Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน ตอนที่ 151 อาญาสิทธิ์สั่งตายร้อยวันหมื่นปิศาจ

ตอนที่ 151 อาญาสิทธิ์สั่งตายร้อยวันหมื่นปิศาจ

Keepwalk แปล

หวังหลินหยุดลงชำเลืองมองป้ายอาญาสิทธิ์ก่อนที่สายตาจะเพ่งไปบนเฉียนคุน หลังจากลี่มู่หวานเห็นป้ายอาญาสิทธิ์ เธอลังเลก่อนจะมองดูใกล้ๆและเริ่มตกใจ “นั่นคือป้ายสั่งตายร้อยวันหมื่นปิศาจ ข้าแทบไม่เชื่อว่าทะเลปิศาจจะมีสมบัติชนิดนี้ ข้าเห็นมันแต่เพียงบันทึกโบราณเท่านั้น”

ลี่มู่หวานรีบอธิบายรายละเอียดให้กับหวังหลิน ลมหายใจติดขัดหลายช่วงจนเธอเล่าจบ ดวงตาเธอมองที่ป้ายอาญาสิทธิ์ด้วยความตื่นตระหนก

เฉียนคุนกลัวว่าหวังหลินจะไม่รู้จักป้ายสิทธิ์นี้จริงๆ หากหวังหลินไม่เชื่อและสังหารเขาอยู่ดีมันคงเลวร้ายมาก

ทว่าหลังจากได้เห็นหญิงสาวอธิบายมัน ในที่สุดเขาก็ผ่อนคลาย เขาไม่เชื่อว่ายังมีคนที่จะสังหารเขาอีกหรือหลังจากรู้เรื่องผลลัพธ์ของอาญาสิทธิ์สั่งตายแล้ว เฉียนคุนผ่อนคลายในใจและพูดขึ้น “สหายเซียนเจ้าคิดว่าข้อเสนอของข้าเป็นเช่นไรเล่า? อย่าปากแข็งไปเลยน่า หากเจ้าสังหารข้าจริงๆ เจ้าจะถูกหมายหัวด้วยอาญาสิทธิ์สั่งตายและมันจะสร้างปัญหาให้เจ้ามากนัก สตรีที่อยู่กับเจ้าจะถูกลากเข้ามาด้วย ทำไมถึงเป็นเข่นนี้เล่า? ข้าผิดด้วยหรือ?”

หวังหลินไม่ได้มองเฉียนคุน เขาหันหน้าไปหาลี่มู่หวาน “เจ้าแน่ใจนะว่าหากข้าอยู่รอดครบร้อยวันข้าจะได้การฝึกฝนของเขา?”

ลี่มู่หวานสูดหายใจลึกและพยักหน้า

หัวใจเฉียนคุนเต้นผิดจังหวะขณะที่เขาตระหนักได้ว่ามีบางสิ่งผิดพลาด เขาเริ่มหันกลับไปแต่สายตาอันเยือกเย็นของหวังหลินจ้องที่เขา หวังหลินเปล่งคำพูดหนึ่งคำออกมา

“ตาย!”

เฉียนคุนกรีดร้องโหยหวนขณะที่โลหิตพุ่งออกมาจากลำคอและจมูด โลหิตทะลักออกจากดวงตาและหูพร้อมกับที่เขาตายทันที ขณะที่ร่างร่วงหล่น ป้ายอาญาสิทธิ์ในฝ่ามือแตกหัก ทันใดนั้นแสงสีแดงลอยออกมาสร้างเป็นคำว่า “ลงโทษ” ในอากาศ

คำนี้เป็นสีแดงโลหิตราวกับมันถูกดึงออกมาจากสระโลหิตพลันลอยเหนือศีรษะหวังหลินและดูสว่างมาก

หวังหลินยกศีรษะขึ้นและมองคำว่า “ลงโทษ” ที่มีขนาดใหญ่เหนือศีรษะตัวเองแต่ไม่มีการแสดงออกทางสีหน้า เส้นเอ็นมังกรยืดออกไปด้านข้างและจับร่างเฉียนคุนขึ้น หวังหลินอุ้มลี่มู่หวานและกลับหุบเขาหวู่ติงในพริบตา

มู่หนานและมู่เป่ยจ้องมองอย่างตกตะลึงบนคำพูดสีแดง ’ลงโทษ’ ขนาดใหญ่บนอากาศและรู้สึกถูกความโลภครอบงำ ทว่าความโลภหายไปอย่างรวดเร็วขณะที่เขายืนอย่างเคารพบนยอดเขาหวู่ติงพร้อมกับแผ่นหลังเย็นเยียบ

หวังหลินมองทั้งคู่อย่างเยือกเย็นและถามขึ้น “สำนักปิศาจรบสาขาใหญ่มีเซียนขั้นวิญญาณแรกกำเนิดไหม?”

มู่หนานรีบตอบ “ไม่มีครับท่าน ไม่ต้องพูดถึงสำนักปิศาจรบหรอก ไม่มีเซียนขั้นวิญญาณแรกกำเนิดในระยะห้าล้านลี้ของเมืองหนานต้าว ผู้อาวุโสพวกนั้นจะอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? ทั้งหมดต่างอยู่ในทะเลส่วนลึกทั้งนั้น”

หวังหลินจ้องสายตามู่หนานจนขาอ่อนยวบก่อนจะถามขึ้น “จ้าวสำนักของสำนักปิศาจรบมีระดับฝึกตนที่ขั้นไหน?”

มู่เป่ยก้าวมาข้างหน้าอย่างรวดเร็วและพูดขึ้น “ผู้อาวุโส ท่านจ้าวสำนักปิศาจรบมีระดับฝึกตนที่ขั้นแกนลมปราณระดับกลาง ทว่าเขาอยู่จุดสูงสุดและอีกเพียงก้าวเดียวก็จะบรรลุระดับปลายแล้ว”

หวังหลินเยาะเย้ยในใจ ดวงตาหวังหลินกะพริบวาบขณะพูดขึ้น “พวกเจ้าทั้งสองนำทางข้าไป เราเดินทางไปสาขาใหญ่ของสำนักปิศาจรบกัน”

มู่หนานและมู่เป่ยจะกล้าปฏิเสธได้เช่นไร? ทั้งสองยืนขึ้นและนำทางไปด้วยความเคารพ ขณะที่กำลังเหาะเหินทั้งสองต่างมองคำพูดสีแดงเหนือศีรษะหวังหลิน พวกเขาขอร้องให้มันดึงดูดคนมากขึ้นเพื่อสังหารหวังหลิน

ทุกที่ที่หวังหลินผ่านได้ทำให้เหล่าเซียนทั้งหมดเบื้องล่างโกลาหลขณะที่เห็นคำพูดสีแดงคำนั้น แต่ละคนสูดหายใจลึก

สิ่งที่เด่นชัดคือคำว่า ‘ลงโทษ’ เหนือศีรษะหวังหลินตามมาด้วยร่างจำนวนสิบร่างด้านหลังเขาราวกับอุกกาบาต เหล่าผู้คนคิดว่าร่างคนสิบคนพวกนั้นพยายามสังหารชายคนนี้ระหว่างอาญาสิทธิ์สังหารแต่กลับถูกฆ่าเสียเอง

ชายคนนี้ต้องยกร่างพวกเขาขึ้นเพื่อเป็นคำเตือนสำหรับทุกคน เหล่าผู้คนที่เห็นฉากนี้ต่างสีหน้ายุ่งเหยิงแต่ทั้งหมดกลับส่งหยกสื่อสารออกไปเพื่อส่งข่าวให้สหายและสำนัก

ข่าวที่อาญาสิทธิ์สั่งตายร้อยวันหมื่นปิศาจกลับมาปรากฎขึ้นอีกครั้งในทะเลปิศาจกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว นี่หมายถึงหากใครสามารถสังหารชายคนนี้ได้ อย่างน้อยจะได้รับระดับฝึกฝนของเซียนขั้นแกนลมปราณระดับต้นอันสมบูรณ์

สิ่งนี้เป็นของล่อตาล่อใจเซียนขั้นแกนลมปราณหรือกระทั่งเซียนขั้นพื้นฐานลมปราณ สำหรับคนแบบหลังนั่นหมายถึงการบรรลุขั้นแกนลมปราณได้เลย

มันเป็นโอกาสของเหล่าเซียนขั้นแกนวิญญาณระดับกลางในการก้าวเข้าสู่ระดับปลายได้

โดยเฉพาะสิ่งที่ทำให้ผู้คนอยากรู้อยากเห็นมากที่สุดคือคนที่ใช้อาญาสิทธิ์สั่งตายมีระดับฝึกตนอะไร หากเป็นเซียนขั้นแกนลมปราณระดับปลายนั่นจะยิ่งทำให้คนบ้าคลั่งมหาศาล

ขณะที่หวังหลินเหาะเหิน แกนพลังสีทองขนาดเท่ากำปั้นได้ทดแทนตำแหน่งต้นแบบแกนพลังที่มันเคยอยู่และเติมเต็มพลังปราณในร่างกายเขา

หวังหลินคำนวนได้ว่าระดับขั้นแกนลมปราณของเขามีความแข็งแกร่งมากกว่าขั้นพื้นฐานลมปราณร้อยเท่า เขาจ้องที่ส่วนลึกของทะเลปิศาจ สายตาเขาดูเหมือนจะมองผ่านทะเลส่วนลึกออกไปและไปยังแคว้นจ้าวอีกฝั่งหนึ่ง ขณะนั้นเขาเผยรอยยิ้มเยือกเย็นและพึมพำในใจ “เถิงฮว่าหยวน วันนี้ข้าได้บรรลุระดับขั้นแกนลมปราณแล้ว ในวันที่ข้าบรรลุขั้นวิญญาณแรกกำเนิด วันนั้นจะเป็นวันที่ข้ากลับไปสังหารเจ้าที่แคว้นจ้าว เถิงฮว่าหยวนเจ้าอย่าพึ่งตายซะก่อนหล่ะ ข้าจะฝังศพครอบครัวเจ้าทุกคนพร้อมๆกับเจ้าเอง”

มู่หนานลอบมองหวังหลิน ท่าทางหวังหลินทำให้เขาขนลุกซู่และหัวใจเต้นเร็วพลางลอบสาปแช่ง “ทำไมไม่มีใครเข้ามาสังหารมันกันวะ? คำใหญ่บนหัวมันขนาดนั้น ใครสักคนรีบเข้ามาสังหารมันทีเถิด! หากเรานำมันกลับไปที่สำนักจริงๆ เมื่อนั้นหากเราไม่ถูกมันฆ่า จ้าวสำนักได้ฆ่าเราตายแน่ๆ”

ขณะที่เขากำลังอ้อนวอน ร่างหนึ่งเดินออกมาจากสายหมอกราวกับอสูรกาย สายหมอกเคลื่อนตัวออกมาเป็นทาง ร่างในชุดคลุมสีดำ ผมดำขลิบและดวงตามืดมน ทั้งร่างเปล่งแสงสีดำจางๆ

หากคนผู้นี้มีใบหน้าเย็นชาคงดูราวกับเต็มไปด้วยจิตสังหารและเศร้าใจ ทว่าชายคนนี้อายุเข้าขั้นกลางคน หน้าท้องโป่งพองและประดับรอยยิ้มบนใบหน้า

เป็นผลให้เขาไม่มีจิตสังหารแต่กลับดูเหลี่ยมจัดแทน มู่หนานและมู่เป่ยใบหน้าเปลี่ยนสีเมื่อเห็นร่างคนผู้นี้แต่ความสุขประทับบนใบหน้าของพวกเขาอย่างรวดเร็ว

ชายร่างอ้วนจ้องบนคำเหนือศีรษะหวังหลิน หัวเราะร่าออกมาและยกย่องชื่นชม “ฮ่าฮ่าฮ่า อาญาสิทธิ์สั่งตายร้อยวันหมื่นปิศาจ เยี่ยม! เยี่ยมมาก!”

“ไอ้หนุ่ม ข้าจะให้เวลาเจ้าหนึ่งชั่วโมงเพื่อสั่งลาก่อนที่เจ้าจะตาย อย่าพยายามต่อต้านไปเลย ด้วยขั้นแกนลมปราณระดับต้นเพียงแค่นั้นเจ้าไม่อาจประมือกับข้าได้ จ้าวปิศาจผ้าคลุมดำ” หลังจากเขาพูดจบพลันมองท้องฟ้าด้วยมือที่ซ่อนเบื้องหลัง เผยให้ภาพลักษณ์ของเขาราวกับกำลังมองลงมาสู่สวรรค์

ลี่มู่หวานยิ้มออกมาขณะที่เธอมองเจ้าอ้วนหยิ่งผยองคนนั้น จากนั้นเธอมองหวังหลินและยิ้มกว้าง

มู่หนานกลายเป็นตื่นเต้น นี่เป็นผู้เชี่ยวชาญของจริง เขาเป็นจอมโจรเซียนที่กระทั่งท่านจ้าวสำนักยังเหนื่อยใจ จ้าวปิศาจซางก้วนโม่ เล่าลือกันว่าระดับฝึกตนของเขาเทียบเท่ากับท่านจ้าวสำนักคือขั้นแกนลมปราณระดับกลางสูงสุดและอีกเพียงก้าวเดียวจะบรรลุระดับปลายแล้ว วิธีฝึกตนของเขากระทั่งเหนือกว่าท่านจ้าวสำนักไปหนึ่งก้าว

หวังหลินขมวดคิ้วและเยาะเย้ย “เจ้าเองที่กำลังจะตาย!”

ซางก้วนโม่ตกตะลึงขณะที่สายตาสีเขียวของเขามองหวังหลินและพูดด้วยความรังเกียนจ “เจ้ากำลังประเมินตัวเองสูงเกินไป ปล่อยให้ข้าแสดงให้เจ้าเห็นว่าขั้นแกนลมปราณระดับกลางจริงๆแล้วคือ….”

หวังหลินชี้ซางก้วนโม่โดยไม่รอให้เขาพูดจบ หวังหลินพูดแทรก “ตาย!”

เมื่อคำพูด ‘ตาย’ ถูกเปล่งออกมา หินหยกชิ้นหนึ่งลอยออกมาจากหน้าอกซางก้วนโม่และแบ่งออกเป็นสองส่วน มันปลดปล่อยเมฆสีดำออกมาและหายเข้าไปในทะเลปิศาจ

“นั่นมันอะไร?” หวังหลินยื่นมือออกไปจับเศษหยกสองชิ้นนั้น หวังหลินตรวจสอบมันด้วยสัมผัสวิญญาณและใบหน้าตื่นตะลึงปรากฎบนใบหน้า หลังจากเก็ฐเศษหยกสองชิ้นเข้ากระเป๋าไป เขาจ้องไปซางก้วนโม่ที่กำลังขวัญหนีดีฝ่อ

“มนต์ปิศาจ!!!” เหงื่อเย็นเยียบพลั่งพรูออกมาทุกรูขุมขนบนใบหน้าซางก้วนโม่ เศษหยกชิ้นนี้อาจารย์ได้ให้เขาก่อนตายนานแล้ว พูดได้ว่ามันสามารถป้องกันการโจมตีจากเซียนขั้นวิญญาณแรกกำเนิดได้เต็มพลัง หลายปีที่ผ่านมาเขามักจะอาศัยอยู่ที่ส่วนนอกของทะเลปิศาจอยู่บ่อยๆและซ่อนตัวเองเมื่อเจอเซียนขั้นวิญญาณแรกกำเนิดโดยที่ไม่กล้ารบกวนพวกเขา หากเผชิญหน้ากับเซียนที่ระดับฝึกฝนต่ำกว่าตัวเองจะรีดไถทุกอย่างที่มันมีออกมา ซางก้วนโม่สร้างชื่อให้ตัวเองด้วยการทำเช่นนี้ ทว่าตอนนี้เขาก็เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นหลังจากเห็นสายตาอันเยือกเย็นของหวังหลิน พร้อมกับกลัวว่าหวังหลินจะพูดคำว่าตายอีกครั้ง แข้งขาเปลี่ยนเป็นอ่อนยวบและเขาคุกเข่าลงพื้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับอ้อนวอน “ท่านอาวุโสโปรดเมตตา ท่านอาวุโสโปรดเมตตา ผู้น้อยซางก้วนโม่รู้ว่าผิดไปแล้ว โปรดยกโทษให้ข้าด้วยเถิด”

มู่หนานจ้องมองอย่างตื่นตะลึงว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นเขาลอบมองหวังหลิน หลังจากเห็นสายตาอันเยือกเย็นของเขาจึงไม่กล้าคิดสิ่งที่เคยคิดครั้งก่อนอีก มู่เป่ยกลับลดศีรษะลงต่ำเพื่อซ่อนความกลัวของตัวเอง

เมื่อซางก้วนโม่เห็นสายตาหวังหลินยังคงเย็นชา หัวใจเขาบีบรัดพร้อมกับกัดฟันกรอด “ท่านอาวุโส ผู้น้อยจะเป็นศิษย์ของท่านและฟังทุกคำที่ท่านสั่ง ท่านอาจารย์โปรดยอมให้ข้าเป็นศิษย์ท่านด้วย” เขามองลี่มู่หวานและพูดขึ้น “เจ้าต้องเป็นภริยาของอาจารย์แน่ๆ โปรดบอกให้อาจารย์อนุญาติให้ข้าเป็นศิษย์ด้วย!”

ลี่มู่หวานหน้าแดงและมองหวังหลิน ทว่าหลังจากเห็นใบหน้าเย็นชาของเขา เธอถอนหายใจออกมาและก้มศีรษะตัวเองอย่างเงียบงัน

หวังหลินจ้องซางก้วนโม่อย่างเยือกเย็น ขอบเขตจวี่พรั่งพรูในใจและสายฟ้าแดงปรากฎในแววตา ซางก้วนโม่สังเกตหวังหลินอย่างละเอียดตลอดเวลาและเข้าใจได้ว่าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น เขารู้ได้ว่าเพราะสามารถกระตุ้นหยกป้องกันของเขาและผ่าครึ่งมันออกเป็นสองส่วน หวังหลินต้องมีพลังโจมตีที่คล้ายคลึงกับเซียนขั้นวิญญาณแรกกำเนิดแน่ๆ รวมถึงมนต์ความตายของเขาจึงเดาได้ว่าแม้เขาจะวิ่งหนีก็คงยากที่จะรอดจากความตายพ้น

ความเครียดและความกังวลจึงทำให้เขาชี้ระหว่างคิ้วตัวเองและจิตวิญญาณโลหิตลอยออกมา หยดวิญญาณโลหิตเป็นสีทอง ขณะที่หยดโลหิตนี้ปรากฎขึ้น ร่างซางก้วนโม่สั่นสะท้านขณะที่พลังปราณในร่างพรั่งพรูออกราวกับระดับฝึกตนของเขากำลังลดลง

ยิ่งระดับฝึกตนสูงส่ง จิตวิญญาณโลหิตก็ยิ่งสำคัญ หากมันถูกนำออกมา ระดับฝึกตนจะได้รับความเสียหายและยิ่งระดับฝึกตนสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งได้รับความเสียหายมากเท่านั้น

Facebook Comments

2 thoughts on “Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน ตอนที่ 151 อาญาสิทธิ์สั่งตายร้อยวันหมื่นปิศาจ

  1. Facebook Profile photo
    Teerapong Niyomtat says:

    ชอบพระเอกแบบนี้จัง โหดดี

  2. Dinz Ritztop Pakin says:

    เปลี่ยนระดับการเรียกขั้นพลังแล้ว แล้วระดับไหนเป็นระดับไหนเนี่ย. งงจัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: