Xian Ni ฝืนลิขิตฟ้า ข้าขอเป็นเซียน ตอนที่ 2 เซียน

ตอนที่ 2 เซียน

 

Keepwalk : ตรวจคำผิด

 

รถเกวียนได้แล่นไปตามถนน ร่างของหวังหลินกระแทกขึ้นลงตลอดทาง เขากุมมือและคิดถึงความหวังของพ่อแม่ ตอนนี้เขาได้ออกจากหมู่บ้านที่เขาอยู่มาถึงสิบห้าปี เป้าหมายของการเดินทางอยู่ห่างไปอีกไกล หวังหลินได้นอนหลับอย่างสงบจนกระทั่งเขาถูกปลุกอย่างอ่อนโยน เมื่อลืมตาขึ้นก็พบกับอาสี่ที่ยิ้มให้และมองลงมาอย่างเอ็นดู

 

“จากบ้านมาครั้งแรกรู้สึกเป็นไงบ้าง”

 

หวังหลินพบว่ารถม้าได้หยุดลงแล้ว “ผมไม่มีเวลาคิดเรื่องนั้น ตอนนี้ผมกังวลว่าพวกเซียนจะรับผมเข้าโรงเรียนเหิ่งยั่วหรือเปล่า”

 

อาสี่หัวเราะและตบบ่าของไท้จูพร้อมพูดขึ้น “เอาน่า อย่ากังวลนักเลยนี่คือบ้านของอาเอง ลงมานอนหลับข้างล่างเถอะเดี๋ยวตอนเช้าจะพาไปต่อ”

 

หลังจากลงรถแล้วหวังหลินพบว่าตัวเองอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง เขาเดินไปในบ้านพร้อมอาสี่ เมื่อนอนบนเตียง หวังหลินรู้สึกนอนไม่หลับทั้งยังคิดถึงหมู่บ้าน คิดถึงครอบครัวและกังวลใจเกื่ยวกับการสอบเป็นเซียน

            

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พระอาทิตย์กำลังขึ้นแล้ว หวังหลินไม่ได้นอนทั้งคืนแต่มีจิตใจเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

 

เขาได้ตามอาสี่ของเขาไปที่บ้านตระกูลหวัง เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ อาสี่ของเขาเดินอยู่ข้างๆพร้อมพูดว่า “ไท้จูเจ้าต้องพยายามให้มาก อย่าปล่อยให้ลูกพี่ลูกน้องเจ้ามีโอกาสแกล้งเจ้าหละ”

 

หวังหลินถึงแม้ว่าจะกังวลแต่ก็ตอบรับคำพูดของอา จากนั้นอาสี่ก็พาเขาเข้ามาที่กลางบ้าน

 

เขาได้พบกับลุงคนหนึ่งพูดออกมาว่า”ไท้จูอีกไม่นานท่านเซียนจะมาแล้วอย่าสร้างปัญหาหละ ทำตัวดีๆเหมือนพี่ของแก หวังโจว”เขาพูดอย่างใส่อารมณ์

 

หวังหลิน(ไท้จู)ยังคงเงียบ และมองไปรอบๆสังเกตเห็นหวังโจวและเด็กผู้ชายหน้าตาฉลาดเฉลียวผิวคล้ำยืนอยู่ข้างๆ เด็กคนนั้นเห็นไท้จูมองมา “นายน่ะหรือลูกของลุงสอง ข้าชื่อหวังเฮ่า”

 

หวังหลินได้ยินดังนั้นก็หัวเราะและพยักหน้าทำให้ชายแก่ไม่พอใจเล็กน้อยที่ไท้จูไม่สนใจคำพูดของเขาและกำลังจะเริ่มบ่น

 

ทันใดนั้นท้องฟ้าก็แยกออก ดาบที่ราวกับสร้างจากแสงสว่างได้ผ่าลงมาส่งเสียงกึกก้องเสมือนฟ้าผ่า หลังจากแสงจางลง ชายหนุ่มชุดสีขาวยืนอยู่อย่างสง่างามดวงตาเขาสดใสและเฉียบคม เขาได้มองไปที่เด็กทั้งสามโดยเฉพาะเด็กผิวคล้ำที่มีของอยู่ในกระเป๋าเสื้อ จากนั้นเขาก็ถามด้วยเสียงเยียบเย็น “เด็กพวกนี้จากตระกูลหวัง?”

 

“คนนี้ใช่เซียนอย่างนั้น?” เด็กๆต่างมองชายหนุ่มชุดขาวด้วยหัวใจที่เต้นแรง พวกเขาตะลึงไปพักนึงและแสดงความเคารพชายหนุ่ม แต่อย่างไรก็ตามหวังโจวไม่ค่อยให้ความสนใจและถอนหายใจออกมา พ่อของหวังโจวได้เดินออกมากล่าวขึ้นว่า “นี่คือเด็กที่ถูกเลือกสามคนจากตระกูลหวังขอรับ”

 

ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย “คนไหนคือหวังโจว”

 

ชายแก่ยิ้มและรีบดึงตัวหวังโจวออกมาแนะนำ “ท่านเซียนนี้คือลูกของข้า หวังโจว”

 

ชายหนุ่มมองไปที่หวังโจวและพยักหน้า”อืมม หวังโจวมีความสามารถมากทีเดียว เหมาะสมกับเส้นทางการเป็นเซียนไม่แปลกเลยที่อาจารย์จะชื่นชอบเขา”

 

หวังโจวมองไท้จูอย่างหยิ่งยโสและพูดว่า “เป็นธรรมดาน่ะครับ คนที่จะเป็นเซียนได้ต้องมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง”

 

ชายหนุ่มชุดขาวได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มให้และคลายแขนเสื้อออก พาเด็กสามคนบินไปกับสายรุ้ง อาสี่มองไปบนท้องฟ้ากล่าวว่า “ไท้จูอาเชื่อว่าหลานทำได้”

 

หวังหลินรู้สึกว่าร่างของเขาเบาลงและมีลมแรงปะทะใบหน้าของเขา

 

หวังหลินพบว่าตัวเองถูกหนีบอยู่ที่รักแร้ของชายชุดขาวที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ขณะที่ผ่านท้องฟ้าไปจนหมู่บ้านเล็กลงเรื่อยๆ ทันใดนั้นเขารู้สึกแสบตาและน้ำตาคลอเบ้า ชายชุดขาวเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้น “ถ้าพวกนายสามคนไม่อยากตาบอดก็ปิดตาซะ”

 

หวังหลินได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจรีบปิดตาลงและไม่กล้าลืมขึ้นอีก ในใจเขาต้องการที่จะเป็นเซียนอย่างแท้จริง ในเวลาไม่นานนักชายชุดขาวก็ช้าลงและลงจอด ปล่อยเด็กทั้งสามลงกับพื้น

 

หลังจากที่หวังหลินลุกขึ้น เขาก็ได้พบกับภาพที่ราวกับเห็นสวรรค์ก็มิปาน ภูเขาดอกไม้ แม่น้ำ เป็นทิวทัศน์ที่แสนงดงาม เบื้องหน้าเขามีภูเขาสูงปกคลุมด้วยก้อนเมฆและเต็มไปด้วยสสรพเสียงของสัตว์นานาชนิด ราวกับนี่เป็นเพียงภาพวาด

 

หวังหลินรู้สึกดื่มด่ำไปกับภาพที่สวยงามเหล่านั้นของโลกใหม่แห่งนี้ เขามองขึ้นไปบนยอดเขาเห็นอาคารใหญ่มีสายรุ้งพาดผ่านให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่และลึกลับ ด้านข้างอาคารมีทางหินสีเงินเชื่อมไปยังยอดเขาต่างๆ

 

บรรยากาศรอบๆโรงเรียนเหิ่งยั่วนั้นมหัศจรรย์ เหิ่งยั่วเป็นโรงเรียนโบราณและเต็มไปด้วยนักเรียนที่มีความสามารถเป็นเวลากว่าห้าร้อยปีมาแล้ว ครั้งหนึ่งเคยมีอิทธิพลขนาดควบคุมโลกได้ทั้งใบและเต็มไปด้วยสาขาต่างๆ แต่มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นทำให้ถูกบีบอยู่แต่ในพื้นที่เล็กๆแห่งนี้

 

อย่างไรก็ตาม เหิ่งยั่วยังเป็นโรงเรียนที่ทุกคนยากจะเข้าใจและมีเนื้อที่กว้างขวางหลายพันไมล์

 

“น้องเซียง สามคนนี้คือคนจากตระกูลหวังใช่ไหม” ชายวัยกลางคนซึ่งแต่งกายชุดดำลอยลงมา ชายหนุ่มชุดขาวแสดงความเคารพก่อนจะกล่าวขึ้น

 

“ใช่ครับ” ชายวัยกลางคนได้แต่มองไปที่พวกเขาทั้งสามโดยเฉพาะหวังโจว

 

“อาจารย์รู้ว่าการฝึกของเจ้าอยู่ในช่วงสำคัญ ไปฝึกฝนต่อเถอะเดียวข้าจะทดสอบพวกนี้เอง” ชายหนุ่มชุดขาวรับทราบและเดินจากไป

 

หวังหลินจ้องมองอย่างตื่นเต้นและรู้สึกว่ามีคนสะกิดเขา หวังเฮ่านั่นเอง”นี่คือพวกเซียนสินะ เจ๋งเป็นบ้า อยากให้พวกเขาเลือกข้าไวๆจัง”เขาพูดพร้อมแตะวัตถุในกระเป๋าเสื้อเบาๆ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: เนื้อหาถูกป้องกัน!!
%d bloggers like this: