ตอนที่ 132 กลียุคในฮัวเฝิน (1)

Keepwalk แปล

ร่างซุนโย่วค่ายสั่นสะท้านขณะที่เขามุดหนีลงใต้ดิน ความหวาดกลัวทำให้เขารู้สึกราวกับไม่อาจหายใจได้ เพียงขณะนั้นเองเขากลับรู้สึกว่าพื้นดินด้านหน้าอุ่นขึ้นและลอบไคร่ครวญ ดำดินหนีเป็นวิชาเซียนที่ยอดเยี่ยมที่สามารถไปที่ไหนก็ได้ แต่ที่นี่เป็นฮัวเฝิน ที่ที่มีภูเขาไฟอยู่ทุกที่ ซึ่งมีข้อจำกัดร้ายแรง

หากเขาบังเอิญขุดไปเจอลาวาคงได้แต่ด่าตัวเอง

ปกติแล้วเมื่อซุนโย่วค่ายหนี เขาแยกแยะทิศทางและเปลี่ยนทิศได้ทันทีเมื่อรู้สึกร้อน แต่ตอนนี้เขาเชื่อสุดใจว่ากำลังถูกเซียนขั้นสร้างวิญญาณตามล่า จึงไม่ได้ใส่ใจและตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว ทั้งหมดที่เขาทำได้คือใช้พลังทั้งหมดเพื่อยกร่างตัวเองขึ้น

เสียงดังปัง! ร่างกายเขาออกมาจากใต้ดินในถ้ำแห่งหนึ่งภายในภูเขาไฟ คลื่นความร้อนปะทะใส่เขาทันทีทำให้เส้นผมและคิ้วคดงอ

เขาส่งเสียงกรีดร้องขณะที่โยนกระบี่เหินออกไปอย่างรวดเร็วและเคลื่อนที่เข้าหาหินก้อนหนึ่ง หลังจากอยู่ในความร้อนนี้ไม่นานนัก ผิวกายเขาแตกระแหงและเสื้อผ้ากลายเป็นฝุ่นผงในทันที

แม้กระทั่งกระบี่เหินใต้ฝ่าเท้าก็กลายเป็นสีแดงและอุณหภูมิกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่เม็ดเหงื่อปรากฎบนร่างซุนโย่วค่าย ทุกหยดกลายเป็นไอสีขาว มองเขาตอนนี้ที่ทั้งร่างคลุมไปด้วยไอสีขาว แม้ว่าเขาจะเปลือยกายก็ยังมีคำใบ้ว่าเขายังเป็นมนุษย์อยู่

ใต้เขาเป็นน้ำพุลาวาขนาดใหญ่ มีฟองขนาดใหญ่หลายแห่งในน้ำพุ และทุกครั้งที่มันระเบิด แก๊สสีดำจะพวยพุ่งขึ้นมา

ซุนโย่วค่ายทำได้เพียงยอมรับและพุ่งผ่านไปอีกด้านของภูเขาไฟก่อนที่เขาจะหยุดตัวลงมองลาวาข้างใต้ด้วยความน่ากลัว

ในตอนนี้ หวังหลินจับตัวได้แล้ว เขาไม่รู้จักวิชาเซียนมุดดิน แต่สัมผัสวิญญาณเขาได้เชื่อมต่อกับซุนโย่วค่ายตลอดเวลา เขาสังเกตได้ทันว่าซุนโย่วค่ายหยุดลง ดังนั้นจึงหยิบเศษเหล็กออกมาและชี้ไปบนพื้น เศษเหล็กปั่นไปที่พื้นดินและขุดเป็นหลุม ร่างหวังหลินติดตามไปอย่างรวดเร็วและเข้าไปในน้ำพุลาวาที่ซุนโย่วค่ายอยู่

ขณะที่เข้าไปในภูเขาไฟ หวังหลินสังเกตได้ว่าซุนโย่วค่ายกำลังจ้องลาวาข้างใต้ด้วยความหวาดกลัว

หวังหลินตามสายตาที่ซุนโย่วค่ายจ้องไปที่ลาวาและเห็นดวงตาทรงสามเหลี่ยม หวังหลินสูดหายใจลึกและถอยออกมาจากถ้ำ หวังหลินซ่อนตัวไม่ขยับและจ้องไปที่ดวงตาคู่นั้น

จากความทรงจำของหม่าเหลียงตอนที่เขายังเป็นเด็ก ไม่มีสิ่งมีชีวิตในแคว้นฮัวเฝินที่อาศัยในภูเขาไฟ หากมีจริง คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ถูกเหล่าเซียนของฮัวเฝินพบเข้า จึงพูดได้ว่าในทุกๆสองสามปี บรรพบุรุษของสี่สำนักใหญ่จะผนึกภูเขาไฟไว้เพื่อความปลอดภัย

ในเวลาเดียวกัน ซุนโย่วค่ายดูเหมือนจะถูกครอบงำเมื่อจ้องไปที่สายตาคู่นั้น เขาหยิบกระบี่เหินและเดินไปบนก้อนหินด้วยเท้าเปล่า ขณะที่เท้าสัมผัสกับหิน กลิ่นของเนื้อไหม้ได้กระจายออกมา

เขาก้าวได้เพียงสามก้าวก่อนที่เนื้อหนังจะถูกเผาไหม้จนเกรียม เผยให้เห็นกระดูดที่ถูกเผาจนเป็นสีดำ ทว่าซุนโย่วค่ายไม่ได้แสดงท่าทีทุกข์ทรมานขณะที่เขากระโดดเข้าไปในลาวาจากขอบโขดหิน

ดวงตาหวังหลินสว่างขึ้นณะที่เขายื่นมือออกมา จังหวะที่ซุนโย่วค่ายเริ่มกำลังจะตก เขาจับกระเป๋าของซุนโย่วค่ายและจากนั้นก็ดึงเขาออกห่างโดยไม่ได้หันไปมองลาวา

เสียงร้องคำรามดังออกมาด้านหลังหวังหลินและความร้อนทั่วบริเวณเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น ขณะที่หวังหลินวิ่งหนี ถ้ำรอบเขากลายเป็นสีแดง หากใครมองจากข้างบน พวกเขาจะเห็นภูเขาไฟขนาดน้อยและใหญ่กำลังพ่นควันดำออกมา โดยเฉพาะหนึ่งในภูเขาไฟขนาดใหญ่ รอบๆมันมีแสงสีแดงที่เห็นได้ด้วยตาเปล่ากระจายออกมา ทุกสิ่งที่ถูกสัมผัสด้วยแสงสีแดงจะกลายเป็นสีดำแดง

ใบหน้าหวังหลินมืดมัวขณะที่เขาตามอุโมงค์ออกมา ทันใดนั้นเขาหยุดลงเมื่อเห็นทะเลเปลวไฟได้รวมตัวดันในอุโมงค์ด้านหน้าเขา เปลวไฟสร้างเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีดวงตาสามเหลี่ยมและเขาหนึ่งข้าง มันมองหวังหลินด้วยเจตนาสังหาร

หวังหลินส่งสัมผัสวิญญาณขอบเขตจวี่ของเขาออกมาโดยไม่ได้เอ่ยคำใด มันเห็นได้แต่เพียงลำแสงสายฟ้าแดงพุ่งออกมาจากดวงตาหวังหลินเข้าไปในสัตว์อัคคีตัวนั้น ไฟของมันหมองลงชั่วครู่แต่ในไม่ช้าก็ฟื้นฟู มันอ้าปากและร้องคำรามก่อนจะพุ่งเข้าหาหวังหลิน

ใบหน้าของหวังหลินมืดหม่นมากกว่าเดิม เขาหันไปรอบๆแต่ทันใดนั้นรูม่านตาหรี่เล็กขณะที่สัตว์อัคคีอีกตัวปรากฎขึ้นด้านหลังเขา

ขณะนี้ภายในอุโมงค์แคบ มีสัตว์อัคคีสองตัวป้องกันเส้นทางเขาทั้งสองด้าน เขากัดฟันกรอดขณะที่ส่งเศษเหล็กออกมา เศษเหล็กเริ่มขุดอีกอุโมงค์หนึ่งและหวังหลินรีบตามเข้าไปทันที

แต่ขณะนั้นเองสัตว์อัคคีได้ส่งเสียงร้องออกมา จิตใจหวังหลินจมดิ่ง สิ่งสกปรกรอบตัวหวังหลินเปลี่ยนเป็นสีแดงและแข็งตัวจนมันสร้างเป็นกรงที่หวังหลินถูกกักขังไว้ข้างใน

กรงนี้เลื่อนเข้ามาใกล้เขาจนมันล้อมรอบเขาได้สำเร็จ ในที่สุดหวังหลินก็ถูกขังไว้ข้างใน

ขณะเดียวกันคลื่นรอยแตกหลายรอยปรากฎบนพื้น พื้นดินล่มสลายเข้ามา สร้างเป็นสระแห่งหนึ่ง บอลปฏิกูลสีดำถูกสร้างขึ้นมาโดยมีหวังหลินอยู่ข้างใน

รอบๆบอลปฏิกูลมีสัตว์อัคคีแปดตัวที่พ่นไฟไปที่บอลเพื่อให้มันเล็กลงยิ่งกว่าเดิม ในไม่ช้าเมื่อบอลเล็กลงและเล็กลงมากเข้า สัตว์พวกนั้นก็หยุดในที่สุด

หนึ่งในสัตว์อัคคีจับบอลปฏิกูลและกระโดดลงบนพื้น ตัวอื่นๆรีบตามไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักพวกมันก็กลับเข้ามาในถ้ำที่เคยอยู่ครั้งก่อน

สัตว์อัคคีตัวนั้นโยนบอลปฏิกูลเข้าไปในลาวาก่อนที่จะโดดเข้าไปพร้อมกับตัวอื่นๆ พวกมันหายตัวไปหมดในลาวา ลาวาปล่อยฟองออกมาไม่กี่ลูกก่อนทีจะสงบลง

ภูเขาไฟรอบๆหยุดพ่นควันดำและคลื่นความร้อนหายไป นอกจากสระขนาดยักษ์ที่สร้างโดยสัตว์อัคคี ไม่มีหลักฐานอื่นใดที่หลงเหลืออยู่

และสระพวกนี้เป็นของทั่วไปที่พบในฮัวเฝิน ภูเขาไฟแทบทุกที่จะมีสระน้อยและใหญ่เสมอ

หวังหลินกอดร่างตัวเองขณะที่เขาป้องกันคลื่นความร้อนสูงไปด้วย จังหวะที่สิ่งปฏิกูลรอบล้อมเขา หวังหลินได้ห่อหุ้มร่างกายตัวเองในสัมผัสวิญญาณขอบเขตจวี่ ขณะเดียวกันสัมผัสวิญญาณเขาก็ละลายอย่างช้าๆในบอลปฏิกูล

เขารู้สึกได้ชัดเจนว่ากำลังถูกเขย่า การเขย่าหนึ่งครั้งทำให้เขารู้สึกว่าถูกโยนลงบนพื้น ปัจจุบันสัมผัสวิญญาณของเขาได้สาดส่องผ่านข้อจำกัดของบอลปฏิกูล ดังนั้นเขาจึงเห็นทุกอย่างด้านหน้าชัดเจน

ด้านหน้าเขาเป็นสระลาวาอันไร้ที่สิ้นสุด มีช่องที่กำลังเปิดอยู่มากมายเหนือสระลาวา ลาวาไหลลงไปสู่สระข้างล่างจากช่องที่กำลังเปิดอยู่

บอลปฏิกูลที่เขาถูกขังอยู่ตอนนี้กำลังลอยในลาวา รอบตัวเขามีบอลปฏิกูลเจ็ดหรือแปดลูกที่กำลังลอยอยู่ บนยอดแต่ละลูกมีสัตว์อัคคีนั่งบนนั้น

จากนั้นเขามองไปที่ลาวารอบตัวเขาและเห็นเหล่าดวงตาสามเหลียมนับไม่ถ้วน หนึ่งในสัตว์อัคคีกระโดดจากลาวาและนั่งลงบนยอดบอลปฏิกูลที่หวังหลินอยู่ สัตว์อัคคีพวกนั้นไม่ได้สังเกตสัมผัสวิญญาณของหวังหลินเลย

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆและมีสัตว์อัคคีออกมาจากอุโมงค์ด้านบนมากขึ้น ทุกกลุ่มต่างจับเอาบอลปฏิกูลมาด้วยเช่นกัน

ขณะนี้ทั่วทั้งสระลาวาเริ่มเขย่า สัตว์อัคคีทุกตัวรีบสร้างช่องที่เปิดให้สัตว์อัคคีขนาดยักษ์ตัวหนึ่งปรากฎตัว หวังหลินรีบถอนสัมผัสวิญญาณของเขาและเร่ิมสังเกตอย่างระมัดระวัง

ปกติสัตว์อัคคีจะสูงเถียงสามฟุต แต่หัวของมันขนาดใหญ่กว่าสัตว์อัคคีธรรมดามากกว่าสิบฟุต ในไม่ช้าร่างกายของสัตว์ปีศาจก็ปรากฎขึ้น ด้วยร่างกายขนาดใหญ่นี้ พลังกดดันอันแข็งแกร่งได้พวยพุ่งออกมาทำให้เหล่าสัตว์อัคคีขนาดเล็กทั้งหมดหยุดเคลื่อนไหว

หวังหลินตกใจมาก พลังของสัตว์อัคคีขนาดใหญ่ตัวนี้อย่างน้อยอยู่ที่ขั้นผลิดอก ความแข็งแกร่งของมันของจริงจะเป็นเช่นไรกัน หวังหลินไม่มั่นจเพราะเขาไม่เคยเจอขั้นเซียนสร้างวิญญาณมาก่อน

สัตว์อัคคีขนาดใหญ่นี้มองไปรอบๆก่อนที่จะเคลื่อนตัวจากไป ในไม่ช้าสัตว์อัคคีขนาดใหญ่ตัวอื่นก็ออกมาทีละตัว พวกมันปรากฎจนมีทั้งหมดสิบหกตัว

สัตว์อัคคีทั้งสิบหกตัวนี้สร้างเป็นวงกลมหนึ่งวง เมื่อวงกลมเสร็จสมบูรณ์ วงแหวนอัคคีโปร่งแสงปรากฎขึ้นตรงกลาง แสงสีรุ้งหลากสีฉายออกมาจากแหวนวงนั้น

หวังหลินมองอย่างละเอียดถี่ถ้วนและเห็นร่างหนึ่งค่อยๆเป็นรูปร่างขณะที่มันสร้างเป็นบอลอัคคีขนาดเท่ากำปั้นเขา

ริ้วสีแดงเรียงรายเป็นบอลอัคคีเข้าหาวงแหวน

ขณะที่บอลอัคคีปรากฎนั้น สัตว์อัคคีทั้งสิบหกตัวส่งเสียงคำรามก้องออกมาทีละตัว ร่างพวกมันกระโดดเข้าไปในบ่อลาวา จากนั้นพวกมันก็ทำการคุกเข่าบนลาวานั้น พวกสัตว์อัคคีตัวเล็กทั้งหมดกระโดดออกมาจากลาวาและคุกเข่าเช่นเดียวกัน

หวังหลินกำลังสังเกตการณ์อยู่ก็ต้องรู้สึกตกใจเมื่อในสมองเขาปรากฎเป็นลูกปัดฝืนลิขิตฟ้าโดยที่เขาไม่ได้บังคับออกมาเป็นครั้งแรก หากเขาไม่รีบหยุดมัน เมื่อนั้นมันอาจจะแตกสลายผ่านสิ่งปฏิกูลพวกนี้

ขณะนั้นเอง สัตว์อัคคีตัวหนึ่งจับบอลปฏิกูลใต้มันและโยนมันไปที่บอลอัคคี ทันใดนั้นบอลปฏิกูลหยุดลงกลางอากาศและบอลอัคคีรีบเข้าไปในบอลปฏิกูลอย่างรวดเร็ว เสียงดูดได้ยินชัดเจนในถ้ำอันเงียบสงบแห่งนี้

เสียงกรีดร้องเยือกเย็นดังออกมาจากภายในบอลปฏิกูล เสียงนั้นกรีดร้องต่อเนื่องแต่เบาลงและเบาลงจนไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ในไม่ช้าหมอกเลือดส่วนหนึ่งก็ออกมาจากบอลปฏิกูลและบอลอัคคีได้ลอยออกมา

บอลปฏิกูลหล่นลงจากอากาศและจมลงไปในลาวา จิตใจหวังหลินก็จมดิ่งลงเช่นกัน ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตภายในบอลปฏิกูล แม้เขาไม่ได้ป้องกันตัวเอง บอลปฏิกูลก็ไม่ได้สังหารเขา มากที่สุดแค่ทำให้เขาหลับไป

ต่อมาบอลปฏิกูลอีกสี่ลูกถูกโยนไปที่บอลอัคคี เสียงกรีดร้องดังออกมาขณะที่บอลอัคคีเข้าไปในพวกมัน เสียงกรีดร้องอันล่าสุดมากกว่าครึ่งชั่วโมง เมื่อบอลปฏิกูลลูกที่สิบห้าจมหายไปในลาวา บอลปฏิกูลของหวังหลินก็ถูกโยนออกไป

ลูกปัดฝืนลิขิตฟ้าสั่นตัวอย่างรุนแรงและเคลื่อนไหวโดยที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันลอดผ่านมือหวังหลินออกมา ขณะเดียวกันบอลอัคคีก็เข้ามาในบอลปฏิกูลที่หวังหลินอยู่

Facebook Comments