Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน ตอนที่ 165 กระหายจนตัวสั่น

ตอนที่ 165 กระหายจนตัวสั่น

 

keepwalk แปล

ชายชราคร่ำครวญ “มีปัญหาจริงๆ!” ขามองจ้าวซวนเหลียงอย่างเยือกเย็นและพูดขึ้น “ข้าไม่อยากสังหารใครตอนนี้ จงไปซะ!” เขาไม่ได้โกหก สำนักซากศพอันลึกลับมีความน่ากลัวต่อเขาก็เมื่อแคว้นอันดับสี่หรืออันดับห้าขึ้นไปเท่านั้น

เขาไม่ต้องการต่อสู้กันเว้นแต่ว่ามันจำเป็น สิ่งที่ทำให้เขาโกรธมากที่สุดคือการต่อสู้ที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่เจ้าหนุ่มที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาคนนี้มันจำเป็นที่เขาต้องเข้าไปยุ่งด้วย

รูม่านตาจ้าวซวนเหลียงหรี่เล็กขณะที่เขาจ้องชายชราที่สะบัดมืออย่างลวกๆก็ทำลายการโจมตีของเขาได้ พลันลอบตกใจ เขาเคยได้ยินเรื่องราวของชายชราคนนี้จากฮัวเฝิน เหตุผลที่นำเซียนขั้นวิญญาณแรกกำเนิดทั้งหมดจากสำนักมาก็เพื่อป้องกันบุคคลผู้นี้

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าระดับฝึกตนของเขาสูงเกินคาดการณ์ จ้าวซวนเหลียงวิเคราะห์ชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้น “ผู้อาวุโส คนผู้นี้เกี่ยวข้องกับเรื่องสำคัญของสำนักซากศพของเรา วันนี้ข้าจะนำเขาไปกับข้า”

ชายชราลอบถอนหายใจ เขาสงสัยว่าทำไมเจ้าเด็กคนนี้ถึงมีปัญหานัก แล้วเช่นไรถึงไปบาดหมางกับสำนักซากศพได้? หากเขามีตัวเลือกคงปล่อยทิ้งไปและไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก แต่ทว่าเขาไม่มีตัวเลือก การขัดใจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่หากเขาสำเร็จในสถานที่แห่งนั้น

และเมื่อมองกลับไปที่การกระทำของหม่าเหลียงก่อนหน้านี้ เจ้าเด็กเหลือขอนี่มั่นใจว่าเขาจะตอบโต้แน่ๆ แม้ว่าเขาจะเกลียดการทำเรื่องแบบนี้แต่ช่วยไม่ได้ที่จะชื่นชมเขา

เหล่าคนที่ฝึกฝนวิชามารจะแตกต่างจากคนปกติ สุดยอดจอมมารลำดับที่แปดเชื่อว่าการกระทำของหวังหลินถูกต้อง หากเป็นเขาเองที่อยู่สถานการณ์เช่นนั้นก็คงทำแบบเดียวกัน

หลังจากได้ฟังคำพูดของจ้าวซวนเหลียง สุดยอดจอมมารขมวดคิ้ว เขามองไปที่หวังหลินและถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “เจ้าไประรานสำนักซากศพได้ยังไงกัน?”

หวังหลินมองเหล่าพวกสำนักซากศพที่ดูโหดร้ายและพูดขึ้นอย่างสงบนิ่ง​”ข้าไม่รู้”

สายตาจ้าวซวนเหลียงราวกับสายฟ้าขณะที่เขาจ้องหวังหลิน “เจ้าไม่รู้เรื่องหรือ? เจ้าสังหารศิษย์สำนักซากศพบนภูเขาทองคำเปลวและเจ้ากล้าพูดว่าเจ้าไม่รู้เรื่องงั้นรึ?”

หวังหลินกรอกสายตา “ข้าก็ยังไม่รู้เรื่องอยู่ดี” สิ้นคำพูดเขากระทั่งไม่ไดมองจ้าวซวนเหลียงขณะที่หลับตาลงและเริ่มฝึกฝน ทว่าในใจเขาได้เตรียมพร้อมหลบหนีในทะเลปิศาจด้วยวิชาหลบหนีปฐพีไว้เรียบร้อยหากชายชราตัดสินใจไม่ช่วยเขา

จ้าวซวนเหลียงเยาะเย้ย เขามองไปทางชายชราและพูดขึ้น “ผู้อาวุโส ไม่เพียงแต่ชายคนนี้สังหารศิษย์ของสำนักซากศพ เขายังจับดวงวิญญาณของลูกศิษย์เทียนกางนามว่า ฉวี่ลี่กั๋วที่เข้ามากลืนกินกายเนื้อ ข้าใช้ความพยายามอย่างมากและกระทั่งได้เดินทางไปเทียนกางเพื่อซื้อข้อมูลนี้จากผู้เฒ่าเทียนตี้ เรื่องนี้ไม่ผิดพลาด”

ใบหน้าชายชราน่าเกลียดเล็กน้อยขณะพึมพำ “ผู้เฒ่าเทียนตี้….”

“ระดับฝึกตนของผู้เฒ่าเทียนตี้สูงส่งมากนัก เขาสามารถหาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนนั้นโดยการใช้ตะเกียงวิญญาณของฉวี่ลี่กั๋ว มันเป็นคนที่ชื่อหม่าเหลียงที่สังหารศิษย์ของสำนักซากศพและขังวิญญาณของฉวี่ลี่กั๋วไว้!” สิ้นคำพูดจ้าวซวนเหลียงสะบัดแขนและร่างกายเขาหายวับไปทันที

เซียนขั้นวิญญาณแรกกำเนิดด้านหลังเขาทั้งสี่คนต่างหายตัวไปเช่นกันและปรากฎตัวอีกครั้งด้านหน้าสุดยอดจอมมาร ขณะที่จ้าวชวนเหลียงปรากฎเหนือศีรษะหวังหลินและโยนก้อนควันสีดำจากฝ่ามือ ขณะเดียวกันเซียนขั้นแกนลมปราณที่อยู่ในค่ายกลเริ่มร่ายคำสวดอันลึกลับ ค่ายกลขยายออกทันทีอย่างรวดเร็วและปกคลุมรอบด้านรัศมีห้าร้อยลี้

แสงอันเย็นเยียบแล่นผ่านดวงตาสุดยอดจอมมารขณะที่เขาแบ่งร่างจากหนึ่งเป็นสอง ร่างอวตารปรากฎระหว่างจ้าวซวนเหลียงและหวังหลินอย่างรวดเร็ว เขาอ้าปากและดูดควันสีดำทั้งหมดเข้าไป

“อวดดี!” อวตารร่างนั้นร้องตะโกน ทันใดนั้นน้ำเต้าสีเขียวปรากฎขึ้นบนฝ่ามือ ด้วยการแตะหนึ่งครั้งจุกน้ำเต้าเปิดออกและพลังอันรุนแรงทะลักออกมา

ระลอกคลื่นปรากฎในอากาศเมื่อปากน้ำเต้าเปิดออกขณะที่มันกระจายไปวงกว้างและกว้างขึ้น ท่าทางของจ้าวซวนเหลียงเปลี่ยนทันทีขณะที่เขาและเซียนขั้นวิญญาณแรกกำเนิดคนอื่นอีกสี่คนเคลื่อนย้ายพริบตาหลายครั้งกลับไปที่ค่ายกล

ดวงตาชายชราหนาวเหน็บ น้ำเสียงอ่อนลงพร้อมกับพูดอย่างช้าๆ “มีหลายเหตุผลที่ข้าไม่ได้สังหารหมู่มานานมากแล้ว ยังเป็นเซียนขั้นวิญญาณแรกกำเนิดระดับต้นเท่านั้นที่กล้าทำยโสโอหังต่อหน้าข้า หากเจ้าทำอันตรายแม้เพียงเส้นผมหม่าเหลียงสักเส้นวันนี้ ข้าจอมมารลำดับที่แปดจะกวาดล้างสำนักซากศพของเจ้าซะ!”

ขณะนั้นเขาเอื้อมมือขึ้นและสร้างแขนยักษ์หนึ่งข้างราวกับกำลังทำลายของเล่นเด็ก ค่ายกลเคลื่อนย้ายของสำนักซากศพถูกทำลายทันที พลังงานภายในนั้นกระจายออกทุกทิศทางอย่างรวดเร็วและหายไปในที่สุด

นอกจากเล่าเซียนขั้นวิญญาณแรกกำเนิดทั้งห้าคนที่หลบไปได้อย่างฉิวเฉียดพร้อมใบหน้าซีดขาว ทว่าเซียนขั้นแกนลมปราณทั้งหมดกลายเป็นฝุ่นผงโดยคลื่นกระแทกนี้รวมไปถึงโลงศพด้านหลังด้วย

ร่างจ้าวซวนเหลียงสั่นเทาขณะที่เขาจ้องชายชราและพูดอย่างขมขื่น “ระดับฝึกตนของผู้อาวุโสสูงส่งยิ่งนัก แต่การเป็นศัตรูกับสำนักซากศพนับว่าไม่ฉลาด! ด้วยระดับฝึกตนของท่านก็ควรจะเข้าใจสำนักซากศพของเราบ้าง แต่ทว่าสิ่งที่ท่านเข้าใจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ข้าขอแนะนำท่านอีกครั้งว่าไม่ควรสร้างศัตรูกับสำนักซากศพ แม้ท่านจะเป็นถึงหนึ่งในจ้าวเมืองเจ็ดดอกพลัม มันยากนักที่รอดพ้นความตายได้!”

สุดยอดจอมมารไม่ได้ต้องการเกินเลยสำนักซากศพดังนั้นเขาจึงไม่ได้สังหารคนทั้งห้า ขณะที่เหล่าเซียนขั้นแกนลมปราณพวกนั้นเขาตรวจสอบด้วยสัมผัสวิญญาณจึงแน่ใจว่าไม่มีใครกำลังถูกกลืนกินร่างกายอยู่จึงได้สังหารทั้งหมดเพื่อยืนยันสิ่งที่ตัวเองคิด

คิ้วของเขาขมวดเป็นปมและพูดช้าๆ “คนผู้นี้มีประโยชน์ต่อข้ามหาศาลไม่เช่นนั้นข้าคงไม่ปกป้องเขาหรอก พวกเจ้าควรจากไปได้แล้ว หากไม่ใช่วันนี้ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวอีก”

หวังหลินมองทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างเยือกเย็น แม้ว่าท่าทางของเขายังเป็นปกติแต่เมื่อชายชราทำลายค่ายกลเคลื่อนย้าย เขาตกใจทันที สุดยอดจอมมารคนนี้สามารถทำลายค่ายกลปกป้องสำนักของสมาพันธ์ฮัวเฝินด้วยฝ่ามือเดียวและขยี้ค่ายกลเคลื่อนย้ายของสำนักซากศพได้ง่ายๆ หวังหลินสงสัยว่าชายชราคนนี้มีระดับฝึกตนอยู่ที่ขั้นไหนและมาถึงบทสรุปที่ทำให้เขาแทบหยุดหายใจ

ความจริงแล้วหวังหลินคาดเดาเรื่องนี้ได้ตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ที่ชายชราเริ่มไล่ล่าเขาในทะเลปิศาจ ทุกอย่างที่เขาทำแสดงให้เห็นว่าพลังความแข็งแกร่งของชายชรานั้นอยู่ที่ขั้น ตัดวิญญาณ!

ระดับฝึกตนของเขามีโอกาสเป็นขั้นตัดวิญญาณอย่างมาก ไม่เช่นนั้นไม่มีทางที่เขาจะสามารถทำเรื่องพวกนี้ได้ง่ายๆ

หลังจากฟังจ้าวซวนเหลียงพูดเรื่องเมืองเจ็ดดอกพลัมของทะเลปิศาจส่วนใน หวังหลินจึงจำชื่อนั้นได้ สายตาเขาหันไปทางชายชราและบนดอกพลัมเจ็ดดอกบนหน้าอกเขา

จ้าวซวนเหลียงไตร่ตรองชั่วครู่ก่อนจะเริ่มจ้องหวังหลินอย่างเยือกเย็นพลันพูดช้าๆ “หม่าเหลียง สำนักซากศพเป็นสำนักที่เกินกว่าเจ้าจะจินตนาการถึง การรุกรานสำนักซากศพเป็นเรื่องผิดพลาดใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตเจ้า!” สิ้นคำพูดเขาหายตัวไปทันที

เซียนขั้นวิญญาณแรกกำเนิดอีกสี่คนต่างมองไปที่หวังหลินอย่างเยือกเย็นเช่นกันก่อนจะหายตัวไป

หวังหลินไตร่ตรองเล็กน้อย หากไม่ใช่ว่าศิษย์ของสำนักซากศพโจมตีเขาด้วยความตั้งใจสังหารก่อน เขาคงไม่ต้องสังหารอีกฝ่ายเลย หากฉวี่ลี่กั๋วรอดไปได้มันคงสร้างปัญหาให้เขาอีกไม่หยุดหย่อน

ทว่าโลกแห่งการฝึกตนวิ่งตามกฎของผู้แข็งแกร่ง สำนักซากศพเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตแข็งแกร่งและมีขนาดใหญ่ หากมันพูดว่าเจ้าผิด เจ้าก็ผิด ถึงแม้เจ้าไม่ได้ผิดก็ตาม

หวังหลินสูดหายใจลึก แม้เขาจะคิดว่าระมัดระวังตัวดีพอแล้วก็ยังเจอปัญหามากมาย ในที่สุดก็เพราะว่าระดับฝึกตนของเขาไม่สูงเพียงพอ หากเขามีระดับฝึกตนเดียวกับสุดยอดจอมมาร เมื่อหากจะสังหารใครสักคนก็ไม่เป็นเรื่องใหญ่

หวังหลินเริ่มมีความตั้งใจบรรลุขั้นวิญญาณแรกกำเนิดมากขึ้น ไม่ว่ามันจะเพื่อตัวเองหรือเพื่อกลับไปแคว้นจ้าวเพื่อแก้แค้นเถิงฮว่าหยวน เขาต้องบรรลุขั้นวิญญาณแรกกำเนิดให้ได้ไม่เช่นนั้นทุกสิ่งที่เขาต้องการก็เป็นได้แค่ความฝันตื่นหนึ่ง

สุดยอดจอมมารหันไปทางหวังหลินและพูดอย่างเศร้าโศก “เจ้าหนู นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ข้าช่วยเจ้า ไม่ว่าเราจะเข้าใจผิดอะไรกันมามันก็ควรจะเพียงพอชดเชยได้แล้ว ข้าหวังว่าเมื่อเราเข้าไปข้างใน เจ้าจะไม่ลองทำอะไรที่ไม่จำเป็น!”

สุดยอดจอมมารตอนนี้ได้เข้าใจแผนของหวังหลินมาบ้างจากหลายวันที่ผ่านมาและตลอดเวลาที่เขาไล่ล่าหวังหลิน หม่าเหลียงคนนี้เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีต่อการฝึกแบบนอกรีด เขาเดาเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆหลังจากได้ยินสิ่งที่จ้าวซวนเหลียงพูด เจ้าเด็กคนนี้ช่างโหดเหี้ยมและกล้าหาญเสียจริง

ในทะเลปิศาจ เจ้าเด็กคนนี้กล้าเคลื่อนไหวไปรอบๆเปิดเผยตัวด้วยอาญาสิทธิ์สั่งตาย เขาใช้มันดึงดูดผู้คนเข้าหาเพื่อสังหารจนหนีอย่างหวาดกลัว พูดได้ว่าเขาเป็นคนเด็ดขาดและไร้ความปราณี

เมื่อไล่ล่าหวังหลินออกมาจากทะเลปิศาจ เจ้านี่ยังกล้าทิ้งกระบี่เหินมาซุ่มทำร้ายเขาอีกจนหลั่งโลหิตออกมาหลายหยด มันแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนกล้าหาญได้เช่นไร

หากเป็นเรื่องเดียวคงไม่มากเท่าไหร่นัก แต่ชายคนนี้ดันใช้กำลังบังคับเจดีย์เทพสงครามเพื่อดูเส้นทางสวรรค์เสียนี่ นี่สิถึงเป็นจ้าวแห่งการวางแผนที่แท้จริง

ตอนนี้เมื่อจ้าวซวนเหลียงโจมตีเขายังไม่แม้แต่จะใส่ใจ เขาไม่ได้เผยความตระหนกสักนิด เพียงแสดงความสงบนิ่งเท่านั้น

นอกเหนือจากเรื่องทั้งหมดนี้ จอมมารยังจำได้ว่าเขาใช้เวลาสามปีเพื่อจับเขาได้ มีเพียงคำเดียวที่จอมมารอธิบายเขาได้นั่นก็คือ “เจ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอก”

คนคนนี้โหดเหี้ยม ใจถึง แน่วแน่ เขาทั้งกล้าหาญมาก ฉลาดแกมโกง มั่นใจ และเจ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอก

แม้แต่สุดยอดจอมมายังถูกหลอก หลังจากวิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียดแล้วเขาจ้องหวังหลินขณะที่ความคิดหนึ่งแล่นผ่านในใจ

Facebook Comments

One thought on “Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน ตอนที่ 165 กระหายจนตัวสั่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: