พ่อมดแห่งโลกเวทมนตร์ ตอนที่ 7 การขู่เข็ญ

ตอนที่ 7 การขู่เข็ญ

@nae แปล

keepwalk เกลา

 

เรย์ลิน เลือกที่จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้โดยไม่จำเป็น

เขาคิดว่าความสนุกที่ได้จากการเอาชนะคนเหล่านี้มันเทียบไม่ได้กับความสนุกในการฝึกพัฒนาพลังการบ่มเพาะของเขา

นอกจากนี้เขาไม่ได้มีความโกรธแค้นอะไรกับโอวริน (เรย์ลินในร่างใหม่นี้) บางทีเขาอาจจะต้องเป็นฝ่ายขอบคุณโอวรินด้วยซ้ำ  สำหรับการทำร้ายเรย์ลินคนเดิมและทำให้เขาได้มีโอกาสเกิดใหม่ซะอีก

เรย์ลินเป็นคนที่มีเหตุผลและชอบปฏิบัติ  ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการใช้เหตุและผลในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ

แม้แต่การใช้เกียรติยศของวงศ์ตระกูลในการสาบานก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเสียเกียรติหรือเป็นกังวลแม้แต่น้อยแต่สิ่งที่โอวรินร้องขอนั้น (ผลึกเวทมนตร์) มันสำคัญยิ่งกว่าและทำให้เรย์ลินรู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก

“แก…..แกทำแบบนั้นไม่ได้!  พวกเหล่าอัศวินผ้าคลุมดำจะไม่ยอมให้แกทำแบบนั้นแน่!”

เรย์ลินกำกระเป๋าในมือของเขาไว้แน่นพร้อมกับเผยความโกรธออกมา

“ฮ่าฮ่า…..แกคิดว่าพวกอัศวินผ้าคลุมดำจะเข้ามายุ่งเรื่องของเรางั้นหรอ?  แกลืมไปแล้วรึไงว่าฉันเคยฆ่าแกมาแล้วครั้งหนึ่ง  ไม่มีใครสนใจแกอีกแล้ว”

โอวรินกำหมัดแน่นพร้อมกับขู่ด้วยการหักกระดูกเสียงดัง

กรอด!!

“ถ้าแกไม่อยากให้ฉันหักกระดูกแกทีละชิ้นล่ะก็  ทำตามที่ฉันบอก…เอาผลึกเวทมนตร์มาให้หมด!”

โอวรินเข้าใกล้เรย์ลินมาเรื่อยๆเงาของเขาปกคลุมร่างของเรย์ลินจนมิด

เรย์ลินสังเกตพื้นที่รอบๆ  พื้นที่ตรงนี้ห่างไกลจากแคมป์มาพอสมควร  รอบๆ ตัวเขากับโอวรินมีเพียงเหล่าผู้ติดตามของโอวรินที่ตามมาด้วย  ทุกคนจ้องมองมาที่เรย์ลินและโอวรินเหมือนกำลังดูการแสดงอะไรสักอย่าง

“แกไม่ต้องพยายามหาคนมาช่วยหรอก จะไม่มีใครมาช่วยแกทั้งนั้น…… ” โอวรินยิ้มกว้าง

“จริงหรอ? นั่นเป็นสิ่งที่ฉันต้องการเลยหละ! ” เรย์ลินตอบพร้อมเสียงก็หัวเราะ

เรย์ลินเคลื่อนตัวเองออกมาอย่างฉับพลันกว่าโอวรินจะรู้ตัวอีกทีเรย์ลินก็มาปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหลังเขาแล้ว “ยอดเยี่ยม! ในที่สุดฉันก็จะได้แก้แค้นเรื่องวันนั้นแล้ว!”

ทันใดนั้นลูกเตะอันหนักหน่วงก็ตรงไปเอวของโอวริน  เขารู้สึกได้ถึงความรุนแรงที่ตรงเข้ามา

ปังงงงงง! โอวรินถึงขั้นล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่เอว ดวงตาเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ “นี่แกกกกก! แกช่างบังอาจนัก! กล้าทำร้ายฉันหรอ! ”

“เรย์ลินแกอย่าอยู่เลย   แกได้ตายแน่!”

โอวริน ลุกขึ้นอย่างดุดัน พร้อมด้วยสายตาที่กระหายจะจัดการกับเรย์ลิน

‘นี่คือข้อดีของการมีกล้ามงั้นหรอ?’  เรย์ลินนึกในใจ  เขาใช้พลังกว่าครึ่งหนึ่งในการเตะเข้าใส่โอวรินแต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้

“ฮ่า!” โอวรินส่งเสียงปลุกกำลังใจพร้อมรัวหมัดออกไปอย่างบ้าคลั่งใส่เรย์ลินกราวกับหมีดำยักษ์ที่กำลังโกรธได้ที่

เรย์ลินหลบการรัวหมัดของโอวรินได้  ทำให้หมัดของเขาโจมตีไปโดนต้นไม้ขนาดเล็กที่อยู่ด้านหลังสร้างเป็นรอยหมัดที่ฝังลึกลงไปในต้นไม้ต้นนั้น  ความแรงของหมัดนี้มีค่าพลังอยู่ราวๆ 1.7  และมันเป็นหมัดที่ไม่ธรรมดา

‘นี่เป็นหมัดที่แข็งแกร่งมาก  ถึงแม้ร่างกายของเราจะพัฒนาจากการเพาะบ่มมานานก็ตาม  แต่เราคงจะรับมือกับหมัดนี้ได้แค่ 2-3 ครั้งเท่านั้น  ถ้ามากกว่านี้หล่ะแย่แน่’  เรย์ลินคิดในใจอย่างรวดเร็วและระมัดระวัง

“เอไอชิป  ช่วยจำลองหาวิธีที่จะเอาชนะหมอนี่ให้ฉันหน่อย!”

[บี๊บ!  ประมวลผลเสร็จสิ้น  เข้าสู่โหมดพร้อมช่วยเหลือ]  เสียงจากเอไอชิปดังขึ้น

[ค้นพบข้อบกพร่องในการป้องกันของศัตรู  จุดอ่อนของศัตรูที่ควรทำการโจมตีมากที่สุดคือ: รักแร้!]  เอไอชิปรายงานผล

เรย์ลินเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว  และยังสามารถหลบการโจมตีของโอวรินได้อย่างต่อเนื่อง

“แกรู้อะไรไหม?  ถึงแม้ว่าแกจะแข็งแรง แต่แกช้าเป็นบ้าเลยว่ะโอวริน  และนี่คือจุดอ่อนของแก…………….”

เรย์ลินพูดพร้อมกับโจมตีสวนกลับใส่โอวรินไปด้วย ณ จุดนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถรับมือโอวรินได้

“นี่คือเรย์ลินคนนั้นจริงๆหรอ  ทำไมเขาถึงแข็งแกร่งได้ขนาดนี้”  ขุนนางเด็กที่ดูอยู่รอบๆ ต่างกล่าวด้วยความตกใจ

ในขณะที่ทุกคนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองกับการที่ได้เห็นความแข็งแกร่งของเรย์ลิน  เรย์ลินใช้หมัดของเขาจู่โจมไปยังรักแร้ของโอวรินตามที่เอไอชิปแนะนำด้วยพลังทั้งหมดที่เขามี  โอวรินถึงกับล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดและไม่สามารถลูกขึ้นมาได้เป็นเวลานาน

พลังหมัดที่ปล่อยออกไปของเรย์ลินมีค่าพลังอยู่ราว 1.5 ซึ่งแข็งแกร่งพอๆกับหมัดของโอวรินก่อนหน้านี้ (1.7)  ทั้งยังการโจมตีของขายังโจมตีใส่จุดอ่อนของโอวรินทำให้พลังโจมตีนั้นยิ่งทวีคูนขึ้น  โอวรินล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้นจนเห็นเส้นเลือดแดงก่ำในนัยน์ตาของเขา  “แกไม่รอดแน่เรย์ลิน!  ครอบครัวของฉันไม่ปล่อยแกเอาไว้แน่”

“โอ้! จริงเหรอ? ”  เรย์ลินไม่ได้สนใจต่อการขู่เข็ญของโอวรินแม้แต่น้อย  และยังปรี่เข้ามาเตะใส่ท้องโอวรินซ้ำอีกครั้ง

สภาพโอวรินในตอนนี้ไม่ได้ต่างไปจากกุ้งที่กำลังดิ้นพล่านอยู่กับพื้น

เรย์ลินก้มมองไปที่โอวรินด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย  “แกไม่ยอมปล่อยฉันไปแต่แรกเองนะ  หรือแกคิดว่ามันคงจะดีเสียกว่าถ้าให้ฉันฆ่าแกซะตั้งแต่ตอนนี้เลย  แกคิดว่างั้นไหมโอวริน?”

รอยยิ้มของเขาที่จ้องมองไปที่โอวรินช่างคล้ายกับรอยยิ้มของปีศาจ!

“มันไม่ได้พูดเล่น!  มันจะฆ่าเราจริงๆ”  โอวรินสัมผัสได้ถึงแรงอาฆาตในตาของเรย์ลิน  ในตอนนั้นเองเขารู้สึกราวกับว่ากำลังถูกจ้องมองโดยพญาเสือ ความโกรธแค้นที่มีต่อเรย์ลินภายในหัวของเขาดับสนิทเพราะตอนนี้มันถูกแทนที่ด้วยความกลัวไปหมดแล้ว

“เรย์ลิน!  ลอร์ดเรย์ลิน! หยุดนะแกไม่สามารถทำอะไรแบบนั้น! ฉันมีตระกูลดอร์แลนหนุนหลัง ถ้าแกฆ่าฉันแกเดือดร้อนแน่!”

“งั้นแกจงขอโทษ  และยอมรับกับความผิดที่แก่เป็นคนก่อขึ้นซะ!”  เรย์ลินยิงคำถามออกไปในเชิงเยาะเย้ย

“ฉันยอมรับผิด  มันเป็นความผิดของฉันเอง!  ฉันขอโทษ …… ขอโทษ! ”  ภายใต้ความกดดันที่คุกคามจากความตาย โอวรินก้มตัวลงอย่างรวดเร็ว

“ดีมาก  ฉันยอมรับคำขอโทษจากแก  นอกจากนี้ตามกฎของชนชั้นสูงแล้ว  ฉันมีสิทธิที่จะขอสิ่งตอบแทนเพื่อเป็นการชดเชยในความผิดของแก!”

เรย์ลินยิ้มอย่างมีเลศนัย  ซึ่งมันทำให้โอวรินรู้สึกแย่

“สำหรับของที่ฉันต้องการนั้นหน่ะหรอ…..เอาผลึกเวทมนตร์ทั้งหมดที่แกมีมาให้ฉัน!”  เรย์ลินเยาะเย้ยพร้อมกับทำท่าทาง

ขู่เข็ญใส่โอวรินดังที่เขาโดนกระทำใส่ก่อนหน้านี้

“โอ้! ไม่นะ!  แกไม่สามารถทำเช่นนี้ได้! แกรู้ไหมว่าคนในครอบครัวของฉันกี่คนต้องเสียสละมากแค่ไหนในการได้ผลึกเวทมนตร์เหล่านี้มา? ” โอวรินพยายามที่จะคัดค้านคำขอของเรย์ลิน

“บางที  นี่อาจเป็นคำถามที่ตอบได้ง่ายที่สุดในโลกใบนี้นะ ถึงคราวของแกแล้วโอวรินที่รักจงเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างชีวิตของแกหรือผลึกเวทมนตร์! ”

เรย์ลินไม่เห็นถึงปฏิกิริยาใดๆของโอวริน  เขาจึงค่อยๆเพิ่มความกดดันขึ้นเรื่อย ๆ

รองเท้าบูทคู่หนึ่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของโอวรินและเหยียบไปที่หัวของเขาจนหน้าเขาจมไปกับพื้นดิน  มันทำให้เขาหายใจไม่ออก  ใช่แล้วมันคือรองเท้าของเรย์ลิน

ไม่กี่นาทีต่อมาเรย์ลินจึงค่อยๆผ่อนแรงเท้าของเขาและพูดขึ้นว่า  “ว่ายังไง?  แกจะให้ผลึกเวทมนตร์กับฉันได้รึยัง”

“ฮึ่บบบ….”  โอวรินเงยหน้าขึ้นมาสูดอากาศอย่างกระวนกระวาย  หน้าของเขาเต็มไปด้วยโคลนและรอยเท้า  สภาพของเขาตอนนี้ไม่แตกต่างอะไรไปจากตัวตลก

อย่างไรก็ตามขุนนางที่อยู่รอบๆ พื้นที่นั้นไม่มีใครกล้าที่จะหัวเราะ

เด็กหนุ่มคนหนึ่งเริ่มที่จะค่อยๆถอยออกห่างจากตรงนั้นและต้องการที่จะออกไปจากพื้นที่นี้

เรย์ลินหยิบก้อนกรวดขึ้นมา  [ประเมินทิศทางลมเสร็จสิ้น!  เล็งเพื่อปรับวิถีและทำการโยนออกไป!]

หวือ! ก้อนกรวดโดนเข้าที่ขาของเด็กหนุ่มคนนั้นที่คิดจะหนี  ทำให้เขาล้มลงไปกองกับพื้น

“เห็นไหมล่ะโอวริน?  อย่าคิดที่จะถ่วงเวลาว่าจะมีใครมาช่วยแกได้…… นอกจากนี้อย่าพยายามท้าทายความอดทนของฉัน  เพราะมันมีจำกัด! ”

เรย์ลินมองไปที่ขุนนางหนุ่มคนอื่นๆที่อยู่รอบๆ  ทุกคนถูกจ้องมองตั้งแต่หัวจรดเท้ามันทำให้ร่างกายของพวกเขาสั่นและไม่สามารถขยับไปไหนได้

“โอเค!  ฉันจะให้ผลึกเวทมนตร์กับแก!  แต่ตอนนี้ฉันเก็บมันเอาไว้ที่รถม้า  ตามฉันมาได้เลยฉันจะพาแกไปเอามันที่รถม้า” โอวรินรีบตอบอย่างทันทีทันใด

“ผลึกเวทมนตร์สำคัญกับแกมาก  แต่แกกลับไม่เอามันติดตัวมาด้วย  แถมแกยังเอามันเก็บไว้ที่รถม้าอย่างงั้นหน่ะหรอ?

นี่แกคิดว่าฉันโง่รึไง”  คำโกหกระดับอนุบาลของโอวรินไม่สามารถหลอกเรย์ลินได้สำเร็จ

“สงสัยแกจะยังไม่เข็ดสินะ!”  รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากสายตาของเรย์ลิน  เขาเข้ามาคว้าแขนข้างหนึ่งของโอวรินและทำการหักแขนนั้น

กร๊อบ กร๊อบบบ !! เสียงกระดูกแตกหักดังขั้นและตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองของโอวริน

“ถ้าแกยังไม่ยอมพูดความจริงฉันจะหักแขนอีกข้างหนึ่งของแก!”

“ไม่! ไม่! ไม่! แกไม่มีวันทำแบบนั้นได้  พวกอัศวินผ้าคลุมดำจะไม่ยอมให้แกทำอะไรแบบนั้นแน่! ”

โอวรินจับแขนของเขาพร้อมกับกลิ้งอยู่บนพื้นดินด้วยความเจ็บปวด

“ทำไมแกถึงคิดว่าพวกอัศวินผ้าคลุมดำจะมาสนใจเรื่องของเราหล่ะ?  แกลืมไปแล้วรึไงว่าแกเป็นคนบอกฉันเองว่าก่อนหน้านี้ที่แกฆ่าฉันไป  พวกอัศวินผ้าคลุมดำยังไม่มีใครสนใจเลยสักคน”

เรย์ลินยิ้มอย่างเลือดเย็นพร้อมกับส่งคำพูดของโอวรินที่พูดกับเขาก่อนหน้านี้คืนกลับไป

“ดูเหมือนว่าแกจะอยากตายจริงๆสินะ”  เรย์ลินพูดพร้อมทั้งกำลังจะลงมือจัดการกับโอวริน

“เดี๋ยว! เดี๋ยว! ก็ได้!  ฉันจะให้ผลึกเวทมนตร์กับแกก็ได้  แต่แกต้องสัญญาว่าแกจะไม่กลับมาแก้แค้นฉันอีกนะ”  โอวริน ตะโกนออกไปด้วยสีหน้าที่ซีด  ในขณะที่เขาเห็นเรย์ลินกำลังเดินเข้ามาใกล้เขา

“โอเค!  ฉันขอสัญญาด้วยเกียรติของตระกูลฟาร์เรียเลย”  เรย์ลินตอบ

สีหน้าของโอวรินเริ่มดีขึ้น  เขาล้วงไปหยิบถุงเล็กๆสีทองที่ซ่อนเอาไว้ในเสื้อตรงช่วงอกออกมาและโยนไปให้เรย์ลิน “นี่คือผลึกเวทมนตร์ทั้งหมดที่ฉันมี”

เรย์ลินหยิบมันขึ้นมาดู  ถุงสีทองขนาดเท่าฝ่ามือนี้ทำมาจากทองคำและเงินผสมกัน  ตรงกลางของถุงมีรูปนกอินทรีและโล่ซึ่งล้อมรอบไปด้วยพรรณพืชหลายชนิดเป็นวงกลม  นี่คือตราสัญลักษณ์ของตระกูลโอวริน

เรย์ลินเปิดถุงนั้นออกและมองดูผลึกเวทมนตร์สีดำมากกว่าสิบชิ้นที่อยู่ในถุงนั้น

[บี๊บ! ค้นพบแหล่งพลังงานบางอย่างที่ไม่สามารถระบุได้!] เอไอชิปแจ้งผล

“แล้วยังไง? มันสามารถทำอะไรได้ไหม? ” เรย์ลินถามเอไอชิปพร้อมใบหน้าที่แสดงถึงอาการตื่นเต้น

[ค้นหาฐานข้อมูล …… ข้อมูลไม่เพียงพอ! ไม่พบวิธีการใช้งาน! “] [การแจ้งเตือน!  นี่แหล่งพลังงานที่ไม่สามารถระบุได้  ข้อเสนอแนะ: มันช่วยเพิ่มพลังป้องกันให้กับร่างกาย!]

“อย่างงั้นเหรอเนี่ย?”  เรย์ลินคิดในใจพร้อมหันไปถามโอวรินว่า “แกจะไปที่สถาบันไหน?”

“เว็ต……เว็ตแลนด์ การ์เด้น!” โอวรินตอบด้วยสิหน้าที่น่าเกลียด

“เว็ตแลนด์ การ์เด้น!  ฉันได้ยินมาว่าที่นี่ต้องใช้ผลึกเวทมนตร์สิบชิ้นสำหรับการที่จะเข้าไปเรียนที่นี่สินะ  ใช่มั้ย? ”

“ใช่แล้ว! แกรู้ได้ยังไง? ”  โอวรินรู้สึกตกใจที่เรย์ลินรู้เรื่องนี้

เรย์ลินหัวเราะเบา ๆ  พร้อมกับมองด้วยสายตาอย่างมีเลศนัย  จริงๆแล้วเขาไม่เคยได้ยินหรือรู้ใดๆ เลยจากจากสถาบันเว็ทแลนด์ การ์เด้น เขาแค่แกล้งโอวริน เนื่องจากค่าเล่าเรียนส่วนใหญ่จะมีพื้นฐานของราคามาจากตัวเลขกลมๆ (ตกด้วยเลขศูนย์ เช่น 10, 20, 30)  มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เขาจะสามารถเดาได้สำหรับเรื่องพวกนี้

“โอเค! ฉันจะคืนให้แก!”  เรย์ลินหยิบผลึกเวทมนตร์ออกมาสามชิ้นและโยนถุงผ้าคืน

“ผลึกเวทมนตร์สามชิ้นนี้ถือเป็นค่าตอบแทนของฉัน!”  แม้ว่าตอนนี้เขาจะสามารถเอาผลึกเวทมนตร์มาทั้งหมด แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มผ้าคลุมสีขาวและผ้าคลุมดำ ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีปัญหาเขาจึงคืนผลึกเวทมนตร์กลับไปให้โอวรินในจำนวนที่พอสำหรับจ่ายเป็นค่าค่าธรรมเนียมแรกเข้าสถาบันได้  ด้วยวิธีการนี้เขาสามารถใช้เป็นข้ออ้างได้หากโดนสืบสวน

“ขะ….ขอบคุณ”  โอวรินมีสีหน้าที่ดีขึ้น  ถ้าเขาสูญเสียผลึกเวทมนตร์เหล่านี้ไปทั้งหมดและไม่สามารถเข้าไปเรียนในสถาบัน เว็ทแลนด์ การ์เด้นได้ เขาก็ไม่รู้ว่าจะกลับไปเจอครอบครัวของเขาได้อย่างไร

“วางใจเถอะ!  ฉันจะไม่เอาผลึกเวทมนตร์ของพวกแกหรอก!”  เรย์ลินกล่าวพร้อมเงยศีรษะขึ้นมองไปที่เหล่าขุนนางคนอื่นที่อยู่รอบๆ ทุกคนต่างยืนกำหมัดอยู่นิ่งๆ โดยไม่กล้าขยับไปไหนหรือทำอะไร

“ขอบคุณ…ลอร์ดเรย์ลิน!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น  เหล่าขุนนางต่างรู้สึกโล่งใจและผ่อนคลายลงทันที

“แต่! ฉันต้องการสิ่งตอบแทนจากพวกแกด้วย!”  เรย์ลินมองไปที่ขุนนางหนุ่มคนหนึ่งที่พยายามจะหลบหนีในตอนแรก แต่ปาก้อนหินให้ล้มลง  “ดาบที่เอวของแกดูสวยดีนะ!”  เรย์ลินมองไปยังขุนนางหนุ่มคนหนึ่งซึ่งอยู่ในอาการกลัวพร้อมชี้ไปที่ดาบของขุนนางหนุ่มคนนั้น

ขุนนางหนุ่มได้ยินเช่นนั้นแล้วจึงรีบตอบกลับไปทันทีว่า “โอ้วว  ลอร์ดเรย์ลิน ท่านสามารถเอาดาบเล่มนี้ไปได้เลย”

“ฮ่าฮ่า!  งั้นฉันไม่เกรงใจหล่ะนะ!”  เรย์ลินหยิบดาบที่มีด้ามจับเป็นรูปกางเขนจากเอวของขุนนางหนุ่มผู้นั้นขึ้นมา  เขาทำการควงดาบและทำการวัดน้ำหนักของตัวดาบเล่มนั้น พร้อมพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

ดาบเล่มนี้เป็นดาบของเหล่าขุนนาง  มันเป็นดาบที่ดีเยี่ยมเลยทีเดียว

ด้ามจับของดาบได้รับการตกแต่งเป็นลวดลายดอกไม้ที่สวยงามเพื่อป้องกันไม่ให้ลื่นไถลหลุดจากมือง่ายๆ  ฝักดาบยังทำจากหนังของฉลาม  มันทำให้รู้สึกดาบเล่มนี้ดูหรูหรามาก

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: