อนที่มีส่วนผสมของไข่มุกดำอยู่ข้างใน มันช่วยให้ประโยชน์ในการฝึกทำสมาธิ ทำไมเธอไม่ลองมันหล่ะ?”

นีล่านั่งอยู่ตรงข้ามเขายิ้มอย่างขมขื่น “ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ฉันก็คงจะตื่นเต้นเอามากๆ แต่ตอนนี้…”

Facebook Comments