ตอนที่ 83 ชิงลำต้น (4)

Keepwalk แปล

ม่านป้องกันหลากสีหลายชั้นจำนวนนับไม่ถ้วนโดนระเบิดจนแตกอย่างรวดเร็วราวกับโดนมีดแหลมทะลุผ่ากระดาษ

ส่วนหวังหลิน เนื่องจากเขาอยู่ไกลมากและเถิงลี่เป็นเป้าหมายหลักของผีดิบ คลื่นกระแทกจึงไม่มีผลมากนักสำหรับเขา ตอนที่คลื่นพวกนั้นมาถึง เขาหยิบเศษหยกออกมาและโยนไปด้านหน้า เศษหยกแตกลงและปลดปล่อยควันสีเหลืองล้อมรอบหวังหลิน

สายตาเขามองทะลุผ่านควันสีเหลืองและจับตาไปที่เถิงลี่

คลื่นกระแทกที่ระเบิดขึ้นได้เริ่มอ่อนแอลงแต่การป้องกันส่วนใหญ่ทั้งหมดของเถิงลี่แตกหัก เมื่อการป้องกันชั้นสุดท้ายแตกลง เถิงลี่ชี้นิ้วไปที่ผีดิบ สั่งการให้ดาบใหญ่หยุดการโจมตีของมัน เวลาเดียวกันเถิงลี่ก็ถอยร่นไปห้าสิบเมตร

เขากลัวลึกๆในผีดิบตัวนี้ทันที หากความจริงเขาไม่มีสมบัติหลายชิ้นก็คงตายเรียบร้อยแล้ว

พูดได้ว่าแม้พลังระเบิดของแกนสีเขียวผีดิบนี้ไม่ได้รุนแรงเท่ากับแกนระเบิดปกติ มันยังคงทำให้เถิงลี่ที่อยู่ระดับสร้างลำต้นขั้นปลายใช้สมบัติเซียนหลายชิ้นและยากจะอดทน

เขาขวัญหายว่าผีดิบตัวนั้นอาจจะหยิบแกนสีเขียวออกมาอีกชิ้นได้ เถิงลี่หมดแรงกระตุ้นในการสังหารหวังหลินเรียบร้อยและเหลือเพียงต้องการจะหนีจากที่นี่

หวังหลินจ้องมองเถิงลี่เสมอ เขายิ้มบางขณะที่สายตาเย็นเฉียบ ยกแขนขวาขึ้น วางสองนิ้วเข้าหากันจากนั้นผลักออกไปด้านหน้า

ทันใดนั้น แสงสีเขียวกระพริบวาบและเถิงลี่รู้สึกถึงความเจ็บปวดด้านหลังขณะที่กำลังถอย เขาตื่นตระหนกโดยไม่ได้มองย้อนกลับมา

หวังหลินขมวดคิ้ว ชุดเกราะของเถิงลี่ส่วนใหญ่แตกหักทั้งกระบี่ของเขาที่แทงทะลุเข้าไปยังหยุดไว้ได้ สายตาหวังหลินหรี่เล็ก เขากัดลิ้นและพ่นเลือดออกมาจากปาก กระบี่เขียวปรากฎในเลือดนั้นและส่งเสียงหึ่ง ก่อนจะพุ่งทะยานอย่างรวดเร็วไปหาเถิงลี่

ขณะที่อยู่บนอากาศ ทันใดนั้นกระบี่เขียวได้เคลื่อนย้ายระยะไกลและแทงเข้าไปที่หลังเถิงลี่ ทันใดนั้นเถิงลี่หันศีรษะกลับมา สายตาที่เปื้อนเลือดและเผยแววตาดูถูก เศษหยกสองสามชิ้นลอยออกมาจากระเป๋า สร้างเป็นม่านพลังป้องกันขึ้น

ในเวลาเดียวกันเขายกมือซ้ายและชี้ไปที่หวังหลิน ทันใดนั้นดาบใหญ่หยุดกึกและฟันเข้าหาหวังหลิน ขณะเดียวกันบอลอัสนีที่ปล่อยออกมาก็กระแทกเข้าหาผีดิบ

เขากำลังพนัน พนันว่ากระบี่ของหวังหลินจะแทงเขาก่อนหรือดาบใหญ่จะหั่นหวังหลินออกเป็นสองส่วน หากหวังหลินหนีโดยใช้เคลื่อนย้ายระยะไกล เมื่อนั้นเขาก็คงสูญเสียการควบคุมกระบี่และมีเวลาให้เถิงลี่หนี ควันได้หายไปเกือบหมดแล้ว ดังนั้นหากเขายังอยู่แถวนี้อีกต่อไปก็คงขุดหลุมฝังตัวเอง

ซือถูหนานร้องลั่น “บ้า! เจ้ามันบ้า!” โดยไม่รอหวังหลิน ซือถูหนานตัดสินใจเคลื่อนที่ระยะไกลให้ ลำแสงสีน้ำเงินปรากฎขึ้น หวังหลินตะโกน “ยังไม่ถึงเวลา! หยุดก่อน!”

ใบหน้าเขาเผยความโหดร้าย โดยไม่มองไปที่ดาบใหญ่ เขาควบคุมกระบี่เล็กเพื่อหลบหลีกม่านพลังป้องกันพวกนั้นและปรากฎตัวด้านหลังเถิงลี่

เถิงลี่ตื่นตระหนก ดาบใหญ่ห่างศีรษะหวังหลินเพียงครึ่งเมตร กระแสเลือดไหลนองจากหน้าผากหวังหลิน หวังหลินไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าขณะที่ยิ้มขึ้น “ตาย!”

กระบี่สีเขียวกระพริบวาบ มันพุ่งตรงเข้าหาเสื้อเกราะตามรอยเลือดบนร่างเถิงลี่

ในเวลาเดียวกันซือถูหนานก็ใช้เคลื่อนที่ระยะไกล ลำแสงสีฟ้ากระพริบวาบขณะที่ร่างหวังหลินหายไปใต้ดาบใหญ่และปรากฎตัวด้านหลังเถิงลี่ที่เปื้อนเลือด

ดาบใหญ่กระแทกลงสร้างรอยแยกลึกบนพื้น

หวังหลินไม่ใส่ใจเลือดบนหน้าผากตัวเอง คุกเข่าลงและวางมือบนร่างเถิงลี่ ซือถูหนานรู้ว่าหวังหลินกำลังคิดอะไร ทันใดนั้นลูกปัดฝืนลิขิตฟ้าสว่างขึ้นและกระแสพลังงานไหลจากลูกปัดเข้าสู่เถิงลี่ ร่างเถิงลี่ถูกแช่แข็งราวกับน้ำแข็งแกะสลักที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ใช้เวลาเดียวครู่เดียว มันเร็วถึงขนาดที่ว่าผีดิบยังไม่อาจเข้าได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อมันเห็นว่าเถิงลี่ถูกแช่แข็ง มันก็มองหวังหลินอย่างรอบคอบ

บอลอัสนีที่พุ่งเข้าหาผีดิบได้กระจายหายไป แม้แต่ดาบใหญ่ก็หดลงกลายเป็นกระบี่เงินเรียวเล็กและตกลงบนรอยแยกบนพื้น

หวังหลินจับรูปปั้นแกะสลักน้ำแข็งและถอยหนีอย่างช้าๆ ขณะที่ชี้กระบี่เขียวไปที่ผีดิบด้วย

ผีดิบตัวนั้นได้จ้องไปที่หวังหลินและกรีดเสียงร้อง มันกำลังจะพุ่งเข้าหาหวังหลินแต่เห็นรอยแยกบนพื้นก่อน ระหว่างที่กำลังลังเลอยู่นั้น หวังหลินเคลื่อนที่ห่างไปได้สามร้อยเมตรแล้วและหายตัวไปด้วยการเคลื่อนที่ระยะไกล

ผีดิบร้องคำรามและมองดูทิศทางที่หวังหลินหายตัวไป มันกระโดนลงไปบนรอยแยกและรับเอากระบี่ของเถิงลี่ มันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกลืนกระบี่นั้นลงไป

หวังหลินถือรูปปั้นน้ำแข็งไปด้วย ใบหน้าซีดเผือดขณะที่เคลื่อนที่ผ่านในป่าอย่างรวดเร็ว หลังจากแน่ใจว่าไม่มีใครตามเขามา ในที่สุดก็ผ่อนคลายเล็กน้อย เขาหยิบน้ำเต้าพลังปราณขึ้นมาและดื่มหมดในอึดใจเดียว ก่อนจะนั่งลงทำสมาธิฝึกฝน

ในป่ามีแต่ความเงียบ หลังจากผ่านไปอย่างยาวนาน หวังหลินลืมตาขึ้นขณะที่เสียงของซือถูหนานพูดออกมาอย่างไม่พอใจ

“ไอ้เด็กเหลือขอ เจ้าบ้าไปแล้ว? ถ้าช้าไปอีกนิดเดียว เจ้าก็ตายแล้ว”

หวังหลินพูดขึ้น “มันเป็นโอกาสเดียวที่จะสังหารเถิงลี่ ถ้าเขาฟื้นฟูพลังปราณได้ ข้าคงไม่มีโอกาสครั้งที่สอง มันตามล่าข้ามาหลายวันแล้ว หากข้าปล่อยเขาให้รอดชีวิต เขาจะเป็นอุปสรรคในอนาคต ข้าก็เลยต้องเสี่ยง อีกทั้งความเร็วของดาบใหญ่ขึ้นอยู่กับพลังปราณที่เขาเหลืออยู่ในร่าง ก่อนหน้านี้เขาใช้พลังไปเกือบหมดแล้ว ดังนั้นมันจึงเร็วได้ไม่เท่ากระบี่ของข้า”

ซือถูหนานเงียบเสียง เขาพบว่าตัวเองรู้สึกว่าพึ่งจะรู้ความจริง หลังจากผ่านไปเวลานานจึงพูดขึ้น “ตอนนี้เจ้ามีคุณสมบัติแล้ว ด้วยสภาวะจิตใจแบบนั้น เจ้าสามารถสร้างสำนักของตัวเองได้ในโลกผู้ฝึกเซียนนี้” น้ำเสียงซือถูหนานไม่มีความโกรธหลงเหลืออยู่ แต่มีความนับถือเล็กน้อย หากเป็นเขาในเหตุการณ์นี้ก็คงไม่กล้าเสี่ยง

หวังหลินไม่ได้พูดแต่จ้องไปที่เถิงลี่ซึ่งถูกกับดักในน้ำแข็ง สายตาเขาสว่างวาบและพูดขึ้น “ขโมยการฝึกตนของเขาจะได้ไหม?”

หลังจากได้ยินคำถามของหวังหลิน ซือถูหนานตอบกลับไป “เป็นไปได้แน่นอน เขาอยู่ขั้นสร้างลำต้นระดับปลาย หากเจ้าใช้เขาเพื่อทะลวงสู่ขั้นสร้างลำต้น ระดับฝึกตนของเจ้าจะเร็วกว่าคนปกติ อีกทั้งเจ้าจะได้รับพรสวรรค์ของเขาเล็กน้อย ดังนั้นพรสวรรค์ของเจ้าจะเพิ่มขึ้นด้วย เด็กคนนี้แข็งแกร่งตั้งแต่อายุยังน้อย ดังนั้นพรสวรรค์ของมันต้องไม่ธรรมดา ฮ่าฮ่า เจ้าได้ของดีจากการพนันซะแล้ว”

เช่นนั้น ซือถูหนานอธิบายบทร่ายและกระบวนการชิงลำต้นอีกครั้ง ดวงอาทิตย์ยังไม่ลาลับเมื่อซือถูหนานพูดจบ หวังหลินปล่อยกระบี่สีเขียวออกมาและแทงไปที่ต้นไม้ยักษ์ใกล้ๆ

หลังจากสร้างเป็นหลุมในต้นไม้ หวังหลินกระโดดเข้าไปข้างในพร้อมกับเถิงลี่

เขาไม่ได้เก็บกระบี่กลับมาแต่ให้มันลอยไปรอบๆเขา

หลุมนี้ไม่ได้ใหญ่และชื้นอย่างมาก แต่หวังหลินไม่ได้สนใจเรื่องนั้นตอนนี้ เขาล้างแผลบนหน้าผากด้วยน้ำพลังปราณก่อนจะเริ่มฝึกฝน

ในตอนเช้าของอีกวัน หวังหลินเปิดปากและปล่อยพลังปราณออกมากลายเป็นหมอกขณะที่ฝ่ามือผนึกหลายแบบและปล่อยแสงสีฟ้าออกมา

จังหวะที่แสงสีฟ้าเข้าไปในหมอกพลังปราณนั้น มันเริ่มเคลื่อนไหวราวกับน้ำเดือนทั้งหดและขยายตัวออก

ใบหน้าหวังหลินสงบนิ่งขณะที่ฝ่ามือเคลื่อนไหวและปล่อยแสงสีฟ้าเข้าไปในหมอกพลังปราณด้วย ยิ่งแสงสีฟ้าพุ่งเข้าไปมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็เริ่มหดตัวและขยายออกเร็วขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากนั้นทันที เขาเคลื่อนมือขวาไปจับที่ร่างเถิงลี่ ซือถูหนานละลายน้ำแข็งโดยไม่รอให้หวังหลินถาม

ในพริบตาผลึกน้ำแข็งรอบๆเถิงลี่ก็หายไป

สายตาหวังหลินสว่างวาบขณะที่เขาชี้มือไปที่หมอกพลังปราณ หมอกนั้นเข้าไปที่ร่างเถิงลี่ ร่างกายเขาเริ่มสั่นทันทีและใบหน้าเผยความเจ็บปวด แต่ดวงตาเขาปิดลง ในไม่ช้าหมอกทั้งหมดดก็เข้าไปในร่างเถิงลี่

หวังหลินสูดหายใจลึกขณะที่เขาเผยใบหน้าเคร่งเครียด เขากัดลิ้นตัวเองเล็กน้อยและหยดสัญลักษณ์เลือดลงบนมือ

หวังหลินโบกมือขวาและสัญลักษณ์นั้นก็วางบนหน้าอกเถิงลี่

ร่างเถิงลี่สั่นอย่างรุนแรงขณะที่ทั้งมือและขาสองข้างชักกระตุกและเลือดได้พุ่งออกจากรูทวารทั้งหมด แต่ถึงอย่างนั้นเลือดไม่ได้หยดออกแต่กลับรวมเข้าด้วยกัน

ไม่นานหลังจากนั้น เสียงอันคมชัดได้ดังออกมาจากร่างเถิงลี่ขณะที่ใบหน้าเปลี่ยนสีแดงและสีแดงแปลกๆปรากฎบนผิวหนังเขา

หยดเลือดไหลออกมาจากผิวของเถิงลี่

ใบหน้าหวังหลินกลายเป็นเคร่งเครียดมากขึ้น เขาหยดสัญลักษณ์เลือดลงบนหน้าอกเถิงลี่อีกหยดโดยไม่ได้กระพริบตา

เถิงลี่เปิดปากออกและเส้นโลหิตบางส่วนในร่างเขาได้แตกออก เลือดไหลออกมาจากร่างกายและรวมตัวเข้าด้วยกันบนอากาศ

ในพริบตา บอลเลือดขนาดยักษ์ได้ลอยบนตัวเถิงลี่ ใบหน้าแดงของเขากลายเป็นซีดเผือดอย่างรวดเร็ว

หน้าผากหวังหลินเต็มไปด้วยเหงื่อไคล เขามองดูบอลเลือดนั้นขณะที่สร้างผนึกบนฝ่ามืออย่างรวดเร็วไปด้วยและส่งวิชาเซียนบางอย่างเข้าหามัน ไม่นาน บอลเลือดได้หดตัวลงอย่างช้าๆจนมันมีขนาดเท่ากำปั้นเปล่งแสงสีแดงเลือด

หวังหลินสูดหายใตลึก ทั้งร่างชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาไม่หยุดพักขณะที่ปล่อยพลังปราณเพิ่มขึ้นและพุ่งแสงสีฟ้าเข้าหามัน จากนั้นหวังหลินเคลื่อนไหวมือและหมอกก็เข้าไปที่ร่างเถิงลี่อีกครั้ง

Facebook Comments