Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน ตอนที่ 125 สัมผัสวิญญาณขอบเขตจวี่

ตอนที่ 125 สัมผัสวิญญาณขอบเขตจวี่

Keepwalk แปล

คลื่นแสงจำนวนมากออกมาจากค่ายกลเคลื่อนย้ายขณะที่พลังวิญญาณพรั่งพรูขึ้นและในที่สุดค่ายกลเคลื่อนย้ายก็เปิดออก

วิญญาณเร่ร่อนจำนวนมากข้างนอกค่ายกลรีบถอยห่างอย่างรวดเร็ว

นี่อาจจะเป็นค่ายกลเคลื่อนย้ายที่จะเปิดเป็นครั้งสุดท้ายในสนามรบต่างแดนแห่งนี้ เซียนแต่ละคนยังปรากฎแววตาหวาดกลัวขณะที่พวกเขาหายตัวไปทีละคน

หวังหลินสิ่งที่เกิดขึ้นข้างในค่ายกลเคลื่อนย้าย ทุกครั้งที่มีคนหายไป เขาจะคำนวณเวลาไว้

กลุ่มโจวซื่อจงรู้สึกขัดแย้ง พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะจากไปดีหรือไม่ จนเมื่อได้ยินเสียงอันเยือกเย็นของหวังหลิน

“พวกเจ้าทั้งสามคนเข้าไปก่อนและรอข้าที่นู่น”

ทั้งสามคนผ่อนคลายทันที พวกเขาหยิบหยกของตัวเองออกมา ส่งพลังวิญญาณเข้าไปในหยกและหายตัวไป

หลังจากเซียนทั้งหมดหายตัวไปในค่ายกลเคลื่อนย้าย หวังหลินพึมพำกับตัวเอง “สามวินาที”

หลังจากนั้นดวงตาส่องสว่างขึ้นและเขาพุ่งเข้าหาค่ายกลเคลื่อนย้าย ขณะที่เหาะเหิน หวังหลินได้สัมผัสกระเป๋าและนำหยกที่อนุญาตให้เขาใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายออกมา

ใช้ความเร็วถึงขีดสุด ในพริบตาเขาก็มาถึงม่านพลังที่ล้อมรอบค่ายกลเคลื่อนย้าย ขณะที่เขาเข้าไป เส้นสีดำเส้นหนึ่งปรากฎขึ้น หวังหลินไม่หลบแต่กลับปล่อยให้เส้นสีดำปะทะกับเขา

เมื่อเส้นสีดำเข้าใกล้ร่างกายหวังหลิน หน้าผากเขาเริ่มส่องแสงขึ้นทันที สัญลักษณ์สี่สิบเก้าตัวปรากฎขึ้นโดยอัตโนมัติและป้องกันเส้นสีดำนั้น

เส้นสีดำทะลวงผ่านสัญลักษณ์ไปจำนวน 43 อันก่อนที่พลังงานของมันจะหมดลงและหายไป

ทั้งหมดเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ขณะที่หวังหลินผ่านม่านพลังของค่ายกลเข้าไป เขาใช้หยกเพื่อกระตุ้นค่ายกลเคลื่อนย้ายทันที

หวังหลินกังวลอย่างมาก จากการสังเกตของเขา มันจะใช้เวลาสามวินาทีเพื่อที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายและหยกเชื่อมเข้าหากัน สามวินาทีนี้อันตรายอย่างมาก แต่หากเขาควบคุมช่วงเวลานี้ได้ หวังหลินเชื่อว่าเขาจะเคลื่อนย้ายออกไปจากที่นี่ได้แน่ๆ

วินาทีแรก! เส้นสีดำมากกว่าสิบเส้นปรากฎขึ้นและพุ่งใส่หวังหลินราวกับลูกศร หวังหลินรู้ในใจได้ทันทีว่าร่างกายเขาไม่สามารถขยับเขยื้อนไกลๆได้หากไม่เช่นนั้นการเคลื่อนย้ายจะล้มเหลว ส่วนการเคลื่อนไหวเล็กๆคงช่วยไม่ได้เมื่อเส้นสีดำพวกนั้นรวดเร็วเกินไป

หวังหลินไตร่ตรองเรื่องนี้ทั้งหมดมาก่อน ใบหน้าเขามืดคล้ำและหน้าผากส่องสว่างขึ้น กลุ่มสัญลักษณ์จำนวน 49 ตัวปรากฎขึ้นบนหน้าผาก

หวังหลินสร้างค่ายกลจำนวน 21 ชั้นซ้อนกันไว้ หากค่ายกลถูกทำลายไปหนึ่ง หวังหลินยังมีสัญลักษณ์นับพันตัวเพื่อปกป้องเขา

หวังหลินได้ยินเพียงเสียงราวกระจกแตกขณะที่สัญลักษณ์ที่ป้องกันเขากระจายออกอย่างรวดเร็วในวินาทีนี้ เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นรวดเร็วมากและเส้นสีดำนับสิบเส้นได้ทะลวงสัญลักษณ์มากกว่าเก้าร้อยตัวก่อนที่พวกมันจะหายไปทั้งหมด

ขณะเดียวกันนี้ ไม่เพียงแต่หวังหลินไม่ผ่อนคลาย แต่เขากลับเคร่งเครียดมากกว่าเดิม เขารู้ได้ว่าการเตรียมการที่เขาทำมาทั้งหมดนั้นหยุดได้เพียงหนึ่งวินาที เหลืออยู่สองวินาทีและทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับตัวเองแล้ว หวังหลินโยนกระเป๋าทั้งสามใบออกมาและสมบัติเซียนจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฎขึ้นและลอยรอบตัวเขา หากมองใกล้ๆแล้วมันมีอย่างน้อยนับร้อยชิ้น

หวังหลินได้ตรวจสอบกระเป๋าทั้งสามใบแล้วและพบว่ามีของบางอย่างที่เขาสามารถใช้มันได้ คนธรรมดาคงไม่กล้าควบคุมสมบัติเซียนมากมายในคราเดียว ทว่าด้วยสัมผัสวิญญาณหวังหลินมันยากเล็กน้อยเท่านั้น

การเชื่อมต่อระหว่างค่ายกลเคลื่อนย้ายและหยกได้เข้าสู่ระยะที่สอง วินาทีแรกได้ผ่านไปและตอนนี้เป็นวินาทีที่สอง

รูม่านตาหวังหลินหรี่เล็ก เขายิ้มเยาะขณะที่เส้นสีดำมากกว่าร้อยเส้นปรากฎขึ้นพร้อมกับพุ่งเข้าหาหวังหลิน เขาเหลือสัญลักษณ์เพียงไม่ถึงร้อยตัว พวกมันไม่แม้แต่กระทั่งป้องกันอะไรได้และถูกทำลายทันที

หลังจากนั้นก็ถึงตาของสมบัติเซียน เสียงระเบิดดังขึ้นถี่ยิบขณะที่สมบัติเซียนทั้งหมดถูกทำลาย หวังหลินลอบถอนหายใจ เขาไม่มีเวลาปลดผนึกพวกมัน ดังนั้นจึงไม่สามารถปลดปล่อยพลังเต็มที่ได้

สมบัติเซียนสามารถหยุดเส้นสีดำได้มากกว่าครึ่ง เส้นที่หลงเหลืออยู่ที่ไม่โดนขัดขวางได้เข้าสู่ร่างกายหวังหลิน

เหล่าเส้นสีดำเข้ามาในร่างกายหวังหลินและพลังทำลายล้างได้ระเบิดจากข้างใน ระเบิดขนาดใหญ่สร้างความเสียหายต่อสัมผัสวิญญาณหวังหลิน แต่เขากลั้นไว้และป้องกันวิญญาณตัวเองจากการโดนทำลาย

เขาบังคับตัวเองให้อยู่รอดในวินาทีที่สอง ใบหน้าหวังหลินสยดสยองขณะที่เขาจ้องไปในพื้นที่ว่างและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “กฎธรรมชาติบ้าอะไรกัน! เข้ามาเลย! มาหยุดข้าไม่ให้กลับสิ! ข้าได้ตายไปแล้วครั้งนึง! ตอนนี้ไม่มีใครหยุดข้าได้!”

ขอบเขตจวี่เป็นขอบเขตที่พิเศษมาก ปกติแล้วขอบเขตจวี่มาจากพลังปราณ ทว่าตอนนี้หวังหลินไม่ได้มีพลังปราณใดเลย แต่วิญญาณของเขาเริ่มแสดงเครื่องหมายของขอบเขตจวี่

ในสนามรบต่างแดนที่กำลังล่มสลาย เสียงกัมปนาทดังสนั่นขึ้นทั้งสนามรบต่างแดนและพื้นที่แห่งนี้ล่มสลายไปมากกว่าครึ่ง เศษแตกหักนับไม่ถ้วนของสนามรบต่างแดนรวมตัวกันเป็นรอยแยกอวกาศมากมาย

พลังกดดันอันแข็งแกร่งออกมาจากพื้นที่ว่างเปล่าและเหล่าเพื่อนบ้านของหวังหลินรีบกลับเข้าไปในโลกแห่งการล่มสลาย ไม่กล้าอยู่ที่นี่อีกเลย

หากพวกเขาทำเช่นนั้นคงไม่ต้องพูดถึงเหล่าวิญญาณเร่ร่อน วิญญาณเร่ร่อนได้ตื่นตระหนกและเข้าไปในรอยแยกอวกาศไหนก็ได้เพื่อหาทางกลับ

ขณะนี้เองการเชื่อมต่อระหว่างค่ายกลเคลื่อนย้ายและหินหยกได้เข้าสู่ช่วงสุดท้าย ตอนนี้เป็นวินาทีที่สาม

ดวงตาอันบ้าคลั่งเต็มไปด้วยความหนาวเย็น ทว่าในความรุนแรงนั้นยังมีความสงบซ่อนอยู่ ร่างกายหวังหลินยืนตั้งตรงภายใต้ความกดดันเหล่านี้ แม้ว่าวิญญาณเขาจะได้รับความเสียหายหนักแต่กลับมีพลังลึกลับลุกโชนขึ้นภายในตัวเขา

นี่คือรัศมีขอบเขตจวี่ภายในวิญญาณหวังหลิน รัศมีนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดสามารถป้องกันได้ หากแรงกดดันตอนนี้ราวกับภูเขาไถซาน เมื่อนั้นรัศมีของหวังหลินราวกับกระบี่ที่ไม่ใช่กระบี่

บางทีภูเขาไถซานอาจจะทำลายกระบี่นี้ได้แต่ตัวเองก็แตกเป็นเสี่ยงๆ กระบี่เล่มนี้จะออกไปผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย

ในวินาทีที่สาม มือขนาดยักษ์ข้างหนึ่งที่สร้างจากเส้นแสงสีดำปรากฎขึ้นและพยายามจะจับหวังหลิน จำนวนเส้นแสงสีดำที่สร้างเป็นมือยักษ์นี้ไม่สามารถนับได้

เมื่อมือยักษ์ปรากฎขึ้นมา สนามรบต่างแดนเริ่มล่มสลายอย่างสมบูรณ์ ราวกับก้อนน้ำแข็งที่ถูกตีจากด้านข้าง ชิ้นใหญ่แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและผสมกับรอยแยกอวกาศหลายแห่ง

ในพริบตาเดียว สนามรบต่างแดนหายไป หลงเหลือเพียงค่ายกลเคลื่อนย้ายทั้งสี่แห่งเท่านั้น แต่ละอันลอยอยู่โดดเดี่ยวในความว่างเปล่า

วินาทีที่สามเป็นการเชิญหน้ากันระหว่างขอบเขตจวี่และกฎธรรมชาติ วิญญาณของหวังหลินทรุดตัวลงขณะที่มือยักษ์ได้สัมผัสเขา แต่จังหวะที่มันทรุดตัวนั้น มันก็กลับมารวมตัวกันโดยขอบเขตจวี่อันลึกลับและต้านทานต่อ

ในระหว่างกระบวนการนี้ หวังหลินรู้สึกขอบเขตจวี่อย่างแท้จริงอีกครั้งหนึ่ง

ครั้งแรกเป็นตอนที่อยู่ในซากปรักหักพังในป่า

ครั้งที่สองเป็นตอนที่อยู่ในหุบเขาจู้หมิง

ครั้งที่สามเป็นตอนที่วิญญาณเขาตื่นขึ้นในโลกแห่งการล่มสลาย

ตอนนี้เป็นครั้งที่สี่! แต่ละครั้งขอบเขตจวี่แข็งแกร่งมากขึ้น โดยเฉพาะครั้งนี้ วิญญาณของหวังหลินพุ่งเข้าหาขอบเขตจวี่และถูกชำระล้างทุกครั้งที่มันแตกเป็นเสี่ยงๆ

ระหว่างนี้วิญญาณขนาดใหญ่ของหวังหลินได้ผ่านการแตกและสร้างใหม่มากกว่าหมื่นครั้ง! วิญญาณเขาค่อยๆหดเล็กลงและควบแน่น แต่คุณของมันผ่านการเปลี่ยนแปลงขนาดที่ทำให้โลกสั่นสะเทือน

ขอบเขตจวี่ได้รวมเข้ากับวิญญาณเขาเรียบร้อย

ไม่มีใครรู้ว่าขอบเขตจวี่มาจากไหน แต่มั่นใจได้ว่าเหล่าเซียนทุกคนที่มีขอบเขตจวี่จะมีเพียงพลังปราณเท่านั้น มีเพียงหวังหลินที่ผ่านบังเอิญในคราเคราะห์ จนได้ขอบเขตจวี่ที่ประทับสู่วิญญาณ

ในความจริง มือยักษ์ที่สร้างโดยกฎธรรมชาตินี้เป็นตัวเร่งให้วิญญาณหวังหลินบรรลุพลังขอบเขตจวี่ หลังจากลูกปัดฝืนลิขิตฟ้าได้รวมเข้ากับวิญญาณหวังหลินกลับมีเพียงเศษเสี้ยวขอบเขตจวี่เหลืออยู่ในวิญญาณเขา ทว่าเมื่อไม่มีความกดดันภายนอก ตราบใดที่หวังหลินได้ฟื้นฟูพลังปราณอีกครั้ง เศษเสี้ยวขอบเขตจวี่นี้จะหายไป

แต่ภายใต้แรงกดดันจากภายนอกนี้ วิญญาณหวังหลินหดลงและขอบเขตจวี่ขยายออกจนพวกมันรวมเข้าด้วยกัน การรวมกันชนิดนี้ยังเป็นเพียงสภาวะแรกเริ่ม พูดได้ว่าวิญญาณของหวังหลินยังเติมขอบเขตจวี่ไม่สมบูรณ์และมีสิ่งอื่นเจือปนจำนวนมาก

ขอบเขตจวี่เป็นขอบเขตชนิดที่บริสุทธิ์ หากมันปรากฎในพลังปราณเมื่อนั้นการพัฒนาการทั้งหมดจะเกิดขึ้นในพลังปราณ

เช่นเดียวกันกับตอนนี้ที่ขอบเขตจวี่ของหวังหลินอยู่ในวิญญาณเขา พลังปราณของเขาไม่มีขอบเขตจวี่หลงเหลืออยู่เลย แต่สัมผัสวิญญาณเขาสามารถสังหารใครก็ตามที่อยู่ระดับฝึกตนเดียวกับเขาได้ง่ายๆโดยไม่คำนึงถึงว่าพวกเขาจะเป็นระดับต้น กลาง หรือปลาย ทว่าข้อจำกัดของขอบเขตจวี่นั้นอยู่ที่ขั้นผลิดอกระดับปลาย

มีเซียนคนเดียวในยุคโบราณที่สามารถผ่านจุดนั้นมาได้ ไม่มีใครอื่นทำได้ต่อจากนั้น

และคนผู้นั้นเพียงทะลวงผ่านมาได้ด้วยความโชคดีที่เกี่ยวข้องกับการลงโทษแห่งสวรรค์ ขณะที่เรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆนั้น มีเพียงคนที่อยู่ตรงนั้นที่รู้

ขอบเขตจวี่น่ากลัวมาก พลังที่ปฏิเสธความแตกต่างระหว่างระดับต้น กลางและปลายได้ราวกับสวรรค์ลงโทษ หากขอบเขตจวี่เติบโตได้โดยไม่ถูกจำกัด เมื่อนั้นขอบเขตจวี่คงเป็นอมตะ

ผู้คนที่เรียนรู้เรื่องขอบเขตจวี่สรุปได้ว่าเหตุผลที่เซียนขอบเขตจวี่ไม่สามารถทะลวงผ่านขั้นผลิดอกได้นั่นเป็นเพราะเมื่อพวกเขาพยามทะลวง สรวงสวรรค์จะสังหารเขาอย่างไร้ความปราณี

สวรรค์ไม่ยินยอมให้เซียนขอบเขตจวี่คนใดผ่านขั้นผลิดอกมาได้ ทว่าด้วยขอบเขตจวี่ของหวังหลินตอนนี้ มันยังอ่อนแอเกินไปเมื่อเทียบกับกฎธรรมชาติ ขณะที่มือเข้าใกล้ขึ้นและใกล้มากขึ้น ในที่สุดความเร็วที่วิญญาณหวังหลินพังทะลายได้เอาชนะอัตราการสร้างใหม่

ปัง

วิญญาณของหวังหลินได้พังทะลายอย่างสมบูรณ์

สิ่งที่หลงเหลือตอนนี้คือวิญญาณขอบเขตจวี่ดั้งเดิม

หากไม่มีกฎธรรมชาติและหวังหลินพยายามสร้างวิญญาณจวี่ของเขาด้วยตัวเอง เขาคงไม่สามารถทำมันได้ชั่วชีวิต แต่ตอนนี้มันสำเร็จ!

ขณะที่วิญญาณขอบเขตจวี่อันบริสุทธิ์ถือกำเนิด มือยักษ์หยุดไปชั่วขณะ และขณะนั้นเองค่ายกลเคลื่อนย้ายก็เปิดออก

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: