Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน ตอนที่ 143 สามแกนเยือกแข็ง

ตอนที่ 143 สามแกนเยือกแข็ง

Keepwalk แปล

หวังหลินใช้เวลาสิบวันเพื่อเคลื่อนตัวจากหุบเขาซากศพกลับไปที่ถ้ำ หลังจากปรากฎตัวนอกถ้ำ เขาตรวจสอบรอบๆอย่างระมัดระวัง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ จากนั้นออกมาพร้อมกับร่างมังกร

พื้นดินสั่นสะเทือนและเตือนให้ลี่มู่หวานระวังตัว เธอเปิดค่ายกลและโผล่ศีรษะออกมาหลังจากหวังหลินเรียก ทว่าขณะที่เธอหันหน้าออกมา ดวงตาเธอถูกดึงดูดด้วยมังกรยาวสามร้อยเซี้ยะจากนั้นตกตะลึงเป็นเวลานาน

หวังหลินลากมังกรเข้าไปในค่ายกลและพูดกับลี่มู่หวาน “กระดูกมังกรตัวนี้เพียงพอสำหรับค่ายกลหรือไม่?”

ลี่มู่หวานพยักหน้าตาลอยขณะที่ความคิดเธอขาวโพลน เธอเคยเห็นบันทึกของมังกรชนิดนี้ พวกมันมีพลังแข็งแกร่งพอที่จะสังหารเซียนขั้นวิญญาณแรกกำเนิดระดับปลายได้และทั้งร่างมันถูกนับว่าเป็นสมบัติอย่างแท้จริง

หัวมังกรใช้เป็นยามังกร มันเป็นสมุนไพรธรรมชาติที่เพียงปรุงเล็กน้อยก็กลายเป็นเม็ดยาตัวจริงที่สามารถเพิ่มระดับฝึกฝนได้ เกล็ดมังกรเป็นวัตถุดิบคุณภาพชั้นยอดสำหรับสร้างชุดเกราะ กระดูกมังกรและเส้นเอ็นต่างเป็นวัตถุดิบหายาก วัตถุดิบที่มีค่าที่สุดคือไขกระดูก

คุณภาพของไขกระดูกขึ้นอยู่กับอายุของมังกร ยิ่งมังกรแก่เท่าไหร่ก็ยิ่งมีไขกระดูกน้อยลง เมื่ออายุถึงจุดหนึ่งมันจะกลายเป็นเม็ดยาร่างมังกร

เม็ดยาร่างมังกรเป็นสิ่งที่แม้แต่เซียนโบราณฝันถึง มันช่วยให้คนใช้ได้รับกายเนื้อมังกรและสามารถเปลี่ยนสลับไปมาได้ เมื่อถึงจุดนั้นแล้วเขาจะไม่พบกับคอขวดยามฝึกฝนเซียนอีกเลย

ทว่าการที่มังกรตัวหนึ่งจะสร้างเม็ดยาร่างมังกรได้ มันจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่เกือบสิบล้านปี นี่จึงทำให้เห็นว่าทำไมไม่มีบันทึกเม็ดยามังกรที่แน่นอนอยู่จริง ผลลัพธ์ของมันเป็นเพียงคำเล่าลือในตำนานเท่านั้น

หลังจากนำมังกรผ่านมาให้ลี่มู่หวาน เขาก็ไม่ใส่ใจและเข้าไปบนห้องตัวเอง หวังหลินได้รับทุกสิ่งที่จำเป็นนอกจากเตาปรุงยาในการเดินทางครั้งนี้ ทั้งยังได้เรียนรู้อีกว่ามีสถานที่แห่งหนึ่งเรียกว่า ‘ศาลาหลอมสมบัติ’ ที่ที่เขาสามารถซื้อสิ่งของได้

สำนักหลอมสมบัติมีร้านค้าจำนวนมากอยู่ทั่วทะเลปิศาจ จุดที่ใกล้ที่สุดเป็นเมืองหนานต้าว ห่างจากที่นี่ไปสองหมื่นลี้ ทว่าสิ่งของเช่นเตาหลอมยาปกติมีราคาแพง และหลังจากได้ยินสิ่งที่ซางมู่หยาพูดถึงหัวหน้าสำนักปิศาจรบได้ใช้หินวิญญาณของสำนักจำนวนมากเพื่อเตาหลอมยาชิ้นเดียว เขาก็ยกเลิกความคิดที่จะไปซื้อมา

หวังหลินตัดสินใจวางเรื่องเตาปรุงยาไว้ก่อน เพราะว่าเขามีกระดูกมังกร ค่ายกลเก้าโครงกระดูกจะแข็งแกร่งเพียงพอที่จะป้องกันได้ดีเยี่ยม

หวังหลินกำลังจะเข้าไปปิดประตูฝึกฝนเซียนโดยตั้งมั่นจะบรรลุขั้นแกนลมปราณ

เขานั่งลงในห้องศิลาห้องหนึ่งและผนึกไว้ด้วยหินขนาดใหญ่ จากนั้นนำกระบี่เหินสามสิบเล่มออกมาและชี้ไปบนพื้น กระบี่เหินพุ่งไปบนพื้นทันทีและเริ่มขุดอุโมงค์เพื่อลงไปใต้ภูเขา

ดวงตาหวังหลินจริงจังขณะที่เขาเร่งพลังปราณในร่างออกมากลายเป็นบอลอัคคี สีของบอลอัคคีค่อยๆกลายเป็นแสงสีฟ้า หวังหลินขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ใบหน้าสว่างขึ้นทันที ปราณหยินปฐพีทั่วไปอันดับ 1 แม้ว่ามันจะเทียบกับหุบเขาซากศพไม่ได้ มันกลับมากเพียงพอสำหรับแกนเยือกแข็งทั่วไป

ร่างหวังหลินเคลื่อนไหวและกระโดดเข้าไปในก้นหลุม มันกลายเป็นปราณหยินปฐพีทั่วไปอันดับ 3 เมื่อเห็นได้ชัดว่าถึงขีดจำกัดเขาจึงนำบอลอัคคีออกและเร่ิมฝึกฝน

หวังหลินเรียนรู้วิถีเซียนนรกมาแล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงสามารถหยิบมันขึ้นมาฝึกได้อีกครั้ง

วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้ากระทั่งสามวันผ่านไป หวังหลินลืมตาขึ้น ดวงตาเผยแววครุ่นคิดก่อนจะนำเอาลูกปัดฝืนลิขิตฟ้าออกมาและรวบรวมน้ำพลังปราณ

เวลาผ่านไป นอกจากการฝึกฝนแล้ว หวังหลินเพียงรวบรวมน้ำพลังปราณจากลูกปัดฝืนลิขิตฟ้าทุกวัน เมื่อเขารวบรวมน้ำได้เพียงพอ เขาจะใช้เวลาส่วนหนึ่งเข้าไปฝึกในลูกปัดด้วยน้ำพลังปราณนั้น

นี่จึงเป็นผลทำให้กระบวนการนี้รวดเร็วมาก เขาเพียงใช้เวลาหนึ่งเดือนก็สร้างแกนพลังงานเยือกแข็งได้สองแกน ทั้งจำเป็นต้องสร้างแกนชิ้นสุดท้ายเพื่อใช้บรรลุสู่ขั้นแกนลมปราณ

แกนพลังชิ้นสุดท้ายนี้เขาใช้เวลานานมากเนื่องจากพึ่งสร้างแกนพลังงานเยือกแข็งสองก้อนครั้งล่าสุดไป ทว่าหวังหลินอยู่จุดสูงสุดขั้นพื้นฐานลมปราณระดับปลาย ดังนั้นอย่างน้อยแล้วเขาไม่ควรจะใช้เวลาปลายปีเพื่อสร้างชิ้นสุดท้าย

หวังหลินมั่นใจว่าเขาจะสามารถสร้างแกนชิ้นที่สามได้ภายในสามเดือน ทำให้เขาไม่ได้เร่งรีบ นอกจากการฝึกฝนและรวบรวมน้ำพลังปราณ เขาใช้เวลาทุกวันในการเลี้ยงดูเจ้าปิศาจ

หวังหลินพยายามอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถประทับสัมผัสวิญญาณของตัวเองบนเจ้าปิศาจได้ ดังนั้นเจ้าจึงต้องใช้เวลาเลี้ยงดูมันช้าๆแทน

พูดคุยกับเจ้าปิศาจจะทำให้หวังหลินใช้ประโยชน์มันได้มาก หวังหลินค่อยๆนำวิญญาณออกมาจากธงวิญญาณและให้อาหารมัน วิญญาณทั้งหมดในธงวิญญาณนี้เป็นเซียนจากทะเลปิศาจ และส่วนใหญ่เป็นศิษย์ของสำนักปิศาจรบ จากปากคำของซางมู่หยา วิญญาณทั้งหมดพวกนี้เป็นคนที่สู้กับเขาเพื่อให้อาจารย์สนใจ หลังจากเขาสังหารไปก็ผนึกวิญญาณคนผู้นั้นไว้ภายใน

เวลาค่อยๆผ่านไปและตามเวลาที่เจ้าปิศาจได้กลืนกินวิญญาณส่วนใหญ่ในธงวิญญาณ เสี้ยวสัมผัสวิญญาณส่วนหนึ่งของหวังหลินก็ถูกพัฒนาขึ้นภายในเจ้าปิศาจ

เจ้าปิศาจเองก็ไม่ได้ตระหนักว่าเสี้ยววิญญาณของหวังหลินได้พัฒนาด้วยตัวมันเอง ขณะที่มันคิดจะหาทางหนี

สามเดือนได้ผ่านไปตั้งแต่ที่เขาเข้าไปปิดประตูฝึกฝน รูปร่างของแกนชิ้นที่สามได้สร้างขึ้นมาแล้ว ในสามเดือนนี้หวังหลินได้ออกไปข้างนอกหลายครั้ง ห้องที่ลี่มู่หวานอยู่เต็มไปด้วยกองวัตถุดิบ เธอจัดการนำดินจากไหนสักแห่งมาและปลูกสมุนไพรวิญญาณบางชนิด ทั้งยังมีค่ายกลหินวิญญาณคุณภาพต่ำและกลางที่วางไว้รอบเหล่าสมุนไพรวิญญาณเพื่อให้มั่นใจว่าพวกมันได้รับพลังปราณเพียงพอให้เติบโต

เตาปรุงยาขนาดเล็กถูกวางไว้ใจกลางห้องพร้อมกับกองเม็ดยาที่ล้มเหลวด้านข้าง ลี่มู่หวานเริ่มปรุงยาตั้งแต่ที่หวังหลินเข้าไปปิดประตูฝึกฝน

นอกจากกองผลผลิตที่ล้มเหลวบนพื้นนั้น ยังมีหินหยกกระจัดกระจายบนพื้นด้วย ครั้งใดที่ลี่มู่หวานติดขัดหรือได้รับแรงบันดาลใจ เธอจะค้นผ่านหยกพวกนี้ทันที

ในถ้ำนี้มีจำนวนสี่ห้อง หวังหลินใช้เพื่อฝึกฝนไปหนึ่งห้อง หนึ่งห้องสำหรับการปรุงยา หนึ่งห้องปลูกสมุนไพร และห้องสุดท้ายถูกปรับปรุงใหม่เพื่อเป็นห้องอาบน้ำโดยลี่มู่หวาน

ทะเลปิศาจเต็มไปด้วยหมอก ดังนั้นบรรยากาศจึงชิ้นแฉะ ภายในถ้ำไม่มีข้อยกเว้น เสื้อผ้าจะทั้งเปียกและเนอะหนะในร่างกาย ลี่มู่หวานเป็นหญิงสาวและการที่เสื้อผ้าเหนียวเหนอะหนะบนร่าง ทำให้เธอทนต่อไปไม่ได้ดังนั้นจึงใช้ความพยายามอย่างมากสร้างห้องอาบน้ำนี้

หวังหลินไม่ได้สนใจเรื่องห้องอาบน้ำเพราะว่าทั้งหมดที่เขาทำก็แค่หมุนวนพลังปราณในร่างและพลังงานหยินทั้งหมดจะถูกดูดเข้าไปในแกนพลังงานเยือกแข็งของเขา

พลังงานของค่ายกลเก้าโครงกระดูกเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลด้วยกระดูกมังกร ทว่าลี่มู่หวานได้พูดว่ามันควรจะถูกเรียกค่ายกลเก้ากระดูกมังกรแทนค่ายกลเก้าโครงกระดูก

เมื่อค่ายกลเปิดใช้งาน มันจะสามารถรั้งเซียนขั้นแกนลมปราณได้หลายเดือน หรือป้องกันเซียนขั้นวิญญาณแรกกำเนิดได้สองหรือสามวัน ทว่าลี่มู่หวานเสียใจที่เขาไม่สามารถจับมังกรได้ขณะที่มันยังมีชีวิตอยู่ เพราะหากรวมวิญญาณมังกรกับค่ายกลเข้าไปด้วย มันจะยิ่งแข็งแกร่งกว่านี้ ไม่เพียงแต่สามารถป้องกันได้ มันยังสามารถโจมตีได้อีก เซียนขั้นแกนลมปราณคนใดเข้ามาจะตายทันทีและบังคับให้เซียนขั้นวิญญาณแรกกำเนิดอยู่ในภาวะย่ำแย่

น่าเสียดาย วิญญาณมังกรยากที่จะได้รับมา ดังนั้นจึงทำได้เพียงแค่ฝัน

ขณะที่มังกรนั้น ลี่มู่หวานได้นำเอายามังกรออกมาและเก็บมันไว้จนกว่าเธอจะได้รับเตาปลอมที่ดีกว่านี้ ส่วนผิวหนัง ลี่มู่หวานใช้เวลาหนึ่งเดือนเพื่อเลาะมันออกจากร่างและเก็บมันไว้ทีหลัง

นอกจากนี้แล้วยังมีเส้นเอ็นมังกร นี่เป็นส่วนลึกลับชิ้นที่สามของมังกรนอกเหนือไปจากยามังกรและไขกระดูก หากผู้สร้างสมบัติวิเศษอยู่ที่นี่ เขาจะสามารถปรับแต่งเส้นเอ็นไปเป็นอาวุธที่สามารถเปลี่ยนขนาดตามต้องการและแบ่งย่อยหลายแขนงนับไม่ถ้วน

ชิ้นส่วนสุดท้ายเป็นไขกระดูกขวดเล็ก มันมีค่ามากจนลี่มู่หวานกลัวที่จะใช้ปรุงยา เธอนำของพวกนี้ให้กับหวังหลินและถอนสายตาเธออย่างเจ็บปวด

หวังหลินเก็บไขกระดูกมังกรและโลหิตมังกร ส่วนที่เหลือทุกอย่างให้ลี่มู่หวาน ด้วยมืออันอ่อนโยนของเธอ ลี่มู่หวานได้สร้างเกราะส่วนในสองชิ้นจากเกล็ดมังกร

หลังจากหวังหลินเก็บไปหนึ่งชิ้น เขามองอีกชิ้นหนึ่งเห็นได้ชัดว่าสร้างให้เหมาะกับสตรีและโยนมันให้ลี่มู่หวาน เธอยิ้มออกมาขณะที่เก็บมันใส่กระเป๋าอย่างเงียบๆ

เกล็ดมังกรยังคงเหลืออยู่จำนวนมากหลังจากได้สร้างเกราะขึ้นมา ดังนั้นหวังหลินจึงเก็บมันไปทั้งหมดเพื่อเอาไว้แลกเปลี่ยนกับทรัพยากรอื่นๆในอนาคต

มังกรทั้งร่างเป็นสมบัติหลากหลายชนิด

อีกหนึ่งเดือนผ่านไปและในที่สุดหวังหลินได้สร้างแกนเยือกแข็งชิ้นที่สามสำเร็จ พลังงานหยินหมุนผ่านแกนเยือกแข็งไปที่ศีรษะ หน้าอก และตันเถียน

หวังหลินลืมตาขึ้นและเผยใบหน้าตื่นเต้น เขาหลับตาลงและตัดสินใจที่จะทำทั้งหมดในครั้งเดียว ดังนั้นจึงรวมแกนทั้งสามชิ้นให้เป็นหนึ่ง

ซือถูหนานได้อธิบายรายละเอียดก่อนกระบวนการหลอมรวมแกนพลังงานเยือกแข็งทั้งสามให้กลายเป็นหนึ่งไว้ การหลอมรวมถูกแบ่งออกเป็นขั้นเริ่มต้นและเสร็จสิ้น หากเขาบรรลุขั้นเริ่มต้นได้ เมื่อนั้นเขาก็ผ่านไปครึ่งก้าวในการเข้าขั้นแกนลมปราณแล้ว หากเขาใช้เม็ดยาเส้นทางสวรรค์ในตอนที่เสร็จสิ้นการหลอมรวม เมื่อนั้นเขาจะมีโอกาสแปดในสิบส่วนที่จะบรรลุขั้นแกนลมปราณ

หวังหลินไม่ได้ให้ลี่มู่หวานปรุงเม็ดยาเส้นทางสวรรค์ให้เสร็จเพราะมันจำเป็นต้องใช้เตาหลอมที่ดีกว่าและมีเพียงเม็ดยาที่ไม่สมบูรณ์หนึ่งเม็ดเท่านั้นในตอนนี้ เขาต้องให้แน่ใจว่ามีเม็ดยาเส้นทางสวรรค์จะมีโอกาสสำเร็จสูงที่สุด

ขณะเดียวกันก็ได้วางแผนสำรองที่จะใช้รากโลหิตมารเพื่อสร้างเม็ดยาเส้นทางสวรรค์ของปลอมขึ้น

ก่อนหน้านี้หวังหลินคิดว่าการซื้อเตาหลอมยานั้นแพงเกินไป แต่ตอนนี้เขามีเกล็ดมังกรแล้วจึงคิดจะหาไว้สักหนึ่งชิ้น หากมันยังแพงไป เขาจะใช้ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้เตาหลอมมาครอบครอง หวังหลินสูดหายใจลึกและเริ่มการหลอมรวมแกนพลังงานเยือกแข็งของตัวเอง

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: