Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน ตอนที่ 155 กระบี่เคลื่อนคล้อย

ตอนที่ 155 กระบี่เคลื่อนคล้อย

Keepwalk แปล

ถ้ายังจนมุมต่อไปจะเป็นเรื่องแย่ต่อเจี๋ยตงเล่ย นอกจากนั้นค่ายกลอยู่ได้เพียงสองชั่วโมง ครึ่งชั่วได้ผ่านไปแล้วเขาจึงคิดอย่างรอบคอบว่าควรทำอะไร

เดิมทีเขาวางแผนใช้เซียนขั้นแกนลมปราณไล่ต้อนหวังหลินให้โจมตี ทว่าจุดที่สำคัญมากที่สุดคือความกลัวตายที่กลืนกินเหล่าอาวุโสพวกนั้นเพราะฉะนั้นพวกเขาจึงถอยหลัง ตัวเลือกเหลือเพียงตัวเดียวคือโจมตีหวังหลินด้วยตัวเอง แต่ไม่คาดคิดว่าหวังหลินจะสามารถมองจุดอ่อนของค่ายกลออก

ตอนนี้เขาขี่บนหลังเสือไปแล้วและยากที่จะถอนตัวกลับ พลางจับจ้องหวังหลินอย่างเงียบงัน

หวังหลินมองเขาจากนั้นอุ้มลี่มู่หวานถอยห่างเพิ่มอีกสามสิบจ้าง เจี๋ยตงเล่ยถอนหายใจ เขากระโดดกลับไปบนเศียรมังกรและพูดขึ้น “ลืมซะเถิด ตาเฒ่าคนนี้ขอรับความพ่ายแพ้” สิ้นคำเขากระทืบบนเศียรมังกรและพลังปราณทั้งหมดในร่างเขากลับสู่ทั่วตัวมังกร

แสงภายในดวงตามังกรเริ่มสว่างขึ้น ขณะที่พลังปราณกลับเข้าหามัน ร่างเจี๋ยตงเล่ยสั่นสะท้านและเผยความเจ็บปวด

ใบหน้าท่าทางค่อยๆทวีความเจ็บปวดและร่างกายหดเหี่ยว หลังเสร้จสิ้นกระบวนการเขาคุกเข่าหนึ่งข้างไปบนเศียรมังกร เขาดูแก่ลงหลายสิบปีพลันยกศีรษะตัวเองขึ้นและพูดอย่างเหนื่อยล้า “ตาเฒ่าคนนี้ขอรับความพ่ายแพ้ นับจากนี้เป็นต้นไปเราจะฟังคำสั่งของเจ้า นี่เป็นคำสั่งจากจ้าวสำนักปิศาจรบ” เช่นนั้นฝ่ามือสั่นเทาขณะที่หยิบเอาป้ายสิทธิ์รูปสามเหลี่ยมสีม่วงออกมาและใส่พลังปราณลงไปบางส่วนข้างในเพื่อให้มันลอยตรงไปข้างหน้า

ดวงตาหวังหลินสว่างขึ้น เขามองเจี๋ยตงเล่ยและป้ายสิทธิ์ก่อนจะรวบลี่มู่หวานและตัวเองกลับเข้ามาหลายสิบจ้าง

ขณะที่ร่างหวังหลินหวนกลับมา ทันใดนั้นภาพติดตาของเจี๋ยตงเล่ยปรากฎขึ้นในจุดที่หวังหลินอยู่และกลยเป็นลำแสงปราณกระบี่ที่แทงเข้าหาเขา

ความเร็วของหวังหลินนั้นเร็วมากแต่ไม่อาจเทียบกับกระบี่เหินเล่มนี้ได้ เมื่อเขาเข้าใกล้ขึ้นสิบจ้างตัวกระบี่เหินได้มาถึงตัวเขาแล้ว กระบี่เล่มนี้เร็วมากมันไม่ช้าไปกว่ากระบี่ผลึกที่ใช้วิชาเคลื่อนที่พริบตาเลย

ในพริบตากระบี่แทงเข้าหน้าอกเขาแต่มันถูกหยุกโดยเกราะมังกร นิ้วหวังหลินจับเข้าที่ตัวกระบี่ราวกับกรงเล็บคู่

ใบหน้าหวังหลินมัวหมอง กระบี่เหินของศัตรูแทบไม่สามารถป้องกันได้ โชคดีที่เขาพอจะมีเวลาตอบสนองเล็กน้อยไม่เช่นนั้นผลที่ตามมาคงคาดไม่ถึง

กระบี่เหินสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะแบ่งออกเป็นสองส่วน เปลวไฟสีแดงปรากฎขึ้นในจุดที่กระบี่แตกหักและทั้งร่างกระบี่สลายกลายเป็นฝุ่น

เมื่อเปลวไฟสีแดงปรากฎ หวังหลินรีบไปและมองเจี๋ยตงเล่ยอย่างเยือกเย็น เขายังอยู่บนยอดเศียรมังกร

เจี๋ยตงเล่ยเผยแววตาเศร้าหมองขณะที่ร่างกายกลายเป็นขี้เถ้า นี่เป็นการโจมตีสุดกำลังและเป็นความลับที่สุด

“นี่….เขาคือเซียนกระบี่!” ใบหน้าลี่มู่หวานเต็มไปด้วยความตกใจ ฉากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ทำให้ร่างเธอสั่นเทา

ในยุคโบราณมีคนจำนวนมากที่เป็นเซียนกระบี่ ปัจจุบันมีไม่กี่คนที่ฝึกฝนวิชากระบี่แต่กลับใช้กระบี่เป็นสมบัติวิเศษแทน

ความเร็วและพลังของเซียนกระบี่คนหนึ่งแข็งแกร่งกว่าเซียนธรรมดา มีวิธีฝึกวิชากระบี่หลากหลายวิชาแต่มีเพียงยอดวิชาและยอดกระบี่เท่านั้นที่จะสามารถเป็นพลังอันน่าสะพรึงกลัวของเซียนกระบี่ได้จริงๆ

วิชากระบี่ของเจี๋ยตงเล่ยไม่ได้ดีมากและกระบี่ของเขาก็ไม่ได้คุณภาพเยี่ยมเช่นกัน ไม่เช่นนั้นด้วยพลังของเซียนกระบี่เขาคงสามารถกวาดล้างเซียนในเมืองหนานต้าวได้ง่ายๆแทนที่จะถูกบังคับอยู่ที่นี่

หากเขาสู้หนึ่งต่อหนึ่งเมื่อนั้นกระบี่เหินจะแสดงพลังอำนาจสูง แต่เขาไม่สามารถแบ่งสมาธิไปที่การต่อสู้หลายคนได้ ดังนั้นเขาจึงมีเพียงโอกาสเดียว

เจี๋ยตงเล่ยส่งแกนพลังกระบี่ไปที่การโจมตีครั้งสุดท้ายซึ่งนับได้ว่าเป็นแกนพลังทองคำของเขา นี่เป็นแผนการโจมตีครั้งสุดท้ายที่ตกตะลึง ทว่าน่าเสียดายที่มันล้มเหลว

ด้วยการตายของเจี๋ยตงเล่ย มู่หนานและมู่เป่ยมีความสุขที่สุด พวกเขาเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าเกิดอะไรขึ้นและคุกเข่าต่อหน้าหวังหลิน “ยินดีด้วยท่านจ้าวสำนัก!”

ซางก้วนโม่ลอบสาปแช่งสองพี่น้องในการทำเรื่องหน้าด้านเช่นนั้น แต่ตัวเองกลับเหินขึ้นไปหาหวังหลินและโค้งคำนับ “ยินดีด้วยท่านอาจารย์ที่ได้กลายเป็นจ้าวสำนักของสำนักปิศาจรบ”

สิบผู้อาวุโสของสำนักปิศาจรบที่สร้างค่ายกลกระบี่กลับเก็บกระบี่ของตัวเองกลับไป พวกเขารู้สึกอึดอัดอย่างมาก หลังจากครุ่นคิดเล็กน้อยทั้งหมดโค้งคำนับต่อหวังหลิน สื่อความหมายได้ชัดเจน

ส่วนเหล่าศิษย์นับหมื่นบนค่ายกลมังกรประจัญบาน ทั้งหมดใช้พลังปราณของตัวเองไปมากกว่าแปดในสิบส่วนให้กับเจี๋ยตงเล่ย แต่ละคนต่างพยายามลุกขึ้นขณะที่มองคำสีแดง ‘ลงโทษ’ ที่ดูราวกับโลหิตและต้อนรับหวังหลินเสียงดัง

หวังหลินรู้สึกไม่มีความสุขกับการตายของเจี๋ยตงเล่ยแต่กลับรู้สึกทำอะไรไม่ถูกแทน ไม่มีถูกหรือผิดในโลกของผู้ฝึกตน มีเพียงกฎการอยู่รอดเท่านั้น หากต้องการอยู่รอดคงต้องทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่คุกคามเขา หวังหลินจินตนาการได้ว่าหากเขาไม่ได้มาที่นี่ด้วยตัวเอง สิ่งที่รอเขาอยู่คือการแก้แค้นไม่มีที่สิ้นสุดของสำนักปิศาจรบ

หากต้องการปกป้องตัวเองเช่นนั้นต้องให้ทุกคนรู้ว่าเขาเป็นคนที่ไม่อาจตอแยได้และผลที่ตามมาจะได้รับการตอบแทนอย่างสาสม การแสดงพลังของหวังหลินในทะเลปิศาจได้สิ้นสุดลงแล้ว

การแสดงความแข็งแกร่งประสบความสำเร็จอย่างมาก อย่างน้อยในระยะห้าแสนลี้รอบเมืองหนานต้าวไม่มีใครไม่มีใครไม่รู้จักภูเขาซากศพที่หวังหลินสร้างขึ้น อย่างน้อยๆเรื่องนี้ก็ได้หยุดคนโลภมากหลายคนต่อคำสั่งอาญาสิทธิ์

เมื่อมองศิษย์นับหมื่นคนโค้งคำนับเบื้องหน้าเขา หวังหลินมองไปทางทะเลส่วนลึกและคิดขึ้น “เถิงฮว่าหยวน ไม่ว่าเซียนหรือปิศาจ ตราบใดที่ข้าสามารถล้างแค้นได้ จะผิดอะไรที่ข้ากลายเป็นราชามาร?!”

เขายิ้มอย่างเยือกเย็นขณะที่สายตากวาดผ่านไปที่ซางก้วนโม่ “นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าเป็นจ้าวสำนักปิศาจรบ”

ซางก้วนโม่ตกใจ เขากำลังจะพูดแต่เมื่อเห็นสายตาอันหนาวเหน็บของหวังหลินจึงได้หยุดชะงักและพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

“เตรียมห้องไว้ให้ข้าหนึ่งห้อง ข้าจะเข้าไปปิดประตูฝึกฝน” หวังหลินอุ้มลี่มู่หวานและเหินเข้าหาสำนักปิศาจรบ

ห้องแห่งหนึ่งถูกเตรียมขึ้นอย่างรวดเร็ว มันเคยเป็นห้องส่วนตัวของเจี๋ยตงเล่ยมาก่อนโดยมีตำแหน่งอยู่ภายในเศียรมังกร หวังหลินนั่งขัดสมาธิลงและมองลี่มู่หวานที่มีใบหน้าสับสน “หลังจากข้าปิดประตูฝึกฝนเสร็จสิ้น ข้าจะนำเจ้ากลับบ้าน จนกว่าจะถึงเวลานั้นเจ้ามีอิสระทำอะไรก็ได้ตามที่เจ้าต้องการ” สิ้นคำพูดเขาลับตาและฝึกฝนอย่างเงียบๆ

ลี่มู่หวานจ้องหวังหลิน หลังจากผ่านไปนานเธอพูดขึ้น “ขอบคุณ….” เธอรู้สึกว่าอบอุ่นในใจขณะที่หันตัวและออกไป

หลังเธอจากไป หวังหลินลืมตาขึ้น ดวงตาอันหนาวเย็นตามปกติกลับมีความตะขิดตะขวงใจ มันยิ่งรุนแรงมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปจนกระทั่งมีร่องรอยความเสียใจ ขณะเดียวกันเขานึกถึงฉากเหตุการณ์หนึ่งในอดีต…

“ไท้จูเจ้าไม่ได้เป็นเด็กอีกแล้ว หลายวันมานี้มีคนต่างเข้ามาถามเรื่องการแต่งงาน แม่ได้ยินมาว่าเหล่าเซียนสามารถแต่งงานได้เช่นกัน นับตั้งแต่ที่เจ้ากลับมาก็ควรจะพักอยู่ที่นี่หลายวันบ้าง แม่จะพาลูกไปดูตัว และหากลูกเจอใครที่ชอบเมื่อนั้นเรากำหนดวันมาได้เลย”

“เด็กน้อย คนอื่นอายุเท่าเจ้ามีลูกมีหลานวิ่งเล่นรอบหมู่บ้านไปหมดแล้ว”

“ภรรยาข้าทำไมเจ้ากังวลเรื่องนั้นกัน? ลูกชายของเราเป็นเซียนนะ! เจ้าเข้าใจว่าเซียนคืออะไรหรือไม่? ทำไมเขาจะนำคนทั่วไปมาเป็นภรรยาเล่า? ไท้จูหมายถึงจะหาเซียนด้วยกันเองเป็นลูกสะใภ้ให้”

“มีเซียนเป็นลูกสะใภ้มันดียังไง? เซียนไม่กลับมาบ้านตั้งห้าปี หากข้ามีลูกสะใภ้เป็นเซียนอีก ทั้งคู่คงไม่กลับบ้านมาสักสิบปีเลยหรือ”

“ก็ได้ ข้าจะฟังพ่อของเจ้า หากมาตรฐานของเจ้าสูงนักกับหญิงสาวสักคนในหมู่บ้าน เช่นน้นแม่จะรอเจ้าพากลับมา”

“ท่านแม่มั่นใจได้เลย ลูกของท่านจะนำสะใภ้สุดสวยกลับมาหาท่านอย่างแน่นอน”

หยาดน้ำตาค่อยๆไหลออกมาเป็นโลหิตขณะที่เขากอดกำปั้นตัวเองไว้ ผ่านไปเนิ่นนานจึงปาดน้ำตาออก ชกกำปั้นบนกำแพงและปากมังกรปิดลงโดยไม่มีรอยร้าว

จากนั้นหลังจากวางค่ายกลหลายแห่งรอบตัว หวังหลินเพ่งไปสัมผัสวิญญาณของตนเองไปบนลูกปัดฝืนลิขิตฟ้าในจิตใจ ทันใดนั้นร่างกายหายตัวออกไปจากห้องแม้กระทั่งคำ ‘ลงโทษ’ ก็หายไปด้วย

นี่เป็นครั้งแรกที่หวังหลินเข้ามาในลูกปัดฝืนลิขิตฟ้าหลังจากบรรลุขั้นแกนพลังปราณ ขณะที่เขาเข้ามาในลูกปัดฝืนลิขิตฟ้า ซางก้วนโม่ที่กำลังจัดการกับสำนักปิศาจรบร่างสั่นสะท้านขณะรู้สึกได้ว่าเจ้าอสูรน่ากลัวได้หายตัวไป

พูดให้ถูกก็คือจิตวิญญาณโลหิตของเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย นั่นทำให้เขาตกใจและตื่นกลัวขณะที่เหาะเหินขึ้นไปบนอากาศ จากนั้นชั่วครู่เขาหันไปรอบๆเผยแววตาไม่เชื่อ

ลี่มู่หวานที่กำลังเดินลงมาจากเศียรมังกรต่างตกใจขณะที่มองขึ้นไปก่อนจะถอนหายใจออกมา

ที่ไหนสักแห่งภายในมิติของลูกปัดฝืนลิขิตฟ้า วิญญาณเซียนของซือถูหนานลอยคว้างในท้องฟ้าพร้อมกับสายตาที่กำลังหลับอยู่และพลังปราณไหลเวียนผ่านร่างเขา ด้านข้างมีแสงสีขาวจางๆลอยอยู่

หวังหลืนยืนต่ำกว่าวิญญาณเซียนและมองขึ้นไปที่บอลแสงสองลูกนั้น เขาคุกเข่าลงกับพื้น หมอบคลานและพูดขึ้น “ท่านพ่อ ท่านแม่ ไท้จูจะนำสะใภ้ที่ดีมาให้ท่านแน่ๆ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา….”

ผ่านไปเนิ่นนาน หวังหลินสูดหายใจลึกและยกศีรษะตัวเองไปที่วิญญาณเซียนของซือถูหนาน ดวงตาเขาเผยความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งขณะที่กระซิบ “ซือถู ท่านมั่นใจได้เลย ข้าได้บรรลุขั้นแกนลมปราณแล้ว วันหนึ่งข้าจะบรรลุขั้นวิญญาณแรกกำเนิด จากนั้นก็ขั้นตัดวิญญาณ และสุดท้ายที่ขั้นเปลี่ยนวิญญาณข้าจะนำท่านออกจากที่นี่และหาร่างกายให้ท่านใหม่ ข้าขอสัญญา!”

สิ้นคำพูด หวังหลินยืนขึ้นและโค้งคำนับต่อวิญญาณเซียนของซือถูหนาน จากนั้นร่างเขาเลือนหายไปขณะที่ออกจากสถานที่แห่งนี้

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: