พ่อมดแห่งโลกเวทมนตร์ ตอนที่ 6 ความขัดแย้ง

ตอนที่ 6 ความขัดแย้ง

@nae แปล

Keepwalk เกลา

“สถาบันอัศวินแห่งจักรวรรดิ…อืมม”

เรย์ลินรู้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถาบันอัศวินที่ดีที่สุดในอาณาจักรซาราด บ้านเกิดของจอร์จ ไม่แค่คัดเลือกเฉพาะขุนนางชั้นสูงเท่านั้น ยังต้องการความสามารถที่โดดเด่น มีคนกล่าวไว้ว่า มีเพียงอัจฉริยะเท่านั้นที่จะได้รับการยอมรับ!

“ทักษะดาบเป็นแค่งานอดิเรกของฉันเท่านั้น แต่การได้เป็นจอมเวทต่างหากที่เป็นเป้าหมายที่แท้จริง!”เรย์ลินกล่าว

การเป็นอัศวินที่แข็งแกร่งอาจจะเป็นเรื่องที่ดี แต่มันคงจะเป็นเรื่องยากกับตัวเรย์ลินตอนนี้ (สถานภาพตัวเองที่ยังอ่อนแอ) ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปได้ อย่างไรก็ตามสำหรับจอมเวทนั้นต่างออกไป จากที่ได้ยินมา คนเหล่านี้สามารถที่จะควบคุม ดิน ฟ้า อากาศ รวมถึงสายฟ้า ได้อย่างชำนาญ และพวกเขายังมีอายุที่ยืนยาวมากอีกด้วย

สำหรับความยิ่งใหญ่ของจอมเวทนั้นเป็นอะไรที่อยู่เหนือขอบเขตของมนุษย์ยิ่งขึ้นไปอีก และสิ่งที่เรย์ลินยังไม่สามารถจินตนาการถึงได้

นอกจากนี้ จอมเวททุกคนจะเป็นกลุ่มคนหัวกะทิ เพียบพร้อมไปด้วยความรู้ มีทัศนคติ มุมมองที่เข้มงวดต่อการทดลองหาเหตุและผลต่างๆ บนโลก พวกเขาพยายามที่จะศึกษากฎต่างๆของธรรมชาติให้บรรลุถึงพลังอำนาจมหาศาลเพื่อที่จะใช้กับตัวพวกเขาเอง และแน่นอนว่าวิถีเหล่านี้ การกระทำแบบนี้เข้ากันได้ดีกับตัวเรย์ลินในโลกเดิมเพราะเขาเป็นนักวิทยาศาสตร์มาก่อน

“ใช่… และถึงแม้ว่าจะเป็นอัศวินที่ยิ่งใหญ่เพียงใด พวกเขาก็ยังเป็นได้แค่คนรับใช้ของเหล่าจอมเวทพวกนั้นเท่านั้น ความแข็งแกร่งของเหล่าจอมเวทถือเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และเป็นเรื่องยากที่เราจะจินตนาการถึง…… ” จอร์จ พูดในโทนเสียงร้องเพลง ด้วยสีหน้าที่จริงจัง

“ก็จริงในสิ่งที่นายพูดนะจอร์จ แต่มันไม่สำคัญหรอกว่านายจะพูดยังไง ตอนนี้ฉันคิดว่านายกำลังพูดจาเหมือนเหล่านักกวีขึ้นทุกทีแล้วนะ” เรย์ลินพูดพร้อมกับกลิ้งตาขึ้นเล็กน้อย

“ฮ่า ๆ …… เหตุผลที่ฉันพูดในทำนองนี้เพราะพ่อของฉันส่งฉันไปพื่อเข้ารับการฝึกอบรมสำหรับการเป็นขุนนางไงหล่ะ” จอร์จกลับมาอยู่ในสภาพเดิม(ไม่จริงจังละ)

ทันใดนั้นเองสายตาทะเล้นของจอร์จจ้องมาที่เรยลินและถามขึ้นว่า “จริงสิ เรย์ลินนายยังไม่มีคู่หมั้นใช่ไหม?

ทำไมฉันไม่แนะนำน้องสาวของฉัน มอลลี่ ให้กับนายนะ เธอเป็นสาวสวยที่รู้จักกันในวงกว้างเลยหละ….. “

ภายใต้แสงจันทร์ทั้งสองหนุ่มเดินออกมาจากลานทุ่งหญ้าที่พวกเขาเพิ่งจะประลองฝีมือกันไป

“ฝันดีจอร์จ”

“ฝันดีเรย์ลิน”

หลังจากที่เรย์ลินมอบดาบกางเขนคืนให้กับจอร์จพร้อมกล่าวอำลาในค่ำคืนนี้ เขาก็เดินกลับไปที่รถม้า

มีแสงสว่างเพียงรำไรที่ส่องสว่างเข้ามาในรถม้าของเขา ภายในยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นอับจากหยาดเหงื่อ ด้วยเหตุนี้ขุนนางหลายชั้นสูงส่วนใหญ่จึงปฏิเสธที่จะอยู่ในรถม้านานๆเกินความจำเป็น เพราะมันทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัว และเมื่อมีการหยุดพักขบวนรถม้าเมื่อไหร่ เหล่าขุนนางทั้งหลายจะออกมาวิ่งเล่นกันบนลานทุ่งหญ้าด้านนอก เหมือนดั่งม้าป่าที่มีโอกาส

ความสัมพันธ์ของคนบนโลกนี้เป็นเรื่องที่เปิดกว้างมาก สำหรับเหล่าชนชั้นสูง ด้วยความสามารถในการรับรู้ของเอไอชิปทำให้เรย์ลินสามารถค้นเจอคู่รักหลายคู่กำลังสนุกกันในบริเวณรอบๆ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาต้องออกไปหาสถานที่ที่ไกลออกไปเพื่อทำการฝึกฝน เรย์ลินใช้ความสามารถซุบเปอร์วิชัน(supervision)ในการมองเห็นจากเอไอชิปเพื่อจำลองฉากต่อสู้ หัวใจเรย์ลินเต้นแรงจากความโกรธหลังจากที่ระลึกได้ถึงการกระทำที่ต่ำทรามของเรย์ลินคนก่อน

“ใครจะไปคิดกันหล่ะ…ว่าหลังจากที่ร่างกายของฉันได้พัฒนาขึ้น ความปรารถนาของฉันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ …… “

เรย์ลินยิ้มอย่างขมขื่น

เขาสงบสติอารมณ์ลง “เอไอ ชิพแสดงสถิติร่างกายของฉัน! “

[เรย์ลิน ฟาร์เลีย

ความแข็งแกร่ง: 1.5

ความว่องไว: 1.6

พละกำลัง: 1.4

สภาพร่างกาย: สุขภาพดี]

เรย์ลินใช้เวลามากกว่าหนึ่งเดือนในการเริ่มต้นฝึกเทคนิคการหายใจของอัศวิน ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น

สภาพร่างกายของเรย์ลินในตอนนี้ไม่เพียงแต่พัฒนาขึ้นเทียบเท่ากับเหล่าขุนนางคนอื่นๆที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่ยังพัฒนาไปไกลจนแซงหน้าหลายคนไปแล้ว แม้กับจอร์จ เขายังคงปกปิดความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขา ซึ่งทำให้จอร์จวัดความสามารถของเขาผิดไปนั่นเอง “ไม่เลว…ฉันควรทำการบ่มเพาะในวันนี้ ” เรย์ลินกล่าว

เรย์ลินจัดตำแหน่งท่าที่เหมาะสมและเข้าสู่การบ่มเพาะ นี่คือกิจวัตรประจำวันที่เขาจะต้องทำทุกวัน ตามข้อมูลที่เอไอชิปแนะนำ หลังจากฝึกฝนการต่อสู้ในตอนตอนกลางคืนแล้ว เขาควรจะฝึกฝนเทคนิคการหายใจอีกครั้งเพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด

หลังจากทำการบ่มเพาะผ่านไป 20 นาที ร่างกายของเรย์ลินก็เต็มไปด้วยเหงื่อ แต่ปริมาณของสิ่งสกปรกสีดำที่ขับออกมานั้นมีปริมาณน้อยกว่าครั้งก่อนๆ

“ฟู่ววว….” เรย์ลินลืมตาขึ้นและมองมาที่ร่างของตัวเอง “ผลลัพธ์จากการฝึกเทคนิคการหายใจลดน้อยลง ต้องมีอะไรแน่ๆ”

เรย์ลินกล่าวด้วยขัดใจเล็กน้อย เขาสั่งการให้เอไอชีพทำการประมวลผล สำหรับเทคนิคการหายใจของตระกูลฟาเรียร์

แม้จะต้องใช้เวลานานในการฝึกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ในที่สุดมันสามารถช่วยเพิ่มค่าพลังทางสถิติของร่างกายถึง 2 จุดเลยทีเดียว หลังจากนี้ฉันต้องพึ่งพลังของตัวเองให้มากขึ้น รวมถึงการกระตุ้นจากสิ่งเร้าภายนอกจากประสบการณ์เฉียดตายของจริง เพื่อพยายามกระตุ้นพลังชีวิต มีเพียงทางเดียวที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้อีกครั้ง…… “

เรย์ลินนึกอะไรขึ้นได้!

เขานำผลไม้ชนิดนึงที่เก็บได้จากวันที่ไปอาบน้ำออกมาจากกระเป๋า เป็นผลไม้สีเหลืองและมีจุดสีดำแปลกๆขึ้นอยู่รอบทั้งผล ทำให้ดูเป็นผลไม้ที่น่าขยะแขยงและน่ากลัว

เรย์ลินกินมันเข้าไป เขายังนำรากของสมุนไพรชนิดนึงออกมา พร้อมทั้งเคี้ยวมันเข้าด้วยกันกับผลไม้สีเหลืองลายจุดผลนั้น

[บี๊บ…ร่างโฮสต์เริ่มมีอาการฟื้นตัวจากอาการอ่อนล้าอย่างช้าๆ เป็นไปได้ว่าจะสามารถทำการฝึกเทคนิคการหายใจของได้อัศวินอีกรอบหนึ่ง!] เสียงของเอไอชิปดังขึ้น

“เยี่ยม!” ยาสมุนไพรปรุงแต่งชนิดนี้ถูกสร้างขึ้นโดยการทดลองของเรย์ลินนับครั้งไม่ถ้วน ร่วมกับคำแนะนำจากเอไอชิปในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา มันสามารถช่วยลดอาการเหนื่อยและเมื่อยล้าของร่างกาย ช่วยเพิ่มจำนวนครั้งในการบ่มเพาะเทคนิคการหายใจของอัศวินให้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ด้วยประสิทธิภาพของตัวยาสมุนไพรปรุงแต่งที่เขากินเข้าไปทำให้ร่างกายของเขาดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

“อีกครั้ง!” เรย์ลินทำแบบเดิมอีกครั้งเพื่อเพาะบ่มเทคนิคการหายใจของอัศวินในตัวเขาให้พัฒนายิ่งขึ้น

ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมาคณะเดินทางของเรย์ลินได้เดินทางผ่านอาณาจักรเล็กๆ มาหลายอาณาจักร

จนในที่สุดพวกเขาก็ได้มาถึงยังบริเวณหนึ่งที่รกร้างและว่างเปล่า

มีคนอยู่เพียงไม่กี่คนในสถานที่แห่งนี้ มีเพียงเศษซากปรักหักพังของตึกรามบ้านช่องที่สร้างจากการก่อด้วยทราย พร้อมกับร่องรอยสดๆ ที่ถูกสร้างจากสัตว์ร้ายและเหล่าโจรบนหลังม้า

นับตั้งแต่คณะเดินทางของเรย์ลินเริ่มเดินทางออกมานั้นก็ได้พบเจอกับอันตรายอยู่หลายครั้งและสามารถผ่านมันมาได้โดยไม่มีคนเสียชีวิต แต่ในครั้งนี้มันต่างออกไป ความรู้สึกของเรย์ลินบ่งบอกว่าหลังจากนี้ไปจะเริ่มอันตรายมากขึ้น ความรู้สึกฮึกเหิมเกิดขึ้นในใจ

เขากระหายและรอไม่ไหวแล้วที่จะได้ทดสอบพลังของตัวเองที่เพาะบ่มมานานกว่าหนึ่งเดือน

แสงพระอาทิตย์สาดส่องขึ้นในยามเช้า คณะเดินทางออกเดินทางกันต่อ เรย์ลินนั่งกอดอกอยู่ตรงมุมภายในรถม้าอยู่คนเดียว ขุนนางคนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวเขาต่างหลีกเลี่ยงและออกห่างจากเขาด้วยความรังเกียจ ทำให้เรย์ลินมีพื้นที่ค่อนข้างมากเลยทีเดียว

“ฉันไม่รู้ว่าเบสสิต้าใช้วิธีการอะไร คนพวกนี้ยังแยกตัวออกห่างจากฉัน นี่ถ้าเป็นเด็กหนุ่มปกติคนอื่นหากโดนกระทำแบบนี้ใส่คงจะบ้ากันไปนานแล้ว! และตอนนี้มันยิ่งแย่หนักไปกว่าเดิมที่มันดันกลายเป็นฉันเองที่โดน!” เรย์ลินกล่าว

เรย์ลินนอนยืดหลังลงอย่างสบายใจ เขาฝึกจนดึกในคืนที่ผ่านมาและมันทำให้เขาเหนื่อยมาก พื้นที่ว่างนี้เพียงพอสำหรับการพักผ่อนในชั่วขณะของเขา ‘ยังไงก็ตามโลกใบนี้มันมีขนาดใหญ่มาก คณะเดินทางก็เดินทางมาครึ่งปีแล้ว แต่พวกเขายังไปไม่ถึงจุดหมายสักที นี่เรายังไม่ได้เห็นทะเลเลย ….. ‘ เรย์ลินคิดในใจพร้อมกับหลับตาลง

ดริง ลริง ลริง…!

เวลานี้คณะเดินทางได้ทำการหยุดเดินทางลง ชายชุดคลุมสีดำส่ายกระดิ่งที่อยู่ในมือพร้อมประกาศว่า “สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ได้เวลารับประทานอาหารกลางวันแล้ว”

“ถึงเวลานี้อีกแล้ว?” เรย์ลินลืมตาขึ้นพร้อมบ่นงึมงำ “ช่างเป็นชีวิตที่น่าเบื่อจริง!”

หลังจากที่เรย์ลินลงจากรถม้า เขาเดินไปรับอาหาร และกินขนมปังสีขาวพร้อมกับเดินไปที่ทุ่งหญ้าบริเวณใหญ่ด้านข้างแคมป์คณะเดินทาง

เนื่องจากเรย์ลินได้ใช้สมุนไพรสำหรับฟิ้นฟูร่างกายไปแล้วก่อนหน้านี้ เขาจึงเตรียมที่จะหาสมุนไพรชนิดนั้นใหม่เพื่อมาเติมในคลังสมุนไพรของเขา

ขณะที่เขาเดินหาสมุนไพรที่ต้องการนั้น เขาสังเกตต้นไม้โดยรอบ “นี่คือผลรากมรกตที่ฉันมีอยู่แล้วในฐานข้อมูล มันช่างไร้ประโยชน์สำหรับฉันเสียจริง”

“หืมม! นี่มันหญ้าซามัน มันเป็นพืชชนิดหนึ่งที่สามารถพบได้เฉพาะในพื้นที่แถบนี้ มันสามารถเก็บเกี่ยวได้!” เรย์ลินดึงก้านที่สกปรกสีน้ำตาลของหญ้าเหล่านั้น มันมีหนามแหลมคมอยู่ที่ด้านข้าง

เรย์ลินค่อยๆฉีกใบหญ้าและใช้นิ้วของเขาแตะไปที่ของเหลวสีเขียวหยกที่ไหลออกมาจากใบหญ้าตลอด มันไม่มีโยชน์! ความรู้สึกผิดหวังปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

ขณะที่เขากำลังเอานิ้วมือวางไว้ในปากของเขา ทันใดนั้นเอง “ฉันเจอแล้ว ผลดอกไม้อสรพิษ!” เรย์ลินกล่าวพร้อมโยนหญ้าซามันลงบนพื้น ในขณะที่กำลังเดินไปนั้นเขาก็สังเกตเห็นผ่านสายตาของเขาว่านั่นคือผลไม้สีเหลืองลายจุดเช่นเดียวกับที่เขาได้กินเมื่อวานนี้กำลังออกดอกออกผลเติบโตบนพุ่มไม้ใหญ่

ใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่งกำลังมีความสุขพูดขึ้น “ฮิฮิ! ดูสิฉันเจออะไร?เรย์ลิน! ฉันควรจะพูดว่า ‘นี่คือความคาดหวังจากหมู่บ้านในตัวขุนนางตัวน้อยนี่หรือไม่นะ? นี่นายกำลังกินผลไม้ป่าที่ขึ้นอยู่ริมข้างทางจริงๆน่ะหรอ? นายกำลังทำให้ชื่อเสียงของชนชั้นสูงต้องเสื่อมเสีย …… “

หลังจากที่เรย์ลินดึงดอกสมุนไพรที่มีรูปร่างคล้ายผลสละออกมาจากพุ่มไม้และเก็บมันเข้ากระเป๋าก็ได้ยินเสียงที่น่ารำคาญดังขึ้น

“นั่นโอวริน?” เรย์ลินเงยศีรษะขึ้นและได้เห็นฆาตกรที่เป็นคนฆ่าเรย์ลินคนก่อนหน้านี้

โอวริน มีผมเป็นสีแดงเพลิงและมีกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดทั่วร่างกาย แขนของเขาใหญ่และหนาท่าต้นขาของเรย์ลิน ขณะนี้เขายืนกอดอกพร้อมกับยิ้มเยาะเย้ยมาที่เรย์ลิน

โอวรินมีพรรคพวกเป็นขุนนางชั้นสูงคอยยืนอยู่ด้านหลัง 2-3 คน และทุกคนพากันหัวเราะเยาะเย้ยเรย์ลินกันหมด

“เอไอชิพสแกนค่าพลังของพวกเขา! “

[แสกนเสร็จสิ้น! โอวริน

ความแข็งแกร่ง: 1.7,

ความว่องไว: 1.2,

พละกำลัง: 1.5,

สถานร่างกาย: สุขภาพดี]

เอไอชิพตอบรับ

เรย์ลินมองข้อมูลที่อยู่ข้างหน้าเขา ความแข็งแกร่งของโอวรินไม่ธรรมดาเลย เขาแข็งแกร่งเกือบจะเท่าผู้ชายสองคน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเขาสามารถทำร้ายเรย์ลินคนก่อนได้

เด็กที่มาจากขุนนางชนชั้นสูง ตราบใดที่พวกเขาสามารถทนทุกข์ทรมานและอดทนในการฝึกได้ทุกวัน ควบคู่ไปกับฝึกเทคนิคการหายใจของอัศวิน ไม่แปลกที่จะได้ผลลัพธ์เช่นนั้น ส่วนพวกขุนนางคนอื่นๆที่อยู่ข้างโอวริน ไม่แข็งแรงนัก ส่วนใหญ่พลังเฉลี่ยของพวกเขาน้อยกว่า 1 เสียอีก

สำหรับโอวรินนั้นมีค่าพลังทางกายภาพไม่ต่างจากเรย์ลิน แต่ในเรื่องทักษะดาบและการเคลื่อนไหวของโอวรินนั้นยังไม่สามารถที่จะมาเป็นคู่แข่งของเรย์ลินได้ เนื่องจากเรย์ลินมีเอไอชิปเป็นตัวช่วย ส่วนขุนนางที่เหลือมีแต่จำนวนคนที่เอาไว้ใช้ข่มขู่ ในเรื่องของพลังนั้นไม่ได้เรื่อง ค่าพลังของเรย์ลินกับขุนนางเหล่านี้แต่งต่างกันเกินไป มันคงง่ายเกินไปสำหรับการจัดการพวกเขาเหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็กไปหน่อย

“มีปัญหาอะไร” เรย์ลินถามอย่างสงบนิ่ง

“แก…… ” โอวรินรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของเรย์ลิน เห็นได้ชัดว่าเรย์ลินไม่ได้โกรธหรือกลัวใดใดทั้งสิ้น ทำให้โอวรินถึงกับพูดไม่ออก

“ถ้าเป็นเรื่องของเบสสิต้าก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ว่าฉันขอโทษไปแล้วหรอ?” เบสสิต้าได้ยกโทษให้ฉันแล้วด้วย …… ” เรย์ลินเสริม

ในเวลาเดียวกันหัวใจของเขาเริ่มเต้นแรง นี่อาจเป็นบททดสอบที่เบสสิต้าส่งมา หลังจากที่อดทนตลอดทั้งเดือนในที่สุดเธอก็ไม่สามารถทนต่อไปได้อีกต่อไป? ” ถูกตัอง! เป็นเพราะเรื่องเบสสิต้านั้นแหล่ะ ถึงเธอจะยกโทษให้แก แต่ฉันไม่!” โอวรินพูดเสียงดัง, มือของเขากำแน่น

“ก็ได้! งั้นแกต้องการอะไร? ” เรย์ลินเหยียดแขนของเขาออก พร้อมแววตาที่แฝงถึงการเยาะเย้ยลึกเข้าไปในดวงตาของเขา

โอวรินนึกไม่ถึงเลยว่าเรย์ลิน จะยอมทำให้เรื่องจบง่ายๆ และพูดว่า: “นายต้องสาบานว่าจะไม่ไปสร้างความรำคาญแก่เบสสิต้าอีกในอนาคต!”

“ก็ได้!” เรย์ลินตอบตกลงทันทีและวางมือขวาไว้ทาบหน้าอกของเขา ที่ไหล่มีไม้กางเขนและเป็นภาพไม้ค้ำยันด้านบนเอาไว้ ซึ่งนั่นคือตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลฟาเรียร์!

“ด้วยเกียรติของฉันในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลฟาเรียร์ ฉันขอสาบานว่าจะไม่ไปสร้างความกังวลใดๆ แก่เบสสิต้า อีกต่อไป!”

การใช้ชื่อเสียงของวงตระกูลเพื่อทำสัตย์ปฏิญาณ ถือเป็นการสาบานที่มีเกียรติและสำคัญที่สุดของเหล่าขุนนาง บรรดาผู้ที่ใดก็ตามที่กลับคำพูดหรือไม่ทำตามที่พูดเอาไว้ คนผู้นั้นจะได้พบกับความรังเกียจจากเหล่าขุนนางทั้งหมด “ดังนั้น! คุณโอวริน! ฉันไปได้รึยัง?”

เรย์ลินโค้งคำนับเล็กน้อยด้วยมารยาทอันสูงส่งของขุนนางชั้นสูง

“เดี๋ยวก่อน แกยังไปไหนไมได้ทั้งนั้น” มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น โอวรินไม่คิดว่าเรย์ลินจะจบเรื่องอย่างง่ายดายโดยที่ไม่ขัดขืนอะไรใดใดทั้งสิ้น และทันใดนั้นเองโอวรินคิดอะไรออก สายตาเขาเปล่งประกายและพูดขึ้น “ตามกฎการปฏิบัติของขุนนางแล้ว แกยังคงต้องชดใช้มากกว่านี้ จงมอบ ’ผลึกเวทมนตร์’ ที่แกมีอยู่มาให้หมด! ” เหล่าผู้คนโดยรอบตื่นตะลึงด้วยความประหลาดใจ

“ผลึกเวทมนตร์?” เรย์ลินกล่าวซ้ำ

ในความทรงจำของเรย์ลินผลึกเวทมนตร์ถือเป็นสกุลเงินชนิดหนึ่งที่เอาไว้แลกเปลี่ยนระหว่างเหล่าจอมเวท เป็นสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการจะเข้าเป็นศิษย์ใหม่ที่ไม่มีข้อมูลประจำตัวอะไรเลย เพื่อเข้าเรียนในสถาบันเวทมนตร์

เรย์ลินไม่รู้จำนวนที่แน่ชัดว่าต้องใช้ผนึกเวทมนตร์จำนวนเท่าไหร่ในการจะเข้าเรียนในสถาบันเวทมนตร์นั่นเพราะเขาไม่มีผลึกเวทมนตร์แม้แต่อันเดียว วิสเคาท์ จอห์น พยายามใช้วิธีต่างๆเพื่อให้ได้มาซึ่งผลึกเวทมนตร์นี้ แต่เขาก็ไม่สามารถแม้แต่จะได้มันมาสักชิ้น จากจุดนี้มาดูกันว่า ผลึกเวทมนตร์นี่มันจะมีแค่ไหน!

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: