Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน ตอนที่ 115 ความหมายของเถิงลี่

ตอนที่ 115 ความหมายของเถิงลี่

Keepwalk แปล

ค่ายกลส่องแสงและมีเพียงคนเดียวเดินออกมา

เถิงฮว่าหยวนกำลังจะเคลื่อนย้ายแต่กลับต้องหยุดลงทันที ความโกรธเกรี้ยวถูกระงับไว้ในใจเพียงเพราะคนผู้นั้นไม่ใช่หวังหลิน แต่เป็นเพียงศิษย์จากหุบเขาหวู่เฟิงขั้นสร้างลำต้นระดับแรก

ใบหน้าเถิงฮว่าหยวนยิ่งเศร้าโศกสุดขีด ฝ่ามือขวาทำลายวิญญาณหลายสิบดวงก่อนที่จะใจเย็นลง

ขณะที่ศิษย์คนนั้นปรากฎตัว เขารีบวิ่งไปที่เถิงฮว่าหยวนและชายชราชุดดำ เขาคุกเข่าลงกับพื้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวพลางพูดขึ้น “ตาย ตายกันหมดแล้ว แม้แต่ศิษย์พี่หวางเผิงก็ตาย ข้าอยู่ไกลมากจึงหนีรอดมาได้…” ชายชราชุดดำมองดูศิษย์คนนั้น ทันใดนั้นเขาทุบศีรษะศิษย์คนนั้นด้วยฝ่ามือพร้อมกับพูดขึ้น “หากพวกนั้นตาย เจ้าก็ไม่ควรรอดชีวิต” ศีรษะศิษย์คนนั้นแตกกระจายราวกับแตงโม

สายลมอันอ่อนโยนพัดปลิวไสวพร้อมกับกลิ่นเลือดคละคลุ้ง เหล่าตระกูลเล็กๆและสำนักขนาดเล็กทั้งหมดเงียบเสียงขณะที่มองมาทางชายชราผู้นี้ ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องหุบเขาหวู่เฟิงอีกต่อไป

ขณะนั้นที่รอบๆเงียบกริบ ค่ายกลก็เริ่มส่องแสงขึ้นอีกครั้ง

เวลานั้นมีคนออกมาจำนวนมาก พวกเขาเดินออกมาทีละคนและเถิงฮว่าหยวนสังเกตได้ว่าศิษย์พวกนั้นเป็นคนของสำนักซวนต้าวแต่เขายังคงตรวจสอบอย่างละเอียด

ทันใดนั้นสีหน้าของเถิงฮว่าหยวนก็เปลี่ยนไป ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและหายตัวไปทันที เขาปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งถัดจากศิษย์สำนักซวนต้าวผู้หนึ่งและพูดขึ้น “ในที่สุดเจ้าก็ออกมาเสียที!” เช่นนั้นฝ่ามือเขาเข้าใกล้กับศีรษะของผู้เยาว์คนหนึ่งที่พึ่งเดินออกมา

ดวงตาผู้เยาว์เป็นประกายเยือกเย็น จังหวะที่ฝ่ามือของเถิงฮว่าหยวนจะถึงตัว ร่างเขาก็หายไปและปรากฎตัวในอากาศขณะที่หลายคนร้องตะโกนขึ้น

“นั่นมัน! คนที่สังหารศิษย์พี่!”

“มันขโมยป้ายสิทธิ์ของเรา! ท่านบรรพชน!”

“ข้าเห็นเขาสังหารทุกคนจากหุบเขาหวู่เฟิงด้วย”

ศิษย์ทั้งหมดที่ออกมาจากหุบเขามีสีหน้าตื่นเต้นและเริ่มร้องตะโกน ข้างในหุบเขา พวกเขาทั้งหมดกลับกลัวหวังหลินและต่างได้รับความเดือดร้อนตลอดสามเดือนก็เพราะเขา แต่ตอนนี้เหล่าผู้อาวุโสทั้งหมดอยู่ที่นี่ จึงได้มีความกล้าขึ้นมา

เถิงฮว่าหยวนไม่คิดว่าหวังหลินสามารถเคลื่อนย้ายระยะไกลได้จึงได้ตกใจ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหวังหลินถึงหนีไปได้ ใบหน้าเขาเศร้าโศกพลางตะโกนขึ้น “หวังหลิน ข้าอยากดูว่าเจ้าจะวิ่งหนีไปไหนได้อีก!”

ขณะเดียวกันเสียงกรีดร้องดังออกมาจากสำนักเฮฮวน

“ป้ายสิทธิ์ที่มีภายในหุบเขาทั้งหมดอยู่ในมือเขา เขามีอย่างน้อยห้าชิ้น!”

ขณะที่คำพูดพวกนั้นดังออกมา เหล่าเซียนทั้งหมดในตอนนี้เริ่มพูดคุยกันขณะที่มองไปยังผู้เยาว์ด้านหน้า แม้แต่หลินยี่เริ่มจะสนใจด้วย เขาเผยใบหน้าตื่นตะลึงขณะที่หัวเราะและส่ายหัวเงียบๆ

เถิงฮว่าหยวนตะโกนขึ้น “สหายเซียนทั้งหลาย คนผู้นี้สังหารหลานชายข้า ดังนั้นข้าจึงมาเพื่อชำระแค้นส่วนตัว วันนี้ข้าจะฆ่าเขาและไม่นำสิ่งของใดจากร่างมันไป แต่หากใครกล้าขัดขวางข้า เมื่อนั้นอย่ากล่าวหาข้าว่าสร้างศัตรูเลย!”

หลินหยี่หัวเราะทันที “ก็ได้ๆ ไม่มีเซียนคนใดในแคว้นจ้าวจะกล้าขวางทางเจ้าหรอก ข้าก็อยากเห็นเช่นกัน เถิงฮว่าหยวนที่กล้าสังหารเขา”

ขณะที่หลินหยี่เปล่งคำพูดออกมา ทุกคนมึนงงกันไปหมด แม้มันจะไม่เหมาะสมที่จะพูดเรื่องนี้ ทุกคนก็พอจะเดาความหมายของคำพูดพวกนั้นได้

เถิงฮว่าหยวนไม่กล้าอวดดีต่อหน้าหลินยี่ แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่เขาขมวดคิ้วขณะที่ยังไม่เข้าในความหมายภายในคำพูดของหลินยี่

ดวงตาพั่วหนานจื่อสว่างขึ้นขณะที่เขามองไปที่ผู้เยาว์บนอากาศด้วยใบหน้าแปลกประหลาด ยิ่งเขาดูเด็กคนนี้มากขึ้น ก็ยิ่งดูเหมือนจะคุ้นเคย แต่หลังจากคิดอยู่นานก็ยิ่งคิดไม่ออกว่ามันเป็นใครและยิ่งมึนงงมากกว่าเดิม เขาคิดว่าไม่ว่าผู้เยาว์คนนี้จะเป็นใครก็เป็นเพียงเซียนขั้นสร้างลำต้น ดังนั้นทำไมเถิงฮว่าหยวนถึงไม่กล้าจะลงมือเล่า?

ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้น แต่เซียนขั้นผลิดอกทั้งหมดก็มึนงงเช่นกัน

ขณะเดียวกัน สายตาของหวังหลินบนอากาศได้กลายเป็นเยือกเย็นขึ้น เขาไม่ได้กลัวคนพวกนี้ขณะที่มองไปด้านบนและกลิ่นอายชั่วร้ายปกคลุมจากบนท้องฟ้า มันราวกับสวรรค์กำลังจะพังทลาย ทั้งชุดและเส้นผมปลิวไสวโดยไม่มีแรงลมขณะที่เสี้ยวพลังปราณเปล่งออกมาจากร่าง

เหล่าเซียนโดยรอบทั้งหมด โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญจากสุดยอดสำนักก็ตื่นตะลึงไปด้วย แม้กระทั่งเถิงฮว่าหยวนที่กำลังจะเคลื่อนย้ายพริบตาต่างหยุดกึกทันที

ในสายตาเขา ระดับฝึกตนของผู้เยาว์คนนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก นี่มันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตนนี้

ระดับฝึกตนของหวังหลินจากขั้นสร้างลำต้นระดับแรก ผ่านระดับกลาง จากนั้นระดับปลาย มันเพิ่มไปจนขั้นแตกหน่อระดับต้น จากนั้นระดับกลาง และสุดท้ายที่ระดับปลายขั้นแตกหน่อ

มันยังไม่หยุดแค่นั้น เมื่อเขาถึงขั้นแตกหน่อระดับปลาย ระลอกคลื่นล่องหนจากผู้เยาว์คนนั้นพุ่งกระจายออกมา วิญญาณเซียนสูงหนึ่งฟุตปรากฎขึ้นและกลับเข้าไปในร่างผู้เยาว์คนนั้นอย่างรวดเร็ว

รอบด้านเงียบกริบ มันน่ากลัวมาก ทุกคนไม่เคยคิดว่าพวกเขาจะได้เห็นเซียนคนหนึ่งที่ปีนป่ายจากขั้นสร้างลำต้นมาถึงขั้นผลิดอกระดับต้นได้แบบนี้

แต่มันยังไม่จบ ผู้เยาว์คนนั้นยกฝ่ามือขึ้นและระดับฝึกตนก็เพิ่มไปจนถึงขั้นผลิดอกระดับกลาง เพียงเมื่อเขาถึงขั้นผลิดอกระดับกลางจนในที่สุดก็ได้หยุดลง ขณะเดียวกับใบหน้าของเด็กคนนั้นก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายชั่วร้าย เส้นผมเคลื่อนไหวอย่างประหลาดไปมา และชี้ไปที่เถิงฮว่าหยวนพร้อมกับถามขึ้น

“เจ้ากล้าสู้กับข้าเช่นนั้นหรือ?”

ทุกคนขณะนี้ โดนแรงกดดันจากผู้เยาว์คนนี้ร้อยส่วนราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญของแท้ แม้กระทั่งเหล่าเซียนขั้นผลิดอกก็ไม่เชื่อสายตาตัวเอง

หลินยี่ลูบคางอ้วนๆของตัวเอง เขายิ้มบางๆขณะที่สังเกตผู้เยาว์คนนนี้และคิดในใจ ‘ตระกูลไหนที่ทำให้เจ้าหนูนี่กล้ามาเล่นในถิ่นข้าแบบนี้? มันถือลูกปัดหมื่นมายาจากแคว้นอันดับห้า ข้าเชื่อว่าเบื้องหลังคนคนนี้ไม่ได้น้อยอย่างที่ตาเห็นซะแล้ว สมบัติเซียนหมื่นมายานี้ไม่ใช่สิ่งของทั่วไปแม้แต่เมืองมายา ข้าจำได้ว่าลูกปัดนี้แบ่งออกมาสามระดับ จากขั้นผลิดอกถึงขั้นเปลี่ยนวิญญาณ ลูกปัดที่แข็งแกร่งที่สุด คนผู้นั้นก็ยิ่งมีตำแหน่งสูง’

ใบหน้าเถิงฮว่าหยวนยิ่งน่าเกลียดน่ากลัวขณะที่มองเด็กหนุ่มบนท้องฟ้า ทันใดนั้นเขาถึงได้เข้าใจความหมายของคำพูดหลินยี่ทันที หลังจากลังเลเล็กน้อยจึงได้พูดออกมา “หวังหลิน ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะอยู่ขั้นผลิดอก เช่นนั้นเจ้าจะเข้าไปหุบเขาจูหมิงได้เยี่ยงไร? หากเจ้าอยู่ต่ำกว่าขั้นเซียนสร้างวิญญาณ นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้!”

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: