Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน ตอนที่ 169 รับไขกระดูก

ตอนที่ 169 รับไขกระดูก

Keepwalk แปล

มันราวกับท้องฟ้ากำลังล่มสลายลงสู่พวกเขาเนื่องจากสายลมกรรโชกอันทรงพลังเคลื่อนต่ำลงมาจากข้างบน หวังหลินแตะกระเป๋าและนำยันต์เซียนป้องกันจำนวนนับไม่ถ้วนออกมา เขามียันต์เซียนสำรองไว้จำนวนมาก หลังจากสังหารมาหลายคนและขโมยสิ่งของพวกมันมาถึงมียันต์เซียนระดับต่ำและสมบัติวิเศษจำนวนมาก

ยันต์เซียนเหล่านี้สร้างม่านแสงจำนวนมากรอบตัวเขา จากนั้นขณะที่สายลมกรรโชกลดต่ำลงมา หวังหลินกระโดดไปด้านข้างทันที

ขณะเดียวกันจ้าวปิศาจหกปรารถนาและจักรพรรดิโบราณหยุดเคลื่อนไหว ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรเสียเปล่า จักรพรรดิโบราณมีใบหน้าเคร่งเครียดขณะที่โยนระฆังโบราณออกมา เมื่อระฆังโบราณปรากฎมันขยายขนาดทันทีและเริ่มหมุนไปมา ขณะที่เสียงระฆังดังขึ้นพลันส่งคลื่นกระแทกออกทำให้เสาหินรอบด้านแตกกระจาย

เจ้างูที่กำลังเคลื่อนต่ำลงมาจากบนฟ้าบิดตัวงอและวางหัวมันเข้าไปในคลื่นกระแทกเป็นอันดับแรก มันปล่อยเสียงคำรามทันทีและพ่นควันสีดำออกมา

ควันสีดำแข็งแกร่งมาก ขณะที่เสาหินรอบด้านสัมผัสมันพลันกลายเป็นฝุ่นผงสีดำและหายไปทันที

ควันสีดำที่เจ้างูพ่นออกมาถูกจัดการด้วยเมิ่งหลังค่อม เขาสัมผัสหนึ่งในตุ่มหนองบนใบหน้าและดึงมันขึ้น กลิ่นเหม็นอันรุนแรงออกมาจากตุ่มหนองรวมถึงของเหลวสีดำ

ร่างเม่งหลังค่อมหายวับทันที เขาปรากฎตัวอีกครั้งด้านหน้าควันสีดำ ใบหน้ามองดูหวาดกลัวขณะที่อ้าปากขึ้นและดูดควันสีดำทั้งหมดเข้าไป ตุ่มหนองบนหลังเขาค่อยๆขยายขนาดขึ้นและใหญ่ขึ้น หลังจากควันทั้หงมดถูกดูดเข้าไปมันดูราวกับภูเขาย่อมๆบนหลังเขา

เขายืนโคลงเคลงบนเสาหินขณะจ้องไปที่สิ่งมีชีวิตคล้ายงูตัวนั้นพลางครุ่นคิดอย่างเงียบๆ ควันสีดำลอยออกมาจากตุ่มหนองที่พึ่งทำลายไปถูกเจ้าคางคกบนไหลสูดเข้า

ฝ่ามือของจ้าวปิศาจเคลื่อนไหวสร้างผนึกหลายชิ้นขณะที่ท่องบทร่ายอันลึกลับ ในเวลาเดียวกันนั้นจักรพรรดิโยนระฆังออกมา เมื่อเขาทำเช่นนี้พลางสายตาตกไปบนหวังหลิน ดวงตาหวังหลินสว่างขึ้นรีบยกมือขึ้นอย่างรวดเร็วและนำเครื่องรางระดับวิญญาณแรกกำเนิดออกมาโดยไม่ลังเล ขณะเดียวกันก็อ้าปากพ่นกระบี่ผลึกออกมาด้วย กระบี่ผลึกลอยด้านหน้าเขาพร้อมกับด้านปลายชี้ไปที่จ้าวปิศาจหกปรารถนา

สายตาจ้าวปิศาจหกปรารถนาหยุดกึกก่อนจะเปลี่ยนไปที่เทียนจูถัดจากเขา ใบหน้าเทียนจูดูหวาดกลัวขณะที่เขาจ้องสิ่งมีชีวิตคล้ายงูและร่างกายสั่นเทา

ดวงตาจ้าวปิศาจหกปรารถนาสว่างขึ้นขณะที่ร้องตะโกน “จงหวาดกลัว!”

ร่างเทียนจูสั่นระริกทันที ควันสีดำออกมาทั้งปากและจมูกพร้อมกันนั้นรวมกันเป็นกระบี่สีดำลอยด้านหน้าจ้าวปิศาจหกปรารถนา

ร่างกายเทียนจูสะบัดไปมาขณะที่ยืนตะลึงด้วยความสับสน มือขวาชี้กระบี่สีดำที่จ้าวปิศาจหกปรารถนาร่ายออกมา กระบี่ค่อยๆขยายขนาดขึ้นจนกระทั่งมีขนาดใหญ่ยักษ์

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นใช้เวลาสั้นมาก ในขณะนี้เจ้างูปะทะกับคลื่นกระแทกของระฆังและพ่นควันสีดำออกมาอีกครั้ง จ้าวปิศาจหกปรารถนาร้องตะโกน “ไป!”

กระบี่ดำเคลื่อนไหวทันที มันตวัดลงบนเจ้างูจนเกิดอาการเจ็บปวด เจ้างูกระชากหัวของมันและส่งกระบี่เหินกลับออกไป ซึ่งทำให้เทียนจูด้านข้างจ้าวปิศาจเลือดกลบปากและจมูกทันที ร่างกายเขาอ่อนแอมาและความสับสนในดวงตาลึกๆ

จักรพรรดิโบราณเปลี่ยนฝ่ามือขวาทำให้ระฆังส่งเสียงเร็วขึ้น คลื่นกระแทกถูกสร้างขึ้นทีละชั้นและส่งเข้าหาอสูรเดียวดาย

เมื่อเจ้างูกระแทกกับกระบี่เหินอีกครั้ง มันก็ถูกคลื่นที่สร้างจากระฆังปะทะทันที ร่างกายสั่นกระตุกขณะที่มันเผยสายตากระหายเลือดออกมาและอ้าปากขึ้น ปากของมันสามารถกลืนภูเขาเล็กได้ทั้งลูก ทันใดนั้นร่างอันน่ากลัวร่างหนึ่งลอยออกมา ใบหน้าจักรพรรดิโบราณเปลี่ยนไปและระฆังหายวับอย่างรวดเร็ว

สัมผัสวิญญาณของหวังหลินจับจ้องไปที่อสูรงูตลอดเวลา เมื่อมันอ้าปากหวังหลินเห็นร่างงูตัวเล็กร่างหนึ่งลอยออกมา มันกัดระฆังและกลืนทันที

ดวงตาของเมิ่งหลังค่อมสว่างขึ้นขณะที่เขาจ้องอสูรคล้ายงูจากเสาหินไกลๆ พลันเลียริมฝีปากและพร้อมจะพุ่งเข้าใส่ แต่เจ้าอสูรตัวใหญ่ปิดปากมันไปแล้ว

ท่าทางที่ผิดปกติของเมิ่งหลังค่อมถูกหวังหลินสังเกตเห็น เขาระมัดระวังทุกคนในตอนนี้โดยเฉพาะคนที่ใช้พิษเป็นพิเศษ

ขณะเดียวกันสายตาของจ้าวปิศาจหกปรารถนาหันไปทางเทียนจูด้านข้างอีกครั้ง เขาชี้ไปที่ศีรษะชายหนุ่มและตะโกนขึ้น “โทสะ!”

ควันสีม่วงแดงออกมาจากทั้งจมูกและปากของเทียนจูเปลี่ยนเป็นรูปทรงกระบี่อีกเล่มลอยอยู่ด้านหน้าจ้าวปิศาจหกปรารถนา

ใบหน้าตวนมู่จวี่มืดหม่นขณะที่เขามองตรงไปหวังฉิงเย่ ทั้งสองดูเหมือนจะเข้าใจกันและกันขณะที่กระโดดไปบนร่างงูยักษ์อย่างรวดเร็วพลันนำสมบัติวิเศษของตัวเองออกมาและเริ่มโจมตี

ตวนมู่จวี่ไม่ได้ใช้น้ำเต้าแต่ใช้ค้อนขนาดใหญ่แทน ทุกครั้งที่เขายกค้อนจะปรากฎบอลสายฟ้าหลายก้อนถูกสร้างค้อนและกระแทกไปพร้อมกัน

หวังฉิงเย่ไม่ได้ใช้สมบัติวิเศษใด เขาผนึกขึ้นบนฝ่ามือ คำพูดโบราณคำว่า โลหะ พฤกษา วารี อัคคี และปฐพีปรากฎขึ้น ทั้งหมดสร้างเป็นค่ายกลเบญจธาตุกระแทกลงบนร่างงูยักษ์

จิตใจหวังหลินสั่นสะท้าน วิชาที่ทั้งห้าคนเรียกใช้ต่างมีพลังอำนาจเกินจินตนาการ พวกเขาไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาเปรียบได้ คนที่เขาจับตามากที่สุดคือวิชาของจ้าวปิศาจหกปรารถนา วิชานี้จำเป็นต้องใช้เครื่องสังเวยและเทียนจูเป็นเป้าหมายที่โชคร้ายคนนั้น

อสูรงูยักษ์รู้สึกเจ็บปวด มันร้องคำรามและสะบัดร่างบิดงออย่างบ้าคลั่ง พายุเริ่มสร้างรอบร่างของมันและเสาหินรอบๆเริ่มถูกถึงเข้าไปหาร่างงูยักษ์

หลังจากพายุยักษ์ปรากฎ ตวนมู่จวี่และหวังฉิงเย่เป็นกลุ่มแรกที่พุ่งกลับไป ทั้งสองมีใบหน้ามืดมนขณะที่จักรพรรดิโบราณมีใบหน้าน่ากลัวเมื่อการเชื่อมต่อระหว่างเขาและสมบัติวิเศษหายไป

พายุขยายขนาดขึ้นและใหญ่ขึ้น พลังดึงดูดของมันบังคับให้ทุกคนรีบย้อนกลับอย่างรวดเร็ว

กระบี่สีม่วงแดงด้านหน้าจ้าวปิศาจหกปรารถนาปลดปล่อยแสงชั่วร้ายก่อนจะพุ่งไปข้างหน้า กระบี่สีดำที่ถูกกระแทกออกพลันได้ปรากฎตัวอีกครั้ง กระบี่แต่ละอันแทงเข้าไปบนดวงตาแต่ละข้างของเจ้างูยักษ์

ขณะที่กระบี่สัมผัสกับดวงตาของมันพลันกลับเป็นควันและเจาะเข้าไป

ทันใดนั้นร่างเจ้างูยักษ์หยุดกึกชั่วขณะพร้อมกับร้องโหยหวนอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของมันแดงฉานขณะที่ควันสองสายไหลออกมา หนึ่งเป็นสีม่วงแดงอีกหนึ่งเป็นสีดำถูกบังคับให้ออกจากดวงตา มันอ้าปากอีกครั้งและงูตัวเล็กลอยออกมากลืนควันสีดำสองสายนั้น

ขณะนั้นเองประกายความหนาวเย็นแล่นผ่านดวงตาหวังหลิน นี่เป็นช่วงเวลาที่เขารอคอยพร้อมกับกระโดดออกมาอย่างรวดเร็วโดยยืมพลังการดูดของพายุเข้าไปในปากเจ้างูยักษ์

ขณะเดียวกันแสงสีเขียวกระพริบวาบ เปลี่ยนเป็นเมิ่งหลังค่อมที่จดจ้องด้วยสายตาเยือกเย็นจากที่ห่างไกลด้วยความคิดเดียวกัน เมิ่งหลังค่อมตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อเห็นหวังหลินก่อนจะส่งรอยยิ้มชื่นชมออกมา

ทว่ารอยยิ้มจางๆนั้นดูเหมือนจะแฝงไปด้วยความอำมหิต

เมิ่งหลังค่อมเหาะผ่านหวังหลินไป เป้าหมายของเขาคืองูอีกตัวหนึ่งในปากเจ้างูยักษ์ หวังหลินเห็นสิ่งนี้และเปลี่ยนทิศทางทันที เขาตามลำคอและเข้าไปส่วนลึกขึ้น เป้าหมายของเขาคือกระดูกสันหลังของมัน

คราที่ลี่มู่หวานพูดถึงเรื่องสิ่งมีชีวิตเช่นมังกร ส่วนที่มีคุณค่ามากที่สุดไม่ใช่แกนพลังแต่เป็นไขกระดูก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมหวังหลินถึงเสี่ยงเข้าไปตำแหน่งที่ไขกระดูกอยู่

เมื่อเขาเห็นสิ่งมีชีวิตคล้ายงูตัวนี้ เขาจึงลอบสังเกตมันอย่างลับๆ ลี่มู่หวานพูดว่าประสิทธิภาพของไขกระดูกขึ้นอยู่กับอายุมังกร หากมังกรมีอายุผ่านไปถึงระดับหนึ่งมันจะช่วยเพิ่มโอกาสการสร้างวิญญาณเซียนได้

แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตตัวนี้จะถูกนับว่าเป็นมังกรหรือไม่ มันก็ควรจะเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน หากเขาได้ไขกระดูกมันอย่างน้อยมันก็พอมีประสิทธิภาพอยู่บ้าง

นี่เป็นเหตุผลที่เขาเข้ามาในปากของมันเมื่อมันอ้าปากครั้งที่สอง เขาทั้งยังรู้ว่าเมิ่งหลังค่อมจะเข้ามาด้วยเช่นกัน ดังนั้นเมื่อมันเปิดปากครั้งแรกจึงเห็นท่าทางของเมิ่งหลังค่อมเปลี่ยนไป

จึงทำให้เขามุ่งมั่นที่จะทำเช่นนี้มากขึ้น คราแรกเขากลัวว่าคนอื่นจะสงสัยเขาหลังจากได้รับไขกระดูกกลับไป แต่ตอนนี้เมิ่งหลังค่อมอยู่ที่นี่เช่นนั้นหากไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับเจ้าตัวนี้ ก็คงต้องด่าเมิ่งหลังค่อมเสียแทน

เมื่อทั้งสองเลือกเส้นทางแตกต่างกันสองเส้นจึงไม่มีโอกาสขัดขวางกันและกัน เมิ่งหลังค่อมไม่อาจรู้ได้ว่าหวังหลินกำลังทำอะไรดังนั้นจึงไม่มีปัญหาใด

และหากมีปัญหา คงไม่ผิดอะไรต่อเขา นอกจากนี้คนพวกนั้นไม่ได้มาที่นี่เพื่อไขกระดูกอสูรตัวนี้แต่มาเพื่อซากศพเทพโบราณ

หวังหลินใช้กระบี่ผลึกขณะที่เคลื่อนไหวภายในเจ้างูยักษ์แต่เขาไม่อาจสร้างแผลใดๆให้มันได้

ยิ่งหวังหลินเข้าไปในร่างมันลึกขึ้นก็ยิ่งรู้สึกหนักใจ นอกจากงูตัวเล็กในร่างของมันก็ไม่มีอะไรอื่นอีกนอกจากผนังเนื้อสีดำรอบด้านเขา

หวังหลินควบคุมกระบี่เหินและตัดผ่านเนื้อด้วยกำลังทั้งหมดแต่ไม่อาจทิ้งรอยแผลไว้ได้ กระดูกสันหลังของมันอยู่ภายใต้ชิ้นเนื้อนี้แต่การที่ไม่สามารถทำอันตรายมันได้ทำให้หวังหลินขมวดคิ้ว

ดวงตาหวังหลินเป็นประกายขณะที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแตกต่างกันหลายจุด เวลานี้เป้าหมายของเขาเป็นตำแหน่งที่หัวและคอของมันเชื่อมต่อกันอยู่

ขณะเดียวกันงูตัวเล็กข้างในเริ่มสั่นสะท้านและปลดปล่อยควันสีดำออกมา หวังหลินหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็วและพุ่งตรงเข้าหาส่วนหัวของงู

ไม่นานนักเมื่อเขามาถึง มีเส้นใยสีแดงกระพริบตรงจุดที่หัวและลำคอเชื่อมกัน หวังหลินสูดหายใจลึกและกระตุ้นพลังปราณทั้งหมดในร่าง เขาแตะกระเป๋าพลันกระบี่เหินหลายร้อยเล่มปรากฎขึ้นทันที สัมผัสวิญญาณของเขากระจายออกมาควบคุมทั้งหมดไว้ ปลายกระบี่ทั้งหมดชี้ไปที่เส้นใยสีแดงและโจมตีมันอย่างดุเดือด

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: