Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน ตอนที่ 138 เม็ดยาเส้นทางสวรรค์

ตอนที่ 138 เม็ดยาเส้นทางสวรรค์

Keepwalk แปล

ชายชรารูปร่างผอมเดินออกมาจากเหล่าสำนักลั่วเหอ เขาสวมชุดคลุมสีดำและใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น สายตาหมองคล้ำราวกับวิญญาณไม่ได้อยู่ที่นี่ ดวงตาเขาหันมองไปและจากนั้นพูดขึ้น “ใครก็ตามที่สังหารศัตรูได้มากที่สุดในแต่ละเดือน จะได้รับเม็ดยาเส้นทางสวรรค์”

เมื่อเม็ดยาเส้นทางสวรรค์ถูกพูดถึง หวังหลินสังเกตได้ว่าเหล่าเซียนรอบๆทุกคนกลายเป็นเคร่งเครียดและลมหายใจกลายเป็นหนักหน่วง

มีข้อมูลอยู่บ้างเกี่ยวกับเม็ดยาเส้นทางสวรรค์ในความทรงจำของหม่าเหลียง มีเม็ดยามากกว่าสามสิบชนิดในแคว้นฮัวเฝินและมันถูกยกขึ้นเป็นหนึ่งในเม็ดยาชั้นยอดแห่งแคว้น นั่นเพราะว่ามันสามารถเพิ่มโอกาสการสร้างแกนพลังของตนเอง หากคนที่พึ่งสร้างแกนพลังของตนเองได้บริโภคเข้าไป มันจะทำให้คนผู้นั้นเข้าสู่ขั้นแตกหน่อระดับต้นทันทีและทำให้แกนพลังเสถียรขึ้น วัตถุดิบหลักสำคัญของมันได้สูญพันธุ์ไปนานแล้ว เม็ดยาสามสิบชนิดพวกนี้ถูกเก็บไว้อย่างระมัดระวังมากกว่าพันปีแล้ว (tl: ไม่เสียไปแล้วเรอะ)

หลังจากนั้นเซียนห้าพันคนแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีภารกิจของตัวเอง หวังหลินก็เป็นหนึ่งในนั้น

หลากหลายกลุ่มได้กระจายออกและสังหารเซียนทุกคนที่พวกเขาเห็น เหล่าเซียนขั้นผลิดอกทั้งอยู่รอบๆเพื่อช่วยจัดการกับศัตรูขั้นผลิดอก

หวังหลินถูกหมอบหมายให้เป็นกลุ่มที่แปดในกองพลเล็ก มีคนจำนวนทั้งหมดสามสิบคนในกลุ่มที่แปด ทั้งหมดมาจากต่างสำนัก มีเซียนขั้นสร้างลำต้นจำนวนห้าคน ส่วนที่เหลือเป็นเซียนขั้นรวบรวมลมปราณระดับสิบสามหรือสิบสี่ หัวหน้ากลุ่มเป็นเซียนขั้นแตกหน่อจากสำนักมารปิศาจ ด้วยเหตุผลบางอย่าง หวังหลินเป็นเพียงคนเดียวจากสำนักเจดีย์เทพสงครามในกลุ่มนี้

ภารกิจของพวกเขาคือช่วยกองพลเล็กควบคุมภูเขาจิตวิญญาณขนาดกลาง หวังหลินได้รับสมบัติเซียนขั้นแตกหน่อมาหนึ่งชิ้น สมบัติขิ้นนี้ไม่ได้แข็งแกร่งมาก มันใช้มาแล้วหลายครั้งดังนั้นคุณภาพของการโจมตีแต่ละครั้งจึงต่ำมาก แต่มันก็ไม่ได้ไร้คุณภาพเกินไป ก่อนที่เขาจะจากไป เฟิ่งหลวนสั่งให้ใครบางคนมาเรียกหวังหลินไปหา

เฟิ่งหลวนยืนอยู่ที่หน้าต่างมองไปยังฮัวเฝิน หลังจากผ่านไปเวลานาน เธอโยนเศษหยกชิ้นหนึ่งออกมาและพูดขึ้น “หงเอ๋อร์พูดว่าเจ้ามีพลังอำนาจแข็งแกร่งในสนามรบต่างแดน กระนั้นทำไมระดับฝึกตนของเจ้าเพียงอยู่ขั้นสร้างลำต้นระดับกลางกัน?”

หวังหลินรับหยกมา หลังจากกวาดผ่านด้วยสัมผัสวิญญาณ ใบหน้าเขาเผยความประหลาดใจ หยกชิ้นนี้มีตำแหน่งแผนที่ขนาดเล็กข้างใน มันรวมไปถึงเจ็ดหรือแปดแคว้นทางเหนือของฮัวเฝิน มันกระทั่งแสดงอันดับของแต่ละแคว้นและผลผลิตที่โด่งดัง

หลังจากครุ่นคิดเล็กน้อย ดวงตาหวังหลินสว่างขึ้น เขาสามารถเดาความหมายที่ซ่อนอยู่ข้างหลังคำพูดของเธอได้

เฟิ่งหลวนสะบัดมือของเธอและพูดขึ้น “แผนที่นี้มีทั้งหมดสามส่วน หากเจ้าสามารถสังหารเซียนขั้นสร้างลำต้นได้ห้าสิบคน ข้าจะให้ส่วนที่สองแก่เจ้า หากในตอนจบสงครามเจ้าสามารถสังหารขั้นสร้างลำต้นได้ร้อยห้าสิบคนหรือมากกว่านั้น ข้าจะให้ชิ้นสุดท้าย”

หวังหลินจากไปโดยไร้คำพูด เขาเข้าใจได้แล้วว่าเฟิ่งหลวนต้องการอะไร ไม่มีของฟรีในโลกนี้ มีเพียงการแลกเปลี่ยนที่ไม่เท่าเทียมกันเท่านั้น

เมื่อเปรียบเทียบกับเซียนขั้นผลิดอกคนอื่นของแคว้นฮัวเฝิน เฟิ่งหลวนคนนี้อย่างน้อยก็เป็นคนเห็นอกเห็นใจ เพราะเรื่องโจวซื่อจง เธอจึงจัดการเรื่องที่หวังหลืนกินร่างหม่าเหลียง ส่วนเรื่องแผนที่ เธอมีความตั้งใจชัดเจน หากหวังหลินมีความสามารถเพียงพอ เขาคงได้แผนที่ไป แต่หากทำไม่ได้ เมื่อนั้นก็คงโทษใครไม่ได้หากหวังตายในสนามรบ

เดิมทีหวังหลินไม่ได้ตั้งใจมีส่วนร่วมในสงครามครั้งนี้ แต่ตอนนี้เขามีแผนอื่นแล้ว แผนที่เป็นเพียงเหตุผลเดียว แต่เม็ดยาเส้นทางสวรรค์นั้นเป็นเหตุผลหลัก

ยาเม็ดเดียวนั้นสามารถเพิ่มโอกาสที่เขาจะสร้างแกนพลังซึ่งเป็นสิ่งที่เขาต้องมี ตามแผนของเขา เขามีโอกาสสูงมากในการสร้างแกนพลังงานเมื่อสร้างแกนเย็นได้สามแกนแล้ว แต่มันยังมีโอกาสล้มเหลว

หวังหลินตั้งตารอคอยการทะลวงผ่านขั้นแตกหน่อไว้จริงๆ เมื่อเขาสร้างแกนพลังของตัวเองได้สำเร็จ เขาจะเป็นเซียนอันดับหนึ่งที่อยู่ใต้ขั้นผลิดอก ดังนั้นเขาจึงไม่ยอมให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆ ด้วยเม็ดยาเส้นทางสวรรค์และวิถีเซียนนรก เขามั่นใจแปดในสิบส่วนในการสร้างแกนพลังงาน

เมื่อคิดเรื่องนี้ ดวงตาของหวังหลินปลดปล่อยจิตสังหารอันรุนแรง

แนวหน้าจากสมาพันธ์ฮัวเฝินกระจายตัวออกมาในวันที่สอง เซียนขั้นผลิดอกจำนวนสิบคนเหาะวนรอบๆพื้นที่ ขณะที่ศัตรูขั้นผลิดอกปรากฎ พวกเขาจะเคลื่อนย้ายพริบตาได้ทันที

กลุ่มเซียนจำนวนสามสิบคนเหินขึ้นทางเหนือด้วยกระบี่เหินของตัวเองและหยุดเหนือภูเขาโดดเดี่ยวลูกหนึ่ง ชายชรารูปร่างธรรมดาขณะที่ดวงตาเผยจิตสังหารเป็นบางครั้งได้พูดอย่างภูมิใจว่า “เหล่าเซียนของกองพลเล็กที่สิบให้เริ่มการโจมตีผู้คนรอบภูเขาจิตวิญญาณ ข้าเชื่อว่ากองกำลังเสริมของพวกมันกำลังใกล้เข้ามา ดังนั้นงานของพวกเจ้าคือหยุดทุกคนที่ผ่านมาในพื้นที่ห้าร้อยลี้แห่งนี้ พวกเจ้าทุกคนกระจายกำลังและรายงานข้าหากเจออะไรผิดปกติ”

จบคำพูด ชายชรานั่งลงบนพื้นและหลับตาลง ชายชราผู้นี้นามว่า จางซื่อลี่ เป็นผู้นำของกลุ่มแปด ระดับฝึกตนอยู่ที่ขั้นแตกหน่อระดับต้น มาจากสำนักมารปิศาจ เขาเอาใจใส่เฉพาะเซียนขั้นสร้างลำต้นห้าคนเท่านั้น ที่เหลือไม่ได้อยู่ในสายตา

หวังหลินก้าวไปข้างหน้าและเหาะออกห่างไปไกล เขาร่อนลงบนหลังคาแห่งหนึ่งและเริ่มฝึกฝน ส่วนคนที่เหลือในกลุ่ม พวกเขากระจายออกไปเพื่อหาสถานที่ฝึกฝน ในไม่ช้าพื้นที่บริเวณนี้ก็เงียบเชียบจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ

จางซื่อลี่ลืมตาขึ้นและมองสภาพแวดล้อมรอบด้านอย่างดูถูก เขาไม่พอใจมากที่ถูกหมอบหมายมาที่แห่งนี้ ในใจเขา เขาควรจะอยู่ในกองกำลังหลักโจมตีเหล่าศัตรูของสำนัก หากเป็นเช่นนั้นมันน่าจะเป็นเป้าหมายที่เขาคาดไว้ แต่ตอนนี้เขาถูกให้มาที่นี่โดยไม่มีอะไรยืนยันว่าจะมีกำลังเสริมเข้ามา

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องข้า ทันใดนั้นหวังหลินลืมตาขึ้น เขามองไปที่ห่างไกลด้วยสายตาเย้ยหยัน

ขณะเดียวกันจางซื่อลี่ก็สังเกตการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกันและยืนขึ้น เขามองบนพื้นที่ห่างไกลและเห็นกระบี่เหินมากกว่าสิบเล่มกำลังเข้ามาทางนี้ จางซื่อลี่เลียริมฝีปากตัวเองและพ่นแสงสีดำออกมา ขณะที่แสงสีดำปรากฎมันเปลี่ยนเป็นกรรไกรคู่ เขาสะบัดมือตัวเองและกรรไกรลอยออกไปพลางยิ้มอย่างชั่วร้ายและตะโกน “สังหาร!”

เช่นนั้นเขาก้าวขาและร่างพุ่งออกไปราวกับกระบี่ คนที่เหลือของกลุ่มแปดลอยไปบนอากาศสร้างพื้นที่ปิดล้อม

ทั้งสองฝ่ายไม่เสียเวลาพูดคุย ขณะเห็นหน้ากัน พวกเขาโจมตีทันที เหล่าเซียนของซวนหวู่ทั้งสิบห้าตนเป็นเซียนขั้นสร้างลำต้นทั้งหมด นั้นดังนั้นพวกเขาเห็นโจวซื่อลี่จึงวางค่ายกลกระบี่อันแปลกประหลาดโดยใช้คนจำนวนแปดคนและล้อมรอบโจวซื่อลี่ ทันใดนั้นโจวซื่อลี่ถูกขังอยู่ภายในค่ายกล ไม่อาจหนีออกไปได้ จนทำให้เขาสาปแช่งเสียงดัง

คนที่เหลืออีกเจ็ดคนเริ่มต่อสู้กับกลุ่มที่แปด

ดวงตาหวังหลินฉายแววเยือกเย็น เขาต้องการได้แผนที่และเม็ดยาเส้นทางสวรรค์จึงไม่อยากเสียเวลา ขณะนั้นร่างกายเคลื่อนไหวและกระบี่เหินของเขาพุ่งออกมาราวกับสายฟ้า กระบี่พุ่งผ่านหน้าอกของเซียนขั้นสร้างลำต้นคนหนึ่ง โลหิตสาดกระจายทุกหนแห่ง

สัมผัสวิญญาณขอบเขตจวี่ของเขากระจายออกมาและสายตาของเซียนขั้นสร้างลำต้นที่เหลือทั้งหกคนหมองลงทันที จากนั้นกระบี่เหินแทงทะลุหน้าอกของแต่ละคนอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า

มุมมองของคนภายนอกจะเห็นเซียนขั้นสร้างลำต้นทั้งเจ็ดคนนี้ตายเพราะกระบี่ของหวังหลิน น้อยคนนักที่จะรู้ว่าวิญญาณของเซียนพวกนี้ถูกทำลาย จังหวะที่ทั้งเจ็ดคนตาย สองฝ่ายต่างตกใจ ไม่ว่าจะเป็นเซียนแปดคนที่กำลังล้อมโจวซื่อลี่ โจวซื่อลี่ หรือคนที่เหลือของกลุ่มที่แปด สายตาพวกเขาทั้งหมดมุ่งเป้ามาที่หวังหลิน

กระบี่สังหารเล่มนั้นตอนนี้ลอยรอบๆตัวหวังหลิน ปลดปล่อยกลิ่นอายอันหนาวเย็น สีหน้าของเซียนที่ล้อมโจวซื่อลี่ทั้งแปดคนกลายเป็นซีดเผือดทันที หนึ่งในนั้นตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็ว “ถอย!” ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งแปดคนล่าถอยอย่างรวดเร็วและหนีอย่างหมดท่า

โจวซื่อลี่มองไปที่หวังหลินและเผยนัยยะแห่งความเกรงกลัว เขาไม่มั่นใจว่าจะสามารถสังหารเซียนขั้นสร้างลำต้นทั้งเจ็ดคนได้ในพริบตาเช่นนั้น เชื่อว่าหวังหลินคนนั้นกำลังซ่อนระดับฝึกตนของตัวเองจนดูเหมือนอยู่ขั้นสร้างลำต้นระดับกลาง เขาลอบสาปแช่งในใจ แต่ทันใดนั้นเขากลับคิดว่าความคิดนี้ดีมากจริงๆ เมื่อศัตรูลดการป้องกันลง มันสร้างโอกาสให้มหาศาล

แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญแล้ว เซียนขั้นสร้างลำต้นแปดคนพวกนั้นกระทั่งใช้ค่ายกลเพื่อกักขังเขา นี่เป็นเรื่องน่าอายมากโดยเฉพาะเมื่อมันเกิดขึ้นข้างหน้ากลุ่มของเขาเอง

ใบหน้าโจวซื่อลี่อับเฉาลงขณะที่เขาพุ่งออกไปเพื่อไล่ล่าพวกมัน เพียงขณะที่เขากำลังจะไล่ตามทัน เซียนทั้งแปดคนใช้วิชาบางอย่างที่สร้างควันสีขาวออกมาจากร่างกายได้ ควันสีขาวนี้ล้อมรอบขาของตัวเองและทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่า

โจวซื่อลี่เยาะเย้ย เขาสร้างผนึกขึ้นมาด้วยสองมือและกดมันลงบนหน้าอกตัวเอง ทันใดนั้นเขาพ่นแกนสีทองที่เปล่งพลังปราณหนาแน่นออกมา มันพุ่งออกไปตามนิ้วที่เขาชี้และไล่ตามเซียนทั้งแปดคนนั้นอย่างรวดเร็ว แกนพลังสีทองทุบต่อยเข้ากับคนจำนวนสามคนก่อนที่จะกลับมาหาเขา

สามคนที่ถูกทุบตีได้ไอออกมาเป็นลิ่มเลือดและหล่นลงจากท้องฟ้า

ที่เหลือทั้งห้าคนไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆขณะที่เร่งผลักดันร่างตัวเองให้ถึงขีดจำกัดเพื่อหลบหนี โจวซื่อลี่ร้องคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวขณะที่ร่างทั้งห้าพวกนั้นหลบหนีไป ทันใดนั้นร่างพวกนั้นอ่อนแรงลงและหล่นลง

ฉับพลันจางซื่อลี่ระมัดระวังตัวอย่างมากขณะที่เขาเห็นหวังหลินเข้ามาหาจากระยะไกล หลังเห็นเช่นนี้ใบหน้าเขาเปลี่ยนสีทันที เพียงกำลังจะพูด ก็ได้ยินเสียงหวังหลินขึ้นก่อน

“มีเหล่าเซียนไม่น้อยกว่าร้อยตนกำลังเข้ามาจากด้านหลังพวกเรา!” เช่นนั้นเขาผ่านร่างโจวซื่อลี่และหายตัวจากไปไกล

ขณะเดียวกันโจวซื่อลี่สังเกตได้เช่นกันว่ามีกระบี่เหินมากกว่าร้อยเล่มอยู่ห่างไปไกล เขาหันตัวกลับมาเพื่อจะหนีและเห็นได้ว่าหวังหลินหายตัวไปแล้ว จึงช่วยไม่ได้ที่จะสาปแช่งในใจออกมา

คนที่เหลือของกลุ่มแปดเห็นเห็นเช่นนั้นจึงมุ่งหน้าลงทิศใต้และถอยห่างจากภูเขาจิตวิญญาณ หลังจากหวังหลินเหาะเหินไปไกล เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ ก่อนจะเข้าไปในพื้นดินด้วยวิชาหลบหนีปฐพีและเคลื่อนไปทางทิศใต้

เขาพึ่งสังหารเซียนขั้นสร้างลำต้นไปสิบสองคน ดังนั้นจึงต้องการอีกสามสิบแปดคนเพื่อได้แผนที่ส่วนที่สอง มันเป็นเรื่องยากมากหากเขาเคลื่อนไหวตามเพื่อนร่วมกลุ่ม แม้ว่ามันจะไม่ปลอดภัยนัก แต่เขาจำเป็นต้องเคลื่อนไหวคนเดียวเพื่อได้จำนวนสังหารเพียงพอที่จะได้เม็ดยาเส้นทางสวรรค์

กระบี่เหินหลายร้อยเล่มลอยไปทางภูเขาจิตวิญญาณ หวังหลินจ้องพวกเขาด้วยสายตาเยือกเย้นและติดตามไป

Facebook Comments

2 thoughts on “Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน ตอนที่ 138 เม็ดยาเส้นทางสวรรค์

  1. ก้อง สุพรรณพิมพ์ says:

    สนุกมากๆครับ เข้มข้นๆ ^^

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: