Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน ตอนที่ 117 หวังหลินตาย

ตอนที่ 117 หวังหลินตาย

Keepwalk แปล

ดวงวิญญาณนับหมื่นดวงทั้งเข้าและออกมังกรราวกับกองทัพ เถิงฮว่าหยวนตื่นตะลึงเมื่อเห็นวิญญาณพวกนั้นผ่านมันไปและมังกรได้พุ่งมาทางเขา

สีหน้าเถิงฮว่าหยวนยิ่งยุ่งเหยิงเข้าไปอีก ทว่าเขาไม่มีเวลาคิดมากจึงได้ถอยกลับอย่างรวดเร็ว เขาโยนสมบัติเซียนสำหรับป้องกันออกไปหลายชิ้นเพื่อหยุดมังกร แต่ไม่ว่าสมบัตินั้นจะทำอะไรก็ไม่สามารถหยุดมันได้ มังกรได้ผ่านพวกมันไปทั้งหมดราวกับไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น มันปล่อยเสียงคำรามและกลืนเถิงฮว่าหยวนลงไป

สีหน้าหลินยี่แปลกประหลาด เขามองยักษ์ที่กำลังแสดงโชว์อันน่าสนุกอยู่นั้นและพบว่าสีหน้าของมันก็ประหลาดใจเช่นกัน ทั้งคู่ส่งสายตาเข้าหากันและจากนั้นยักษ์ตนนี้ก็เปล่งเสียงหัวเราะและมองมังกรอย่างครึกครื้น

เถิงฮว่าหยวนเพียงรู้สึกสายลมอ่อนโยนขณะที่มังกรได้กลืนกินเขา มังกรตัวนี้อำมหิตอย่างมาก แต่ขณะที่มันสัมผัสกับเขานั้น ร่างมังกรก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

นับว่านานยิ่งตั้งแต่เถิงฮว่าหยวนหลั่งเหงื่อเย็นเฉียบ แต่ขณะนั้นด้านหลังเขาก็ปกคลุมไปด้วยเม็ดเหงื่อเช่นกัน

“ภาพมายา…” ใบหน้าเถิงฮว่าหยวนเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง ในที่สุดเขาก็ทนไม่ได้จนส่งเสียงสาปแช่งออกมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาก่นด่าสาปแช่งอย่างหยาบคายตั้งแต่ผ่านขั้นแตกหน่อมาได้เมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อน

เขากลัวตายจากภาพมายาท่ามกลางเหล่าเซียนทั้งหมดในแคว้นจ้าว ความโกรธเกรี้ยวของเถิงฮว่าหยวนถึงขีดสุด เขาสัมผัสกระเป๋าและนำเอาธงสีดำที่ได้สังหารครอบครัวของหวังหลินขึ้นมาไว้บนมือขวา แต่ขณะเดียวกัน ลำแสงจุดหนึ่งปรากฎขึ้นในอากาศ ลำแสงนั้นรวมตัวกันและผู้เยาว์คนนั้นปรากฎตัวอีกครั้ง

ไม่มีคำพูดใด เขาสบัดมือออกมาพร้อมกับแสงเมล็ดข้าวกระพริบคราหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยความหนาวเย็นพุ่งตรงไปหาเถิงฮว่าหยวน

เถิงฮว่าหยวนเหยียดยิ้ม ไม่เถียงแต่เขาไม่ถอยหลังเท่านั้นแต่ดันพุ่งไปข้างหน้าแทน เขาชูมือออกมาและพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “ครั้งแรกเป็นภาพมายา แต่ครั้งที่สองมันไม่ใช่! หรือนี่เป็นเล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อยที่เจ้ามีงั้นรือหวังหลิน?” เช่นนั้นฝ่ามือเขาจับกระบี่เหินขึ้นมา

เมื่อแสงสีเขียวกระพริบหนึ่งครั้ง กระบี่เหินได้หายตัวไปทันที มันปรากฎตัวด้านหลังเถิงฮว่าหยวนและพุ่งตรงเข้าด้านหลังเขาอย่างโหดเหี้ยม

เคร้ง!

เสียงกระบี่แทงเข้ากับแผ่นเหล็ก จนกระบี่นั้นกระดอนกลับไปไกล เสื้อผ้าเถิงฮว่าหยวนฉีกขาดเผยให้เห็นชุดเกราะสีทองอร่าม

แสงเยือกเย็นวาดผ่านดวงตาเถิงฮว่าหยวนขณะที่เขาเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยท่าทางดุดัน เขาปรากฎตัวด้านหน้าเด็กหนุ่มและจับเขาด้วยเส้นสีดำที่ยื่นออกมาจากเล็บมือ

ในเวลาเดียวกันเขาก็สะบัดแขนขวาออก ปรากฎเป็นเสาโลหิตจำนวนแปดเสาขึ้น เสาทั้งแปดรวมเข้าด้วยกันจนก่อร่างเป็นกรงขึ้น

ขณะนั้นเด็กหนุ่มบนอากาศไม่เพียงไม่หวาดกลัว แต่กลับเผยใบหน้าล้อเลียนออกมา ขณะที่ฝ่ามือของเถิงฮว่าหยวนเข้าใกล้เขา ร่างเด็กหนุ่มกลายเป็นจุดแสงหนึ่งและค่อยๆหายตัวไป

เมล็ดข้าวสีฟ้าสองชิ้น หนึ่งใหญ่หนึ่งเล็กปรากฎแทนที่ตำแหน่งเมื่อครู่ สองเมล็ดสีฟ้ารวมเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นสีหน้าของเถิงฮว่าหยวนเปลี่ยนไป ในขณะนั้นคลื่นแสงสีฟ้ากระจายออกมาและปกคลุมทุกอย่างในรัศมีหนึ่งลี้ทันที

ทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีหนึ่งลี้กลายเป็นทะเลน้ำแข็ง!

หลินยี่ขมวดคิ้วและคิดขึ้น “น่าสนใจ เจ้าเด็กคนนี้น่าสนใจจริงๆ ไม่เพียงแต่มีลูกปัดหมื่นมายา เขายังมีน้ำแข็งฟ้าของสำนักนรกอีก กระบี่เหินนั่นก็ไม่ธรรมดา แม้มันจะถูกจำกัดพลังไว้ก็ยังแข็งแกร่งมาก”

ยักษ์บนท้องฟ้าก็จ้องเช่นเดียวกันขณะที่เขามองไปยังค่ายกลที่หุบเขาจูหมิงและเผยรอยยิ้มแปลกๆ

บนท้องฟ้า ภาพฉายในวงกลมสร้างเป็นมังกรดำสองตัวที่เกือบจะละลายเสร็จสิ้นแล้ว มันกำลังจะเปิดออก!

เสาโลหิตแปดเสารอบตัวเถิงฮว่าหยวนกำลังปริแตกขณะที่ทั้งหมดได้ถูกแช่แข็งและเสียอำนาจการจองจำ

ในเวลาเดียวกันคลื่นน้ำแข็งฟ้าก็ไต่ขึ้นบนขาเถิงฮว่าหยวนอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกคลื่นความเย็นหลายชั้นได้เข้ามาในร่างกายจนทำให้แข็งตัว แต่ทว่ากลับไม่หวาดกลัว ระดับความหนาวเย็นนี้ไม่ได้มีผลต่อเขามากนัก เขาหมุนเวียนพลังปราณผ่านในร่างกายและฟื้นฟูกลับมา

ขณะนั้นหวังหลินที่อยู่ทางเข้าหุบเขาจูหมิงนั้น เขาได้ใช้เคลื่อนย้ายระยะไกลที่เหลืออีกสองครั้งทันที

พริบตาเดียวแสงสีฟ้าได้กระจายออกมา ด้วยร่างกายที่สามารถต้านทานความหนาวเย็นได้ เขาจะไม่ได้รับผลกระทบและปรากฎตัวขึ้นเงียบๆด้านหลังเถิงฮว่าหยวน

เขารู้ความแข็งแกร่งของตัวเองว่าไม่มีทางจะสู้กับเซียนขั้นผลิดอกได้ เพียงเถิงฮว่าหยวนยกมือขึ้นก็สามารถสังหารเขาได้นับพันครั้งแล้ว ดังนั้นหวังหลินจึงไม่คิดเรื่องการแก้แค้น แม้เขาจะเต็มไปด้วยจิตสังหาร เขาก็ต้องก้าวข้ามผ่านมันไป หวังหลินอื้อมมืออกไปจับกับกระเป๋าของเถิงฮว่าหยวน

เถิงฮว่าหยวนสังเกตหวังหลินได้เมื่อเขาปรากฎตัวด้านหลัง ทันใดนั้นเขาหันศีรษะกลับไปและเห็นได้ว่านั่นเป็นหวังหลิน เขาเข้าใจได้ทันทีว่าหวังหลินกำลังจะทำอะไรแต่ร่างกายกำลังฟื้นฟูจากอาการหนาวเย็นอยู่ ดังนั้นการเคลื่อนไหวของเขาจึงเชื่องช้าและร่างหวังหลินก็ปรากฎขึ้นในคลองสายตา

เมื่อตอนที่เขาเห็นหวังหลิน หวังหลินก็ได้สัมผัสกระเป๋าเขาเรียบร้อยแล้ว

เถิงฮว่าหยวนเผยใบหน้าอันน่ารังเกียจและตะโกนขึ้น “ระเบิด!”

พลังทำลายล้างจู่ๆก็ออกมาจากกระเป๋าเมื่อหวังหลินสัมผัสมัน พลังนั้นเข้ามาในร่างกายและผ่านเข้ามาในแขน ระเบิดนั้นเริ่มที่ปลายนิ้วและกระจายอย่างรวดเร็ว หวังหลินกัดฟันกรอด กระบี่เหินปรากฎตัขึ้นทันทีพร้อมกับตัดแขนออก และใช้พลังระเบิดนั้นเพื่อผลักเขาออกไปด้านหลัง

ในเวลาเดียวกันที่เขาละมือออกมาและได้ใช้วิชาแรงโน้มถ่วงเพื่อจับกระเป๋าพร้อมกับหนีอย่างรวดเร็ว

เมื่อเถิงฮว่าหยวนฟื้นการเคลื่อนไหวได้ เขาก็พุ่งข้างหน้าหนึ่งก้าวพลันหนีห่างจากพื้นที่ทะเลน้ำแข้งได้ทันทีและตามหลังหวังหลิน

เพียงกระพริบตาเขาก็ออกมาได้และตะโกนขึ้น “หวังหลิน เจ้าคิดหรือว่าเพียงเจ้ามีกระเป๋าข้าแล้วจะเปิดมันออกได้? ตั้งแต่เจ้าสังหารหลานชายข้าไป ข้าได้ปรับแต่งวิญญาณเจ้าในธงวิญญาณและเจ้าจะได้รับความทุกข์ทรมานรุนแรงกว่าความตายเสีย!”

มือขวาของหวังหลินขาดออกจากกัน เขาใช้พลังปราณเพื่อแช่แข็งแขนเพื่อหยุดไม่ให้เลือดไหล เขาไม่กล้าจับกระเป๋าของเถิงฮว่าหยวน จึงได้ถือมันโดยการใช้พลังโน้มถ่วง

เถิงฮว่าหยวนรู้สึกหงุดหงิดมากที่ต้องมาจัดการเพียงขั้นสร้างลำต้นด้านหน้าทุกคน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าอับอายอย่างมาก หากเจ้าจับหรือสังหารหวังหลินทันที มันก็คงไม่แย่นัก แต่กลับถูกเล่นเล่ห์เหลี่ยมโดยภาพมายาและจากนั้นน้ำแข็งฟ้าได้ระงับการเคลื่อไหวของเขาชั่วครู่อีก ยิ่งไปกว่านั้นมันเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น หวังหลินยังจัดการขโมยกระเป๋าเขาไปได้อีก

เขาไม่เคยรู้สึกดูถูกยิ่งกว่าการโดนตบหน้าเช่นนี้ และนี่มันไม่ใช่เพียงการตบครั้งเดียว แต่ราวกับโดนตบหลายฉาด

สิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดมากที่สุดก็คือหวังหลินจะไม่สามารถรอดไปได้หากโดนเขาจัดการเพียงหนึ่งครั้ง แต่เขากลับรู้วิธีการเคลื่อนไหวระยะไกล นี่ทำให้เถิงฮว่าหยวนตื่นตะลึงอย่างมากนั่นก็เพราะว่ามีเพียงเซียนขั้นผลิดอกเท่านั้นที่สามารถทำได้

นอกจากทั้งหมดนี้แล้ว สิ่งที่ทำให้เถิงฮว่าหยวนตกตะลึงที่สุดก็คือความแน่วแน่ของหวังหลินและความเด็ดขาดที่ตัดมือขวาเพื่อหยุดระเบิดที่กำลังกระจายไป ในจุดนี้เถิงฮว่าหยวนยกว่องหวังหลิน แต่ความยกย่องนั้นตกอยู่ภายใต้ความเกลียดชังอย่างรวดเร็ว

ยิ่งแตกหักกับหวังหลินมากเท่าไหร่ เถิงฮว่าหยวนก็ยิ่งอยากสังหารเขามากขึ้นเท่านั้น

“หวังหลิน เจ้าตำหนิใครไม่ได้ที่สังหารหลานชายข้า แต่เจ้ามั่นใจได้ หลังจากข้าสังหารเจ้า ข้าจะไปกวาดล้างจื่อโม่และลูกศิษย์ให้ตามเจ้าไปในนรก” เถิงฮว่าหยวนเหยียดยิ้มในใจพลันสะบัดมือออก

ทันใดนั้นลมเย็นสายหนึ่งเร่ิมกระพือออกมา วิญญาณนับสามหมื่นดวงออกมาและตรงเข้าหาหวังหลิน

การป้องกันหวังหลินจากการใช้วิชาเคลื่อนย้ายอีกครั้งนั้น เถิงฮว่าหยวนตีหน้าอกตัวเองและวิญญาณเซียนปรากฎขึ้นเหนือศีรษะ ด้วยเสียงคำรามหนึ่งครั้ง วิญญาณเซียนของเขาได้หดตัวอย่างมาก บอลโลหิตออกมาจากปากวิญญาณเซียนดวงนั้น จังหวะที่บอลโลหิตปรากฎขึ้น มันก็เริ่มขยายตัวออกจนปกคลุมทั่วพื้นที่

เนื่องจากอิทธิพลของคำสาป จังหวะที่เลือดปกคลุมรอบพื้นที่นั้น หวังหลินพบว่าร่างกายเขาเคลื่อนไหวไม่ได้ในทันที เขากำลังจะเคลื่อนย้ายระยะไกลนั้นจนเมื่อมองไปข้างหน้าและเห็นเข้ากับอะไรบางอย่างจนทำให้ร่างกายสั่นสะท้าน เขาจ้องไปที่วิญญาณที่กำลังเข้ามาและร้องไห้เป็นสายเลือด วิญญาณที่เขามองนั้นมีสีหน้าเจ็บปวดสุดแสนสาหัส หนึ่งในนั้นเป็นพ่อของเขาเอง

เถิงฮว่าหยวนสังเกตอาการของหวังหลินได้ ทันใดนั้นเขาไม่รีบเร่งพลันหัวเราะออกมา “เจ้าเห็นใช่ไหม? เจ้าคิดจริงๆหรือว่าข้าจะนำทั้งวิญญาณตระกูลของเจ้าไว้ในธงผืนเดียว? หวังหลิน เจ้าไร้เดียงสาเกินไปแล้ว” ทันใดนั้นเขาชี้มือขึ้นและวิญญาณทั้งสามหมื่นดวงก็หยุดลง ทันใดนั้นวิญญาณของพ่อหวังหลินแยกออกมาจากกลุ่มและพุ่งตรงเข้าหาหวังหลิน

หวังหลินกัดฟันกรอดขณะที่เลือดหลั่งออกมาจากปาก เขาจ้องมองขณะที่วิญญาณของพ่อเข้าไปในร่างกายเขา ขณะที่อดทนกับความเจ็บปวดอันรุนแรง เขาเริ่มหัวเราะน่าสังเวช เสียงหัวเราะดังขึ้นและดุงขึ้นจนเขาไอออกมาเป็นก้อนเลือดคำโต เขายกศีรษะและตะโกนขึ้น “นี่คือโลกแห่งเซียนสินะ เยี่ยม! เยี่ยมมาก!” เขากระแทกหน้าผากตัวเองและปล่อยพลังปราณหยินออกมาจากปาก หวังหลินใช้พลังปราณห่อหุ้มรอบๆวิญญาณพ่อตัวเองไว้ไม่พร้อมกับแช่แข็ง

เถิงฮว่าฮว่าหยวนมองดูหวังหลินและรู้สึกหนาวเย็นในใจทันที แต่ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องตลกที่เขาจะกลัวเซียนขั้นสร้างลำต้นเพียงคนเดียว ทว่าเขาไม่สามารถหยุดความหนาวเย็นที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้ ทันใดนั้นเขาสะบัดมืออีกคราและวิญญาณอีกดวงหนึ่งออกมาจากกลุ่มวิญญาณนับสามหมื่นดวง นั่นเป็นแม่ของหวังหลิน

ร่างหวังหลินสั่นสะท้านขณะที่เขาปล่อยกระเป๋าที่ใช้พลังโน้มถ่วงถือไว้ กระเป๋านั้นไร้ประโยชน์ต่อเขาไปแล้วตอนนี้

ความทรงจำวัยเด็กก่อนที่เขาจะเข้าสำนักเหิงยั่วได้ลอยเข้ามาในใจ “หวังหลิน ดูสิว่าข้ามีความเมตตาแค่ไหนที่ให้เจ้ามาเจอครอบครัวตัวเองได้?” ขณะที่เถิงฮว่าหยวนพูดนั้น เขาชี้นิ้วขึ้น วิญญาณแม่ของหวังหลินเข้าไปในร่างหวังหลินทันที

ความเจ็บปวดที่ร่างกายได้รับนั้นเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดทางใจ หวังหลินรู้สึกได้ว่าหัวใจกำลังหลั่งเลือด เขาจ้องเถิงฮว่าหยวนอย่างเย็นยะเยือกขณะที่ใช้พลังปราณหยินเพื่อแช่แข็งและปกป้องวิญญาณแม่ตัวเองอีกครั้ง

เถิงฮว่าหยวนยิ้มอย่างขนลุกพร้อมกับพูดขึ้น “เอาหล่ะ เกมจบแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการใช้อุโมงค์ไปสนามรบต่างแดนเพื่อหลบหนี เจ้ายกเลิกความคิดนั้นไปได้เลย”

เขาเอามืออกมา ทันใดนั้นกระเป๋าของหวังหลินก็ลอยไปในมือของเถิงฮว่าหยวน เขาบดขยี้กระเป๋าเป็นผุยผงทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ข้างในพร้อมกับป้ายสิทธิ์

ในเวลาเดียวกัน วิญญาณจำนวนสามหมื่นดวงพุ่งเข้าหาหวังหลินและเริ่มกลืนกินเนื้อและพลังปราณเขา ใบหน้ามนุษย์นับไม่ถ้วนปรากฎภายใต้เนื้อหนังหวังหลิน

มีวิญญาณจำนวนหนึ่งมุ่งหน้าไปที่วิญญาณพ่อและแม่ของหวังหลินซึ่งห้อมล้อมด้วยน้ำแข็ง แต่หวังหลินกลับใช้ร่างกายเพื่อปกป้อง

ไม่นานนัก มือซ้ายก็ถูกกลืนกินจนมองเห็นได้ หลังจากนั้นก็เป็นขาทั้งสองข้า ตลอดเวลานี้หวังหลินไม่ได้ส่งเสียงร้องเพียงครั้งเดียวขณะที่เขาจ้องอย่างเยือกเย็นไปที่เถิงฮว่าหยวน นี่ทำให้จิตใจของเถิงฮว่าหยวนยิ่งหนาวเย็นมากขึ้น

ยักษ์บนท้องฟ้าจ้องไปที่หวังหลินและคิดขึ้นอย่างระทึกใจ “กลิ่นอายความเกลียดชัง! นี่มันกลิ่นอายความเกลียดชัง!”

ขณะที่วิญญาณนับสามหมื่นดวงทำร้ายเขา ร่างกายก็ค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ เถิงฮว่าหยวนเผยใบหน้าเคร่งเครียดขณะที่เขาพึมพำกับตัวเอง “ลี่เออร์ ปู่กำลังแก้แค้นให้เจ้า ดูสิ มันยังไม่จบ เมื่อร่างกายมันถูกทำลาย ข้าจะนำวิญญาณของมัน….”

หวังหลินหัวเราะน่าสังเวช ร่างกายไม่รู้สึกเจ็บปวด เขาใช้โอกาสนั้นขณะที่ยังมีแรงหายใจโดยใช้พลังแรงโน้มถ่วงเพื่อห่อหุ้มรอบน้ำแข็งที่มีวิญญาณครอบครัวเขาพลันย้ายทั้งสองเข้ามาในหน้าอก นี่เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เขาทำได้ หากเขาตายไป เขาก็อยากตายพร้อมกับครอบครัว

เขาไม่เสียใจที่ออกมาหุบเขาจูหมิง เขารู้ได้ว่าหากเขาซ่อนตัวก็คงได้แค่ชั่วคราว แต่หากยังมีเศษเสี้ยวความหวัง เขาจะไม่ยอมแพ้มัน การออกมาให้ทำให้เขามีเสี้ยวความหวังเล็กๆที่จะขโมยวิญญาณครอบครัวเขามา หากเขายังอยู่ข้างใน เขาจะไม่มีแม้กระทั่งความหวังใดเลย

ร่างกายถูกตรึงไว้ในคุกโลหิต เขาพยายามเคลื่อนย้ายหนีไปแล้วแต่พบว่าไม่สามารถทำได้ ตอนนี้จิตใจหวังหลินหลงเหลือเพียงแต่ความเกลียดชัง

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ไท้จูเป็นคนอกตัญญู หากโลกหน้ามีจริง ข้าหวังว่าจะไม่เป็นลูกท่านทั้งสองอีก นั่นก็เพราะข้า….ไม่คู่ควร…หากไม่มีข้า ท่านก็จะไม่เจอเคราะห์เช่นนี้…” หวังหลินร้องไห้เป็นสายเลือดพร้อมกับหลับตาลง

ขณะนั้นน้ำเสียงแหบพร่าดังออกมาจากหน้าอกหวังหลิน ไม่นานจากนั้นร่างกายหวังหลินก็ระเบิดขึ้น วิญญาณนับสามหมื่นดวงหนีจากร่างหวังหลินด้วยความตกใจขณะที่ลำแสงเส้นหนึ่งได้จับวิญญาณครอบครัวหวังหลินไว้ ทะลวงคุกโลหิตและเข้าไปในสนามรบต่างแดน

ภาพฉายได้ละลายไปกว่าแปดถึงเก้าส่วนภายใต้ผลกระทบของลำแสงเส้นนั้น

ท่าทางของยักษ์และหลินยี่เปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้เห็นลำแสงนั้น หลินยี่ตะโกนขึ้น “นั่นมัน…” ขณะที่เขาจ้องมองก็หุบปากทันทีและกระโดดเข้าไปในสนามรบต่างแดน ทว่าเมื่อเขาสัมผัสกับวงกลมที่สร้างโดยมังกรดำสองตัว เขาก็ถูกแรงกระดอนกลับมา

Facebook Comments

One thought on “Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน ตอนที่ 117 หวังหลินตาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: