Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน ตอนที่ 19 ผ่านประตู

ตอนที่ 19 ผ่านประตู

เมื่ออาจารย์ซุนเห็นน้ำเต้าพวกนี้เขาก็ไม่สามารถควบคุมความโกรธของตัวเองได้ไม่ว่าจะมองยังไงมันก็ดูธรรมดาแม้ว่ามันจะกลวงออกและเต็มไปด้วยน้ำแร่ธรรมชาติได้ค้นพบจากศิษย์ของเขาจึงหัวเราะออกมา

หวังหลินหัวเราะเยาะภายในใจแต่ใบหน้าเขาดูไร้เดียงสาก่อนจะพูดขึ้นข้าไม่รู้ว่าพลังปราณคืออะไรข้าแค่ได้ยินว่าท่านจะให้หินวิญญาณถ้าข้านำน้ำเต้ามาให้สักชิ้นท่านพอจะอธิบายได้หรือไม่ว่าพลังปราณที่ท่านหมายถึงคืออะไร?”

อาจารย์ซุนรู้สึกวิงเวียนเขามองไปที่หวังหลินเป็นเวลานานและเริ่มสงสัยว่าจะมีน้ำเต้าอื่นๆเป็นแบบน้ำเต้าพลังปราณนั้นหรือไม่หรือมีเพียงแค่อันเดียวที่เด็กโง่นี้บังเอิญได้มา

เขาคิดสักครู่และก็ตระหนักว่าหวังหลินพูดมีเหตุผลต้องถึงขั้นแรกก่อนถึงสามารถรับรู้พลังปราณรอบด้านได้หลังคิดได้เช่นนี้เขาก็รู้สึกเสียใจที่ใส่สมุนไพรยับยั้งพลังปราณในอาหารของหวังหลินหวังหลินเองก็ไม่ได้มีพรสวรรค์มากมายอะไรการไปถึงขั้นแรกนั้นจริงยากยิ่งกว่ายากแม้จะฝึกถึงสามสิบห้าสิบปีอาจารย์ซุนรู้สึกท้อแท้และถอนหายใจแต่ยังไม่ยอมแพ้เขาลังเลสักพักและเอาหินวิญญาณระดับต้ำออกมาให้หวังหลินเอาไปสิตามคำสัญญาใช้หินวิญญาณนี้ฝึกฝนให้ถึงขั้นแรกเร็วที่สุดเท่าที่เจ้าทำได้หวังหลินรีบรับมันมาพร้อมขอบคุณและกลับไปที่ห้องของเขาด้วยความยินดีอาจารย์ซุนยังคงยืนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานก่อนจะถอนหายใจและพึมพำกับตัวเองนี่เป็นเพียงหนทางเดียวที่จะได้เห็นว่าเขาโกหกข้าอยู่หรือไม่วิชาค้นหาวิญญาณเป็นทักษะเซียนพื้นฐานถ้าใช้กับคนธรรมดามันมีอาจจะมีโอกาสทำให้จิตวิญญาณแตกเป็นเสี่ยงๆได้อย่างดีที่สุดแค่สมองเสื่อม
แต่นี่เป็นเพียงข้อเสียเล็กน้อยสำหรับคนที่ยังไม่เข้าถึงระดับฝึกตนขั้นแรกถ้าใช้กับคนธรรมดานั่นจะทำให้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ถ้าเป้าหมายเป็นซิวเซียนผลกระทบจะไม่มากขนาดนั้นอย่า
ตามตลอดชีวิตสามารถโดนได้แค่สามครั้งและผู้ใช้จะสูญเสียระดับฝึกตนไปหนึ่งระดับ
หวังหลินนั่งขัดสมาธิภายในห้องตัวเองไม่ว่าเขาจะสังเกตหินก้อนนี้ยังไงมันก็ดูไม่พิเศษไปกว่านั้นอย่างไรก็ตามเมื่อเขาถือมันไว้ในมือความรู้สึกภายในใจก็ชัดเจนขึ้นเขาเริ่มต้นการฝึกฝนทันทีคืนหนึ่งได้ผ่านเข้ามาหวังหลินถอนหายใจเขายังคงไม่รู้สึกถึงมดกัดตามร่างกายเลยไม่มีสัญญาณบ่งบอกถึงพลังปราณในร่างตัวเองเขายิ้มอย่างขมขื่นขณะนั้นมีใครคนหนึ่งได้ผลักประตูเปิดขึ้นซุนต้าซื่อเดินเข้ามาด้วยสีหน้าทะมึนถือถ้วยข้างในเป็นของเหลวสีดำดื่มมันซะ!”หวังหลินตกตะลึงและมองอย่างระมัดระวังเขายังไม่ได้รับจานไปและถามว่าท่านอาจารย์สิ่งนี้คืออะไร?”อาจารย์ซุนเห็นการแสดงออกของหวังหลินจึงกลายเป็นโกรธเกรี้ยวเขาตะโกนเจ้าคิดจริงรึว่าข้าจะทำอันตรายเจ้า? ถ้าสิ่งนี้ไม่ได้ช่วยเจ้าเข้าถึงขั้นรวบรวมปราณระดับแรกเจ้าคิดรึว่าเจ้าจะใช้เวลาทั้งคืนและเสียสมุนไพรไปมากมายเพื่อปรุงยานี้ขึ้นมา?”

หวังหลินลังเลและเห็นซุนต้าซื่อมองอย่างดูถูกเขาหยิบถ้วยมาและกลืนน้ำลายไปอึกนึงหลังจากเขาดื่มมันจนหมดจึงรู้สึกถึงความรู้สึกร้อนแรงผ่านเข้ามาในท้องตัวเองมันกระจายไปทั่วทั้งร่างกายทำให้เขารู้สึกกระหายน้ำนี่ราวกับเขาเขากำลังถูกอบอยู่ในไฟร้อนๆ   วิสัยทัศน์ของเขามืดลงหวังหลินปล่อยจานตกลงบนพื้นและรู้สึกว่าเขามึนหัวและเริ่มง่วงขึ้นมารีบฝึกควบคุมการหายใจเข้าข้าจะช่วยเจ้าดูดซึมเองซุนต้าซื่อวางแขนตัวเองบนไหล่หวังหลินอย่างไม่เต็มใจความรู้สึกเย็นยะเยียบแล่นผ่านเข้าหัวเขาทำให้จิตใจชัดเจนขึ้นเขารีบเร่งฝึกเทคนิคการหายใจในทันทีซุนต้าซื่อมองอย่างเศร้าศร้อยไปที่ถ้วยบนพื้นเขาพึมพำกับตัวเองไม่กี่คำจากนั้นหยิบเอาหินวิญญาณระดับต่ำวางไว้รอบตัวหวังหลินเด็กน้อยเวลานี้ข้าลงทุนกับเจ้าไปมากในอนาคตเจ้าควรจะจ่ายคืนข้าทั้งหมดนี่หล่ะหลังจากนั้นไม่นานความรู้สึกราวกับมดกำลังไต่ตามร่างกายหวังก็รู้สึกได้ซุนต้าซื่อได้ช่วยให้ร่างกายหวังหลินควบแน่นพลังปราณจากตัวยาใบหน้ายินดีปรากฎขึ้นบนหวังหลิน

เพียงชั่วขณะกลิ่นปราณเหม็นหึ่งได้ปรากฎบนร่างหวังหลินและสลายไปอย่างรวดเร็วจากการควบแน่นพลังปราณใบหน้าซุนต้าซื่อเปลี่ยนเป็นขมขื่นเขารู้ต้นกำเนิดกลิ่นนี้ดีมันเป็นหญ้าพลังปราณบดละเอียดที่หวังหลินกินไปเมื่อวานนอกจากนั้นก็มาตากพลังปราณของยาที่เขาพึ่งใช้ไปตอนนี้ไม่มีปราณควบแน่นบนร่างหวังหลินแล้ว

ซุนต้าซื่อถอนหายใจเขาจ้องหวังหลินด้วยความรู้สึกผสมปนเปหวังหลินเปิดเปลือกตาของตัวเองร่างกายรู้สึกเบาและสะดวกสบายเรื่องนี้ต้องขอบคุณอาจารย์ซุนเขาสังเกตใบหน้าอันขมขื่นของอาจารย์ได้แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาหวังหลินตื่นตระหนกเขาไม่รู้ว่าจทำอะไรต่อไปกับซุนต้าซื่อหวังหลินเดินออกมาและตะโกนขึ้นท่านอาจารย์ศิษย์จะออกไปที่แหล่งน้ำแร่ธรรมชาติเผื่อว่าวันนี้จะโชคดีขึ้นมาบ้าง!”

ซุนต้าซื่อไม่ได้พูดแต่ประตูทางเข้าสวนเปิดออกอย่างเงียบเชียบเมื่อหวังหลินเดินออกมาผู้อาวุโสซุนยังคงติดตามเขาไม่ห่างไม่เต็มใจจะยอมแพ้ตอนนี้หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วระหว่างนั้นหวังหลินได้ไปที่แหล่งน้ำแร่ธรรมชาติเพื่อฝึกฝนทุกวันและผู้อาวุโสซุนก็ติดตามเขาไปทุกวันเช่นกันเขาเริ่มจะมีความผิดหวังวันแล้ววันเล่าตลอดทั้งเดือนเขาได้ให้ยาหวังหลินทุกวันเพื่อช่วยให้เขาควบแน่นลมปราณแต่ทั้งหมดกลับพบแต่ความผิดหวังอารมณ์ของผู้อาวุโสซุนกลายเป็นแย่ลงและแย่ลงมากขึ้นสิ่งสำคัญที่สุดที่ซุนต้าซื่อสังเกตได้คือพลังปราณในน้ำเต้าได้สูญเสียไปอย่างช้าๆหลังหนึ่งเดือนได้ผ่านไปน้ำแร่ที่เติมในน้ำเต้าได้กลายเป็นน้ำแร่ตามปกติในที่สุดน้ำเต้าก็กลายเป็นน้ำเต้าปกติซุนต้าซื่อรู้สึกหมดหวังหลังจากวิเคราะห์มันแล้วเขาจึงได้แต่เดาว่านี่เป็นเพียงน้ำเต้าธรรมดาแต่ด้วยเหตุผลสักอย่างจึงได้มีพลังปราณเจ้าเด็กคนนี้ต้องสะดุดกับความโชคดีจริงๆที่ได้เจอน้ำเต้าเปลี่ยนไปแบบนี้ซึ่งมีโอกาสต่ำมากเขามั่นใจและยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าเขาคิดถูกหัวใจเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวเดือนนี้เขาไม่ได้ทำอะไรอื่นนอกจากแอบติดตามหวังหลินและปรุงยาให้เขาตอนนี้ความพยายามทั้งหมดเป็นเรื่องเสียเปล่าเขาเรียกหวังหลินเข้ามาตำหนิและโบกแขนครานึงโยนหวังหลินออกจากลานทุกๆครั้งที่เขาเห็นหวังหลินอารมณ์เขาจะเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธตอนนี้เขาถอนสายตาและหลุดจากความคิดจากนั้นเขาลืมไปว่านี่เป็นศิษย์ของเขาเองพอคิดได้เช่นนั้นกระทั่งหวังหลินที่ใช้สมุนไพรทั้งเดือนมันอาจจะใช้เวลา 8 ถึง 10 ปีเพื่อเข้าสู่ขั้นแรกระดับรวบรวมลมปราณเว้นแต่เขาจะปรุงสมุนไพรให้เขาเพิ่มขึ้น 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: